ประสบการณ์การไป Tower Record ที่ญี่ปุ่น

    ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมได้เปลี่ยนโลโก้ของช่องนี้ให้มีความเป็นสากลและเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของช่องมากขึ้น ซึ่งอาจจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นักแต่ผมหวังว่าทุกคนจะชอบมันนะครับ

    หลังจากคราวที่แล้วที่พูดถึงในสถานการณ์โควิดทำให้ผมไม่สามารถไปต่างประเทศมานานแล้ว โดยต่อเนื่องจากเรื่องความฝันที่จะเดินทางไปฟังวงออร์เคสตราที่ต่างแดนเหมือนกับการไปจารึกแสวงบุญ แต่แน่นอนว่าเพราะเราอาจจะไม่สามารถฟังเฉพาะคอนเสิร์ตได้ตลอดเนื่องจากเวลา ทำให้ผมคิดถึงการซื้อแผ่นซีดีหรือสตรีมมิ่งที่มีประสบการณ์ใกล้เคียงกันฟังแทน ประเด็นการซื้อแผ่นซีดีผมจะเขียนถึงต่อไปในสัปดาห์หน้า แต่คราวนี้จะพูดถึงประสบการณ์การไปเที่ยวเพื่อซื้อแผ่นเพลงคลาสสิกใน Tower Record ที่ญี่ปุ่นกันบ้าง เพราะทุกครั้งที่ผมมาญี่ปุ่นผมจะมาที่ร้านนี้เสมอๆ (ต่อจากนี้ผมจะเรียกร้านย่อๆนี้ว่า TR จาก Tower Record) เมื่อรู้ว่าที่ญี่ปุ่นยังมีอุตสาหกรรมเพลงที่นิยมการฟังเพลงผ่านแผ่นอยู่โดยใน TR ที่ญี่ปุ่นก็ยังอยู่ พร้อมกับร้านคู่แข่งภายในประเทศอื่นๆ เช่น TSUTAYA HMV ที่ยังมีสาขาอยู่ทั่วญี่ปุ่น อาจจะมีร้านเพลงมือสองอีกจำนวนหนึ่งอีกด้วย แตกต่างจากที่อื่นๆของโลกที่การขายเพลงเป็นแผ่นนั้นหายไปเกือบหมดแล้ว แต่ส่วนตัวผมชอบ TR มานานแล้วยังเก็บเสื้อของร้านคือ No Music, No Life สาขาที่ไทยตั้งแต่สมัยยังฟังเพลงวัยรุ่นอยู่เลย และเมื่อผมเข้ามาสนใจเพลงคลาสสิกมากขึ้น การซื้อ CD ทางออนไลน์แม้จะเป็นสิ่งที่ดีและถูกกว่า แต่ถ้ามีแผนที่จะไปญี่ปุ่นจะรอไปที่นั้นก่อนซื้อออนไลน์ เพราะอย่างคุณรู้ว่าในสมัยนี้หลายครั้งการที่เราฟังเพลงจากแผ่นไม่ใช่เพียงแค่การฟังเพื่อเป็นลักษณะ Audiophile อย่างเดียวแต่เพื่อเหตุผลในการสะสมด้วย การที่ไปซื้อด้วยตัวเองจะมีความสนุกมากกว่าด้วย

