Thai Youth Orchestra Overall Review (TYO)
สำหรับวงต่อไปเป็นวงสุดท้ายที่ผมจะเขียนถึงอย่างละเอียดให้วงเดียว นับเป็นวงพัฒนาวงการดนตรีคลาสสิกไทยมากที่สุดวงหนึ่ง เป็นวงผมคิดว่ามีคุณภาพการแสดงทางดนตรีไม่แพ้วงอาชีพเลย วงนั้นคือวงดุริยางค์เยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (TYO) ผมมักจะเปรียบว่าวงนี้เป็นวัดเส้าลินของวงการดนตรีคลาสสิกของไทย เพราะเป็นวงที่การบรรเลงที่เข้มข้นและละเอียดที่สุดมากวงหนึ่งและสมาชิกหลักๆของวงนี้ต่อมาได้ไปต่อยอดอยู่ในวงชั้นแนวหน้าของไทย (คือ Thailand Philharmonic Orchestra และ Royal Bangkok Symphony Orchestra ที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านั้นแล้ว) และในต่างประเทศอีกเป็นจำนวนไม่น้อย แต่เนื่องจากที่วงนี้เป็นวงเยาวชนที่ทำให้โอกาสได้ยินการแสดงของวงนี้ยากกว่าวงอื่นๆ อีกทั้งแนวทางการแสดงก็มีความหลากหลายที่ไม่ไปในแนวทางคลาสสิกตะวันตกมากนักทำให้นักฟังสายซีเรียสอาจจะมองข้ามไป ผมมีโอกาสไปฟังวงนี้หลายครั้งแม้จะเปลี่ยนสมาชิกไปบ่อยมากก็ตามผมเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงมากมายของวงนี้เป็นจำนวนมาก และในตอนที่สี่ของซีรีส์ Thailand's Symphony Orchestra Overall Review Series เสนอตอน Thai Youth Orchestra Overall Review (TYO)
- ไม่มีค่าเข้าชมและสามารถเลือกที่นั่งได้อิสระ เนื่องจากวงนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลโดยตรงในการให้ทุนการศึกษาของนักดนตรีที่เป็นเยาวชน จึงจัดการแสดงทำให้การเข้าชมสามารถเข้าได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่อาจจะมีจองทางออนไลน์ก่อนเข้าชมบ้างคอนเสิร์ต แต่อย่างไรก็ดีเมื่อผ่านเข้าไปแล้วมันจะไม่มีการล็อกที่นั่งไว้ดังนั้นคุณอาจจะต้องไปก่อนคอนเสิร์ตนานพอสมควรหากต้องการได้ที่นั่งที่คุณต้องการ
- เป็นการแสดงในแง่ของการแสดงที่ดีที่สุด ถ้าจะพูดกันอย่างแฟร์ๆนี่เป็นวงที่คุณภาพการแสดงที่ดีที่สุด มีความละเอียดในการแสดงโดยเฉพาะที่มาจากเครื่องสาย (ที่เป็นของถนัดของครอบครัวศรีณรงค์) ทำให้รู้สึกว่ามีพลังและเป็นศิลปะมาก ๆ โดยเฉพาะผลงานในยุคโรแมนติก
- ความสม่ำเสมอในคุณภาพของนักดนตรี ถึงแม้ว่าการที่เป็นวงเยาวชน ทำให้การเปลี่ยนนักดนตรีเกิดขึ้นบ่อยก็ตามแต่คุณภาพก็ไม่ผันแปรมากนัก อาจจะเพราะดูแลและจัดการหลักๆของกลุ่มครอบครัวศรีณรงค์ทำให้คุณภาพมีความสม่ำเสมอมาก
