โครงสร้างรางวัลสาขาเพลงคลาสสิกในรางวัล Grammy Award

    หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วผมได้พูดเพลงคลาสสิกในภาพยนตร์เนื่องในโอกาสการประกาศรางวัลออสการ์ไปแล้ว ในสัปดาห์นี้ก็จะเป็นตาของรางวัลสาขาเพลงคลาสสิกในรางวัลแกรมมีกันบ้าง อย่างที่คุณรู้ว่าเพลงคลาสสิกมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการบันทึกเสียงคราวนี้เราจะมาดูโครงสร้างของรางวัลนี้กันบ้าง

    ในขั้นต้นนี้ถึงแม้ว่ารางวัลแกรมมี่จะมีให้กับดนตรีทุกแนวทุกประเภททั้งในเบื้องหน้าและเบื้องหลังในการทำงานดนตรี แต่คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าในประเภทของเพลงคลาสสิกตะวันตกนั้น คณะกรรมการจัดจะให้ความสำคัญในอันดับท้ายๆเลยทีเดียว โดยที่ในวันที่ประกาศผลนั้นเพราะว่าทุกรางวัลจะไม่ได้ประกาศไปพร้อมกับงานในช่วงค่ำที่มีการถ่ายทอดสดแต่จะประกาศก่อนในช่วงบ่ายแทน ซึ่งเพลงคลาสสิกตะวันตกนั้นมักเป็นสาขาแรกๆที่ประกาศเสมอๆ (นั้นก็คือไม่สำคัญนั้นเอง) เริ่มแรกของรางวัลนี้เริ่มจากจะต้องเป็นบันทึกเสียงที่มาจากนักร้องหรือนักดนตรีอเมริกันอาจจะทำทั้งวงหรือมีส่วนร่วมกับการบันทึกเสียงหรือทำภายในสหรัฐอเมริกาแล้วได้รับการเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกาในปีนั้นๆ โดยปกติแล้วทุกผลงานจะได้รับสิทธิ์ในการส่งผลงานเข้าชิงรางวัลโดยอัตโนมัติอยู่แล้วเว้นเสียแต่ว่าเจ้าของผลงานขอปฏิเสธในการเสนอชื่อที่จะต้องทำทุกปี ผมจะแบ่งเป็นกลุ่มๆมี 3 ส่วนคือ ผลงานบันทึกเสียงยอดเยี่ยม เบื้องหลังยอดเยี่ยมและผลงานประพันธ์ใหม่ยอดเยี่ยม

    โดยในกลุ่มผลงานบันทึกเสียงยอดเยี่ยมถือว่าเป็นกลุ่มรางวัลที่มีความเกี่ยวข้องกับศิลปินเพลงคลาสสิกมากที่สุด ในอดีตนั้นเคยมีการแบ่งสาขาแจกกันอย่างมากมายถึงกระทั่งเมื่อ 10 ปีที่แล้วมีการยุบและรวมบางสาขาเข้าด้วยกันเกิดการเปลี่ยนแปลงประเภทที่แจกรางวัล นั่นทำให้รางวัลที่สำคัญที่สุดของสาขาอย่าง Best Classical Album ที่หายไปแล้วโดยยังสามารถไปลุ้นได้ในรางวัลเพลงยอดเยี่ยมแต่นั้นคงจะเป็นไปยากตามที่ได้เขียนไว้ข้างต้นและรางวัลที่แจกกันมีน้อยลงกว่าเดิม ทั้งนี้โปรดิวเซอร์และวิศวกรเสียงอาจจะสามารถร่วมรับรางวัลได้ถ้ามีส่วนในการทำงานเกินครึ่งนึงของผลงานนั้นๆ ทั้งนี้ผมได้รวมชื่อของผู้ชนะมากที่สุดในแต่ละสาขานั้นๆด้วย โดยมีดังนี้

