Classical Radio USA
หลังจากที่ตอนที่แล้วผมได้พูดถึงเรื่องการไปเที่ยวที่ Tower Records แหล่งซื้อเพลงที่ดังและใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นไปแล้ว จริงๆแล้วผมตั้งใจที่จะเขียนต่อถึงเรื่องราวในการซื้อ CD เพลงคลาสสิกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงความเจ็บใจที่ซื้อเพลงคลาสสิกที่ผ่านมาทั้งหมด แต่ว่าเมื่อทดลองเขียนไปเขียนมาแล้วพบว่ามันเนื้อหาที่ยาวมากๆจนต้องแบ่งออกเป็นหลายตอน และเนื่องจากในช่วงปลายเดือนนี้และต้นเดือนหน้าที่จะเขียนถึงเพลงคลาสสิคในวงการฮอลลีวู้ดสองตอนเข้ากับเทศกาลแจกราววัลของที่นั้น จึงไม่น่าสะดวกที่จะข้ามไปข้ามมาที่ผมต้องการจะเขียน ผมจึงคิดว่าจะนำเนื้อหาทั้งหมดไปเขียนเป็นชุดตลอดเดือนเมษายนนี้แทนเพื่อความสนุกของผมให้กับคุณ สำหรับตอนนี้ผมจึงขอเขียนถึงโครงสร้างรายการวิทยุเพลงคลาสสิกในอเมริกาแทน
ขอเริ่มต้นด้วยเนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ขนาดกว้างใหญ่ไพศาล มีหลายมลรัฐและมีหลายเมืองและหลายเขตเวลา การที่รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จำกัดเนื้อหาของภาครัฐและต้องการให้ประชาชนสร้างรายการเป็นของตัวเองและแน่นอนว่าทำให้มีสถานีวิทยุและโทรทัศน์เป็นจำนวนมากที่ได้รับอนุญาตจาก FCC มราหน้าที่เหมือนกับ กสทช.ของบ้านเรา และเนื่องจากมีเมืองใหญ่มากมายสถานีวิทยุก็มีทั่วประเทศมากช่องตามไปด้วย จึงทำให้มีสถานีวิทยุที่เน้นเปิดเพลงคลาสสิกทั่วประเทศเป็นจำนวนมากกว่าที่ประเทศอื่นๆแม้อาจจะมีบ้างที่เปิดสลับกับเพลงแจ๊ส โดยที่สถานีวิทยุจะใช้อักษร 4 ตัวให้เรียกคลื่นมากกว่าคลื่นความถี่ โดยที่เจ้าของสถานีมีวิธีจัดการบริหารคลื่น 3 แบบคือทั้งที่เป็นของเอกชนที่หารายได้จากโฆษณา อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของวิทยุชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคการศึกษา หรือเป็นคลื่นสาธารณะจากองค์กรไม่แสวงผลกำไร(NPO)บริหารเป็นอิสระ ที่มีการเรี่ยไรในเพราะแต่ละปีเพื่อบริหารสถานีวิทยุต่อไป
ทั้งนี้สถานีเพลงคลาสสิกส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาคการศึกษาก็เป็นคลื่นสาธารณะ ทั้งนี้คลื่นวิทยุทั้งหมดไม่ว่าจะมีการบริหารอย่างไรก็จะมีเครือข่ายหรือสังกัดในการออกอากาศด้วยกันทั้งสั้น ด้วยเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหารหลักๆ เช่น ค่าไฟ ค่าพนักงานแล้ว ยังมีค่าใบอนุญาตออกอากาศและค่าลิขสิทธิ์เพลง (ที่อาจจะถูกกว่าเพลงทั่วๆไป) อีกทั้งนอกจากค่าธรรมเนียมต่างๆที่แพงแล้วความต้องการที่จะกระจายสัญญาณให้กว้างขึ้นเพื่อครอบคลุมระหว่างเมืองที่ไกลกันจึงสร้างตัวกระจายสัญญาณไปทั่วมลรัฐในรหัสคลื่นความถี่ที่ต่างกันยิ่งทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นไปอีกแม้ว่าอาจจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐทั้งส่วนกลางหรือรัฐก็ตาม อีกทั้งนโยบายหลักของหลายๆสถานีคือการไม่มีโฆษณาของวิทยุสาธารณะหรือ NPO คือนอกจากเพลงคลาสสิกที่ยากจะสร้างกำไรในการบริหารแล้ว คงเพราะไม่ให้เกิดความลำเอียงในการออกอากาศ ที่เจ้าของสถานีซึ่งเป็นองค์กรต้องการให้เกิดความหลากหลายในการออกอากาศโดยอิงกับชุมชนอีกด้วย