- ความเป็นกันเอง รูปแบบการจัดคอนเสิร์ตในสมัยที่อาจารย์เป้เป็นคนดูแลเองโดยส่วนใหญ่พยายามทำให้มันเป็นระเบียบลดลง การแต่งตัวที่ไม่เคร่งครัดมากนัก มีการพูดคุยผู้ชมรวมไปถึงนักดนตรีหรือวาทยากรที่มาบรรเลงทำไม่ดูอึดอัดมากจนเกินไป
- ผลงานการแสดงที่หลากหลาย แม้เป็นผลงานออเคสตร้าที่เน้นผลงานซิมโพนี่เป็นหลักแต่ว่า เพื่อต้องการให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น จึงมีผลงานหลายแนวมากมาย บางชิ้นเป็นผลงานร่วมสมัย บางงานเป็นงานที่แต่งใหม่โดยเฉพาะ ตลอดจนงานที่อาจารย์เป้เชื่อว่าจะสามารถให้ผู้ชมอยู่ในคอนเสิร์ตได้ยาวนานตั้งแต่ต้นจนจบได้
- ระยะเวลาการแสดงที่ยาวนาน โดยปกติแล้วคอนเสิร์ตทั่วไปจะใช้เวลาแสดงประมาณ 2 - 2.30 ชั่วโมง อย่างไรก็ดีเพราะคนที่จัดการวงคืออาจารย์เป้ที่ชอบมีการพูดคุยและการบรรยายก่อนฟังค่อนข้างนาน และนอกจากนี้ในระหว่างพักการแสดงก็ยังมีการสัมภาษณ์นักดนตรีอีกด้วย ทำให้คอนเสิร์ตของวงนี้ยาวมากกว่าปกติมากคือตั้งแต่ 3 ไปถึง 4 ชั่วโมง ดังนั้นถ้าคุณเป็นคนรักษาเวลาอาจจะไม่เหมาะสักเท่าไหร่
- การไปมหาวิทยาลัยรังสิตที่ยุ่งยาก ถึงแม้ว่าวงนี้แสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม แต่ถ้าหากไปแสดงที่ศาลาดนตรีสุริยเทพที่มหาวิทยาลัยรังสิตแล้วละก็ นั้นจะกลายเป็นเรื่องที่ยากกับผู้ฟังในทันทีเพราะจากที่อธิบายในรูปแบบการแสดงและสถานที่การแสดงหลักไปแล้ว การเดินทางที่สะดวกที่สุดจึงกลายเป็นการขับรถหรือนั่งแท็กซี่ที่คุณต้องเผื่อเวลาในการเดินทางไม่น้อยและเมื่อจบการแสดงที่มักจะหลังหกโมงเย็นไปแล้วการกลับออกมาก็ไม่ง่ายเช่นกัน
- ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับสายคลาสสิกแบบจริงจังมากนัก เนื่องจากผู้จัดการวงต้องการให้ผลงานการแสดงมีความหลากหลายเพื่อผู้ฟังทุกกลุ่มที่ไม่ได้เข้าใจในดนตรีคลาสสิกสามารถเข้าถึงการแสดงแบบออร์เคสตราได้ง่าย จึงจัดโปรแกรมในลักษณะที่หลากหลายประเภทมีทั้งเพลงร้องสากล เพลงแจ็ส หรือแม้แต่เพลงไทยเก่าๆ ถ้าเป็นคนที่ชอบฟังแต่ผลงานคลาสสิกสายหลักอาจจะมาแค่ฟังบางผลงานแล้วออกไปเลยก็ได้เพราะไม่มีการกำหนดที่นั่งอยู่แล้ว
- ผู้ชมไม่มีระเบียบในการฟังดนตรีมากเท่าไหร่ เพราะผู้ฟังเกือบทั้งหมด (ประมาณ 80-90%) ล้วนเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับนักดนตรีในเวทีทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือเพื่อนสนิทของนักดนตรีและเพราะอย่างนั้นเองทำให้มารยาทในการชมคอนเสิร์ตของวงนี้อยู่ในระดับที่ต่ำ เช่น มีการพูดคุยกันและปรบมือไม่เป็นจังหวะ ที่อาจจะทำให้คนที่มาตั้งใจฟังรู้สึกรำคาญ