  1. Best Orchestral Performance เป็นรางวัลที่น่าจะยินบ่อยที่สุดอาจจะเพราะเป็นสาขาที่แจกต่อเนื่องนานที่สุดด้วย จากการที่วงออร์เคสตร้าขนาดใหญ่แสดงผลงานซิมโฟนี่ของคีตกวีตะวันตกในทุกยุคสมัย โดยปกติแล้ววาทยากรจะเป็นผู้ได้รับรางวัล แต่ต่อมาจะมีวงออร์เคสตร้าร่วมรับรางวัลด้วย โดยวง Chicago Symphony Orchestra ชนะมากที่สุดโดยได้ 20 รางวัลจากการเสนอชื่อ 53 ครั้ง และมี Pierre Boulez เป็นวาทยากรที่ได้รับในสาขานี้มากที่สุดโดยชนะ 12 รางวัลการเสนอชื่อ 25 ครั้ง
  2. Best Opera Recording เป็นรางวัลที่มอบให้กับผลงานโอเปร่าในฉบับเต็มที่ไม่มีการตัดทอนใดๆ อาจจะเป็นผลงานในอดีตไปจนถึงผลงานร่วมสมัยก็ได้ โดยมอบให้กับวาทยากร วงออร์เคสตรา และนักร้องหลัก โดยวง Metropolitan Opera Orchestra ชนะมากที่สุดโดยได้ 9 รางวัลจากการเสนอชื่อ 16 ครั้ง และ Georg Solti เป็นวาทยากรที่ได้รับในสาขานี้มากที่สุดโดยชนะ 7 รางวัลการเสนอชื่อ 24 ครั้ง และ Plácido Domingo เป็นนักร้องที่ได้รางวัลมากที่สุดโดยได้ 6 รางวัลจากการเสนอชื่อ 17 ครั้ง
  3. Best Choral Performance เป็นผลงานแนวร้องประสานเสียง โดยอาจจะมีวงออร์เคสตราเล่นประกอบก็ได้ ถึงแม้ว่าผลงานที่ร่วมเสนอชื่ออาจจะมีผลงานที่เราพอคุ้นหูอยู่บ้างแต่สมัยหลังๆมากนี้มักเป็นผลงานร่วมสมัยร่วมด้วย โดยผู้ได้รับรางวัลก่อนนั้นเป็นผู้กำกับการประสานเสียงก่อนอาจจะมีวาทยากรด้วยถ้าวงออร์เคสตราแสดงด้วยต่อมาจึงมีวงประสานเสียงร่วมรับด้วย  โดย Chicago Symphony Orchestra ชนะมากที่สุดโดยได้ 11 รางวัลจากการเสนอชื่อ 12 ครั้งโดย Robert Shaw เป็นบุคคลที่ได้รับรางวัลในสาขานี้มากที่สุดโดยชนะ 10 รางวัลจากการเสนอชื่อ 17 ครั้ง
  4. Best Chamber Music/Small Ensemble Performance มอบให้กับผลงานที่ไม่ใหญ่นักคือมีผู้แสดงรวมกันไม่เกิน 24 คนไม่รวมวาทยากร โดยมอบให้กับวงดนตรี วงออร์เคสตรารวมไปถึงวาทยากร อาจจะเป็นรางวัลที่ใหม่และมีความกำกวมมากสุดสาขาหนึ่ง เนื่องจากมากจากการรวมสองรางวัลเข้าด้วยกันครอบคลุมตั้งแต่สตริงควอเต็ตไปจนถึงวงออร์เคสตราที่เล่นผลงานไม่ใหญ่นักทำให้รางวัลนี้มีขอบเขตเยอะเกินไป โดย Pierre Boulez เป็นบุคคลได้รางวัลในสาขามากที่สุด 2 รางวัลจากการเสนอชื่อ 3 ครั้ง
  5. Best Classical Instrumental Solo มาจากรวมรางวัลที่มีจากการแสดงของนักดนตรีคนเดียว น่าจะเป็นรางวัลที่ไม่แฟร์ที่สุดในบรรดาทุกสาขาที่มีการแจกในรางวัลแกรมมี่นี้เลยก็ว่าได้ เพราะว่าเป็นสาขาที่เครื่องดนตรีเดียวทุกชนิดต้องแย่งกันหมดไม่ว่าจะเล่นเดี่ยวหรือคอนแชร์โตกับออร์เคสตร้าจะนับเป็นสาขาเดียวกันหมด ทั้งนี้นับแต่ตั้งรางวัลใหม่นี้ขึ้นมายังไม่มีใครชนะมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ในอตีดในส่วนของคอนแชร์โตนั้น Itzhak Perlman ชนะมากที่สุดโดยได้ 8 รางวัล (โดยในปี 1981 ได้สองรางวัลในปีเดียว) จากการเสนอชื่อ 16 ครั้ง ในส่วนของการแสดงเดียวนั้น Vladimir Horowitz ชนะมากที่สุดคือได้ 14 รางวัลการเสนอชื่อ 20 ครั้ง
  6. Best Classical Vocal Solo สาขานี้มีความใกล้เคียงกับสาขาส่วนใหญ่ของรางวัลแกรมมี่กล่าวคือมอบให้กับนักร้องเดี่ยวอาจจะเป็นร้องอย่างเดียว การเล่นกับวงดนตรีวงขนาดเล็กหรือออร์เคสตราก็นับหมด อาจจะร้องประกอบผลงานเดียว หลายผลงานของคีตกวีคนเดียว หรือร้องอาเรียท่อนสำคัญของหลายๆอุปรากรรวมกันก็ได้ โดยที่ Leontyne Price ชนะมากที่สุดคือได้ 13 รางวัลการเสนอชื่อ 16 ครั้ง
  7. Best Classical Compendium เป็นสาขาที่มีการแปรเปลี่ยนในแง่ของคำจำกัดความบ่อยๆ แต่ในความหมายปัจจุบันคือผลงานส่วนใหญ่ที่มาจากการทำแปรทำนองดนตรีคลาสสิกจากเดิมขึ้นมาใหม่หรือการนำแนวคิดของดนตรีคลาสิกมาอธิบายกับดนตรีร่วมสมัย อาจจะอยู่ในกลุ่มของ crossover ก็ได้ Giancarlo Guerrero เป็นบุคคลได้รางวัลในสาขามากที่สุด 3 รางวัลจากการเสนอชื่อ 4 ครั้ง
  8. Best Contemporary Classical Composition เป็นสาขาที่มอบให้กับบทประพันธ์รูปแบบเพลงคลาสสิกทั่วไปที่ใช้เวลาประพันธ์ไม่เกิน 25 ปีและออกแสดงรอบปฐมทัศน์ในปีที่เสนอรางวัล รางวัลนี้ให้กับบทประพันธ์เท่านั้นไม่ใช่การบันทึกเสียง สำหรับคีตกวีร่วมสมัยนี่เป็นรางวัลที่สูงสุดเคียงข้างกับรางวัลพูลิตเซอร์สาขาดนตรีเลยทีเดียว รางวัลนี้จะมอบให้คีตกวีและผู้แต่งร้องถ้ามีเนื้อร้อง โดยคีตกวีที่ชนะมากที่สุดมี 4 คนที่ได้เท่ากันคือ 3 รางวัลประกอบด้วย John Adams, Samuel Barber, John Corigliano และ Jennifer Higdon