ทั้งนี้สถานีวิทยุเพลงคลาสสิกส่วนใหญ่ที่เป็นคลื่นสาธารณะโดยที่เนื้อหาของคลื่นเหล่านี้ไม่ได้กำกับโดยหน่วยงานของรัฐโดยตรงในการควบคุมดูแล (ยกเว้นสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ภาวะสงครามหรือภัยธรรมชาติ) แต่จะสังกัดกับองค์กรเผยแพร่สาธารณะอิสระต่างๆทั้งของรัฐและ NPO เอง เช่น PBS (ที่เป็นตัวอย่างที่ใช่ในการบริหาร ThaiPBS), NPR, American Public Media และ Public Radio Exchange (ที่รายการที่นำมาส่วนใหญ่มาจากเครือข่ายนี้) เป็นต้น ซึ่งแต่ละสถานีวิทยุอาจจะสังกัดมากกว่าหนึ่งองค์กรได้ (ที่ต่างจากสถานีโทรทัศน์ที่ไม่สามารถทำได้ต้องสังกัดแค่เครือข่ายเดียว) เหตุผลหลักในการสังกัดเหล่านอกจากที่ช่วยเหลือในการบริหารระหว่างกันแล้ว ยังสามารถแลกเปลี่ยนรายการออกอากาศระหว่างกันทั้งรายการระดับท้องถิ่นหรือรายการระดับชาติด้วยโดยที่สถานีวิทยุภายในสังกัดจะทำรายการของตัวเองออกมาให้สถานีอื่นๆซื้อไปออกอากาศ หรืออาจจะทำรายการเฉพาะสถานีของตัวเองก็ได้ขึ้นอยู่กับความน่าสนใจของรายการจนได้รับการยกระดับเป็นรายการระดับทั่วประเทศต่อไป ดังนั้นรายการของผมคัดเลือกมาใส่ในช่องจึงล้วนมาจากรายการเหล่านี้
การฟังวิทยุในสหรัฐอเมริกาซึ่งสามารถเปิดได้ทั้งทางภาคพื้น FM ที่เป็นกระแสหลัก อาจจะมีทาง AM คลื่นสั้น ทางดาวเทียม(ที่ต้องเสียเงินสมัคร) หรือทางวิทยุภาคพื้นแบบดิจิตอลแต่ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก และที่แต่กำลังเป็นทางเลือกคือทางอินเตอร์เน็ตทั้งในเว็บไซด์ สร้างแอพของตัวเองหรือเช่าสิทธิ์จากแอพวิทยุออนไลน์อื่นๆ เป็นต้น และเนื่องจากว่ารายการวิทยุมีช่วงเวลาการออกอากาศที่หลากหลายมาก มีตั้งแต่เวลาช่วงกลางคืนเท่านั้นไปถึงตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งทางสถานีต้องการที่จัดสรรเวลาเพื่อให้มีรายการที่น่าสนใจอื่นๆออกอากาศ เราจึงแบ่งประเภทของรายการไว้ 3 กลุ่มดังนี้
- รายการเพลงทั่วไป รายการลักษณะนี้เป็นรายการทั่วๆไปที่ดีเจจัดรายการเป็นประจำทุกวันธรรมดา อาจจะมีการแชร์ระหว่างสถานีกันบ้างแต่จะไม่มีความสำคัญมากนัก ลักษณะจัดรายการเหมือนกับวิทยุเพลงทั่วๆไป (แต่ไม่มีแนะนำเพลงมากนักต่างจากที่ไทย) เป็นรายการพื้นฐานของทางสถานีที่มักจะจัดต่อเนื่องหลายชั่วโมง
- รายการเพลงท้องถิ่น เป็นรายการที่มีลักษณะรายการที่ชัดเจนและมีการให้สาระมากกว่าการเปิดเพลงทั่วๆไป โดยจะกำหนดหัวข้อในการออกอากาศชัดเจนในแต่ละตอน มีความยาวไม่เกิน 2 ชั่วโมง โดยจะเล่นเพลงเฉพาะแนวทางของดีเจหรือเป็นการออกอากาศสดจากหอแสดง เช่น วงซิมโฟนีหรือศิลปินเดียวเล่นคอนเสิร์ตเป็นต้น ซึ้งรายการเหล่าสถานีวิทยุอาจจะทำเองหรือทำร่วมองค์กรทางดนตรีก็ได้ มักจะออกอากาศในคืนวันธรรมดาหรือตลอดวันเสาร์-อาทิตย์
- รายการการกระจายเสียงระดับประเทศ จากรายการเพลงท้องถิ่นของสถานีหนึ่งที่มีความน่าสนใจที่อาจจะตั้งใจทำเพื่อออกอากาศทั่วประเทศ รายการเหล่านี้อาจจะแบ่งกันภายในสังกัดของตัวเองหรือเปิดกว้างให้ทุกสถานีในประเทศหรือทั่วโลกกระจายสัญญาณ รายการเหล่านี้เองเป็นรายการระดับชาติที่ผมให้ความสนใจที่เลือกมาออก โดยที่บางรายการออกอากาศทุกวันทั่วประเทศหรือสัปดาห์ละตอนโดยที่ทางสถานีจะเลือกโปรแกรมที่น่าสนใจมาออกอากาศ โดยรายการที่มีชื่อเสียงมีผู้ฟังมากก็จะได้รับการสนับสนุนมาก เช่น Metropolitan Opera สดในบ่ายวันเสาร์ NPR From The Top ช่วงค่ำวันอาทิตย์เวลาท้องถิ่น เป็นต้น
รายการที่ผมสนใจจึงขึ้นอยู่กับว่ามีจำนวนสถานีที่ให้การสนับสนุนมากน้อยเพียงใด อีกทั้งสามารถเผยแพร่ได้โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกในการเข้าถึงแล้วสามารถเผยแพร่อย่างอิสระมากน้อยแค้่ไหน มีช่องพอดแคสต์ของตัวเองรึไม่ นอกจากนี้ยังจะพิจารณาถึงรายการท้องถิ่นบางรายการที่มีความน่าสนใจอีกด้วย ถึงแม้ว่าสิ่งที่ผมเขียนถึงรูปแบบที่โครงสร้างรายการวิทยุนี้แตกต่างจากที่อื่นๆของโลก แต่ผมหวังว่ามันจะทำให้คุณเข้าใจรูปแบบรายการเพลงคลาสสิกในอเมริกามากขึ้น
Comments
Post a Comment