- การไปร่วมเล่นกับวงอื่นๆ ในช่วงหลังมานี้เริ่มมีการทำข้อตกลงการแสดงกับวง Thailand Philharmonic จึงมองว่าในอนาคตวงนี้สามารถสร้างความร่วมมือกับวงอื่นๆที่มีสมาชิกน้อยได้อีกหลายวงที่มีในประเทศไทยมากมาย ในการร่วมแสดงให้หลายเวที
- การมีสายสัมพันธ์ จากที่สมาชิกหลายคนที่เคยอยู่ในวงนี้ไปอยู่ในวงต่างๆในประเทศไทย มันจะสร้างคอนเน็กชั่นในวงการให้เข้มแข็งได้
- การแปรรูปวงเพื่อไปเล่นได้ง่าย ถึงแม้ว่าวงนี้จะมีการแสดงที่น้อยมาก อย่างไรก็ตามสมาชิกบางส่วนแปรรูปเป็นวงอื่นๆที่มีความเกี่ยวข้องกับวงนี้ไปแสดงในงานอื่นๆ ที่ไม่เป็นคอนเสิร์ตทางการมากนักได้
- การถ่ายทอดสดในออนไลน์ เป็นวงเดียวที่มีระบบการถ่ายทอดสดทางออนไลน์ต่อเนื่องมายาวนาน (แต่ไม่ค่อยมีผู้ชมเท่าไหร่) สามารถดูได้ทั้งสดและย้อนหลัง (แต่การฟังสดจะเป็นประสบการณ์ที่ดีกว่ามาก)
- การเปลี่ยนถ่ายนักดนตรีที่มีต่อเนื่อง เป็นธรรมชาติวงลักษณะนี้ที่หนีไม่พ้น ถ้าการเจอนักดรตรีที่เก่งแม้จะอยู่ในวงได้ยาวนานแต่เมื่อถึงเวลาสุดท้ายก็ต้องออกจากวงไป ทำให้ต้องเปลี่ยนนักดนตรีที่แม้แต่อาจารย์เป้ก็อาจจะคาดเดาไม่ได้ว่าผลงานการแสดงต่อไปจะเป็นอย่างไร
- มีการแสดงน้อยและกำหนดการแสดงที่ไม่แน่นอน เนื่องจากที่อธิบายในรูปแบบการแสดงและสถานที่การแสดงหลักไปแล้ว ทำให้การติดตามการจัดแสดงเป็นไปได้ยากมาก ถ้าคุณไม่สนใจการฟังดนตรีอย่างจริงจัง
- การผลัดดันนักดนตรีในโรงเรียนตัวเองเข้ามาในวงนี้มากเกินไป ในช่วงหลังๆมานี้ สมาชิกของวงมีความเกี่ยวข้องกับ Viemus ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนดนตรีของครอบครัวศรีณรงค์เข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ว่าอาจจะไม่มีปัญหาหากว่านักดนตรีเหล่านั้นมีคุณภาพแต่นั้นมีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนให้เคลือบแคลงอยู่ดี
- หานักดนตรีอาชีพคนไทยมาแสดง ถึงแม้ว่าศิลปินเดียวที่มาแสดงในคอนเสิร์ตโดยส่วนใหญ่จะเป็นอาจารย์ที่สอนในสถาบันดนตรีต่างๆมากมาย แต่มันก็ดีเหมือนกันถ้าเปิดโอกาสให้นักดนตรีอาชีพไทยไม่ว่าจะเป็นศิษย์เก่าของวงนี้ที่ไปเล่นกับวงดังๆในไทยแล้วหรือคนใหม่ๆที่เรียนจบจากสถาบันดนตรีชั้นนำจากต่างประเทศ ถ้ารับเชิญมาร่วมแสดงจะทำให้นักดนตรีเยาวชนมีประสบการณ์กับมืออาชีพมากขึ้น
- การหาที่แสดงที่อื่นๆเพิ่ม ถึงแม้ว่าการแสดงทั้งในศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและศาลาดนตรีสุริยเทพเป็นสถานที่จัดที่ดีมาก อย่างไรก็ดีการไปแสดงให้ห้องที่เหมาะกับการฟังดนตรีในกรุงเทพมีจำนวนมาก หากมีที่นั่งที่เหมาะสมก็น่าจะเปิดโอกาสในการไปแสดงหลายๆที่เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้มากขึ้น