    อย่างที่คุณเห็นว่าจุดอ่อนสำคัญในช่วงหลังๆของรางวัลนี้ในสายตาของนักดนตรีคลาสสิกนั้นคือรางวัลนี้จะไม่ให้ความสำคัญกับผลงานที่เป็นการบันทึกเสียงทั่วไปจากบทประพันธ์ของคีตกวีในอตีด แต่จะเน้นที่ผลงานรูปแบบคลาสสิกร่วมสมัยมากกว่า นั่นอาจจะทำให้รางวัลนี้อาจจะไม่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มนักดนตรีและผู้ฟังในปัจจุบันมากเท่าใดนัก อีกทั้งยังเสียเปรียบที่จะไปแข่งขันในรางวัลใหญ่ๆของงานนั้นๆด้วย ต่อมาคือรางวัลเบื้องหลังยอดเยื่ยม กลุ่มนี้เป็นรางวัลที่อาจจะไม่เกี่ยวกับดนตรีคลาสสิกโดยตรงแต่จะมอบให้กับโปรดิวเซอร์และวิศวกรเสียงในการบันทึกผลงานเพลงคลาสสิก ถึงแม้ว่าในทางเทคนิคแล้วทั้งสองตำแหน่งนี้สามารถเป็นคนเดียวกันได้ก็ตาม มีดังนี้

  1. Best Engineered Album, Classical รางวัลนี้มอบให้วิศวกรเสียงกับความสามารถในการบันทึกเสียงในผลงานโดยเฉพาะอัลบั้มเท่านั้น
  2. Producer of the Year, Classical รางวัลนี้มอบให้โปรดิวเซอร์โดยตรงที่ไม่ได้เจาะจงว่ามาจากผลงานไหนเป็นพิเศษ โดยดูจากผลงานทั้งหมดที่ออกแผยเพร่ในปีนั้นๆ โดยผู้ที่ชนะมากที่สุดมี 3 คนที่ได้เท่ากันคือ 7 รางวัลคือ David Frost, Steven Epstein and Robert Woods

    สุดท้ายคือผลงานประพันธ์ใหม่ยอดเยื่ยม ส่วนนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับดนตรีคลาสสิกโดยตรงนักแต่ว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องได้ ทั้งนี้นอกเหนือจากนี้ยังมีรางวัลประเภทดนตรีเพื่อประกอบสื่ออีกด้วย ซึ่งมันอาจจะซ้ำซ้อนกับเพลงประกอบภาพยนตร์ไปสักหน่อยผมจงขอไม่พูดถึง ในกลุ่มนี้มีสาขาเดียวคือ
  1. Best Instrumental Composition สาขานี้อาจจะไม่เกี่ยวกับเพลงคลาสสิกทีเดียวแต่เป็นการให้รางวัลกับผลงานการประพันธ์ใหม่ทั้งหมดโดยส่วนใหญ่แล้วสาขาที่ได้รับรางวัลมักเป็นเพลงประกอบสื่อบันเทิงและเพลงแจ็ส โดยที่นักดนตรีเพลงคลาสสิกมีส่วนด้วยไม่น้อย โดย John Williams ชนะมากที่สุดคือได้ 10 รางวัลการเสนอชื่อ 16 ครั้ง

    แม้ว่ารางวัลนี้ในสาขาดนตรีอื่นอาจจะมีคุณค่าสุงที่สุดในวงการเพลง แต่สำหรับเพลงคลาสสิกแล้วมันอาจจะเป็นตัวประกอบ ในเวลาต่อมาก็มีรางวัลที่เน้นกับเพลงคลาสิกโดยเฉพาะมอบให้ซึ่งอาจจะมีคุณค่าไม่แพ้กันอีกด้วย แต่รางวัลนี้ก็ยังเป็นรางวัลที่ได้ยินกันมากที่สุดในบรรดารางวัลที่มอบให้นักดนตรีเพลงคลาสสิกอยู่ดี

Comments

Popular posts from this blog

Thai Youth Orchestra Overall English Review

Thai Youth Orchestra Overall Review (TYO)

RBSO - A18: Bomsori Kim plays Beethoven Violin Concerto English Review