- จัดกำหนดการเป้าหมายให้ชัดเจน เป็นที่แน่นอนว่าอย่างน้อยวงนี้จะจัดคอนเสิร์ตแสดงอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี คือคอนเสิร์ตประจำปีและกัลยาณิวัฒนาคารวาลัย แต่ไม่เกิน 5 ครั้งต่อปี คงจะดีถ้าบอกเป็นกำหนดแนวทางอย่างชัดเจน (อย่างไม่เป็นทางการ) ให้ทราบก่อนว่าในแต่ละเทอมจะแสดงคอนเสิร์ตกี่ครั้งมีค่ายคอนเสิร์ตปิดเทอมแข่งกับค่ายดนตรีอื่นมั้ยๆ เป็นแนวทางในการวางแผนการจัดการในอนาคต
- การมีวงสำรองแสดง เนื่องจากจำนวนการแสดงน้อย อุปสรรคอย่างหนึ่งคือนักดนตรีที่มีศักยภาพมีน้อยแต่มีนักดนตรีจำนวนไม่น้อยต้องการแสดงในเวทีมากขึ้น ทางแก้ที่ดีในระดับหนึ่งคือการมีวงเพิ่มให้มีไว้เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าวงหลักอาจจะให้นักดนตรีที่มีความสามารถนำวงได้ ถึงแม้ว่าจะเคยแสดงก่อนในบางคอนเสิร์ตมาแล้ว แต่ถ้ามีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเองถึงอาจจะไม่ดีนักแต่จะส่งเสริมให้นักดนตรีเหล่านี้มีประสบการณ์มากขึ้นและพัฒนาฝีมือเพื่อกลายเป็นกำลังหลักของวงหลักต่อไป
- สร้างระบบแลกเปลี่ยนวงดนตรี ในอดีตวงเคยประสานงานให้วงเยาวชนจากประเทศต่างๆในเอเชียมีเวทีที่แสดงในไทยให้เห็นถึงศักยภาพของวงการดนตรีคลาสสิกในเอเชียกันแล้ว น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะเชิญวงต่างๆเหล่านั้นเข้ามาแสดงอีกครั้งโดยเฉพาะที่มาจากจีน ญี่ปุ่นและเกาหลี และขอทุนสนับสนุนจากหลายๆฝ่ายเพื่อไปแสดงกลับไปที่ประเทศต่างๆเหล่านั้นด้วย
- ผลักดันให้นักดนตรีไปแสดงในคอนเสิร์ตเทศกาลดนตรีที่ต่างประเทศมากขึ้น แม้จะมีเยาวชนไทยจำนวนไม่น้อยได้มีโอกาสไปร่วมแสดงใน Summer Music Camp ในประเทศแทบยุโรปจำนวนพอสมควร เช่น Lucerne Festival, Verbier Festival, Dresden Music Festival เป็นต้น ซึ่งการพัฒนานักดนตรีในวงที่รวมคนเก่งหลายๆคนไว้ด้วยกันอย่างวงนี้ถ้าพัฒนานักดนตรีที่มีศักยภาพที่จะเก่งไปถึงได้ ควรจะพัฒนาอย่างจริงๆจังๆ เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาไปแสดงในเทศกาลดนตรีเหล่านั้น เพื่อสั่งสมประสบการณ์พัฒนาต่อยอดเป็นนักดนตรีชั้นแนวหน้าของประเทศต่อไป
- Strings: 7.5 - 9.0
- Woodwinds: 7.0 - 8.5
- Brass: 7.0 - 8.0
- Percussions: 7.0 - 8.0
- Conductors: 7.5 - 9.0
- Overall Average: 7.2 - 8.5
Comments
Post a Comment