    จุดแข็งหลักๆของ TR คือการที่หน้าร้านมีตัวเลือกของแผ่น CD ให้เลือกเป็นจำนวนมากและหลากหลาย บางครั้งผมซื้อ CD จำนวนมากเป็นพวก Boxset และ CD บางแผ่นจากร้านนี้เยอะมากๆ แต่บางครั้งก็ไปโดยที่ไม่ได้ซื้ออะไร แค่เดินวนไปมาเฉยๆแล้วพนักงานก็ไม่ได้จับผิดอะไรนัก ทำให้การเดินในร้านเป็นชั่วโมงๆก็มีความสุขอย่างยิ่ง เหมือนช้อปปิ้งในห้างหรูเลยทีเดียว ระหว่างที่สำรวจหาแผ่นจะทำให้เราเห็นบางผลงานที่เราไม่เคยสนใจมาก่อนเป็นการเปิดโลกในการฟังเพลงของผมให้กว้างมากขึ้น อีกจุดแข็งที่สำคัญที่ผมชอบมา TR เพราะหลายครั้งผมสั่งออนไลน์ไปแล้วจะต้องรอนานพอสมควรกว่าของจะมาถึง เราไม่รู้มาก่อนว่าหน้าตาสำเร็จรูปเป็นอย่างไร การมาที่นี่ทำเรารู้ถึงหน้าตาของมันตั้งแต่แรกเห็นและทำให้เรารู้ว่าผลงานอื่นที่เราไม่ได้ตั้งตารอคอยนั้นดีอย่างไรบ้าง เราจะสามารถทำความรู้จักกับผลงานที่สนใจก่อนที่จะซื้อจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น ผลงานของ Jordi Savall ที่ส่วนใหญ่เขาทำผลงานการวิจัยวิเคราะห์เพลงไว้อย่างละเอียดด้วยให้สินค้าออกมาเป็นรูปเล่มหนังสือพร้อมกับ CD หรืออย่าง Berlin Philharmonic ที่วงทำออกมาเป็นกล่องมีผลงานไซเคิลของคีตกวีครบๆเป็น CD และ Blu-Ray Audio ที่มีหนังสือปกแข็งประกอบด้วย หรืออย่างใน Boxset เป็นกล่องขนาดใหญ่ที่ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไรและหนักแค่ไหน หรือในบางค่ายมีบรรจุภัณฑ์ที่แปลกจากทั่วๆไปที่ทำให้คุณจะดูว่ามันน่าสะสมหรือไม่ก่อนจะซื้อ

    ในแต่ละสาขาของ TR ตามที่ต่างๆที่มีทั้งตั้งเป็นเอกเทศหรือว่าเป็นแผงภายในห้างจะมีพื้นที่ใหญ่โดยจะแบ่งออกเป็นหลายๆโซนตามแนวเพลงและสินค้าที่เกี่ยวกับการฟังเพลง ซึ่งกลุ่มของเพลงคลาสสิกก็มีเป็นเอกเทศเช่นกันไม่ปนกับแนวเพลงอื่นอย่างแจ๊ส ในแต่ละแนวเพลงจะมีทุกสื่อเพลงอย่าง CD-DA แผ่นไวนิล SA-CD Blu-Ray Audio มีบันทึกการแสดงสดเป็น DVD และ Blu-ray Video เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแผ่น CD ที่ทำพิเศษภายในญี่ปุ่นเพราะมีความเชื่อว่าถ้าถ้ารีมาสเตอร์ใหม่แล้วใส่ในแผ่นที่มีกรรมวิธีการผลิตที่แตกกต่างจะทำให้เสียงดีขึ้น อย่าง XRCD DSD-CD DVD-Audio ฺBlu-Ray-CD MQA-CD เป็นต้น สุดแล้วแต่เทคโนโลยีของญี่ปุ่นที่จะให้ได้ ซึ่งโดยปกติจะเรียงจาก 3 กลุ่มหลักๆคือตั้งซ้อนๆกันเหมือนชั้นหนังสือเรียงตามตัวอักษรภาษาอังกฤษในแต่ละกลุ่มของประเภทสื่อ เช่นในกลุ่มของ CD ก็จะเรียงตามชื่อคีตกวีหรือตามชื่อศิลปิน(ที่รวมถึงวงดนตรีด้วย)เป็นต้น อาจจะมีโอเปร่าหรือกลุ่ม Crossover แยกออกมาในบางสาขา และนอกจากนี้ยังมีหนังสือที่เกี่ยวกับเพลงคลาสสิกที่เกือบทั้งหมดแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นที่มีทั้งนิตยสารข่าววงการดนตรีคลาสสิก โน้ตดนตรีและหนังสือที่เกี่ยวกับดนตรีคลาสสิกขาย (แต่ภาษาไทยคงมีแต่หนังสือเรียนขาย โน้ตดนตรีสำหรับเด็กขายแล้วขายได้ไม่ดีด้วย) และถ้าสาขาที่คุณไปไม่มีที่ต้องการก็สามารถจองจากสาขาอื่นๆได้ แต่ถ้าหากไม่มีอีกก็คงจะหมดไปจากประเทศนี้แล้วมั้ง โดยผลงานที่ออกใหม่ๆจะตั้งโชว์ให้เห็นโดดเด่นพร้อมกับเขียนโปรโมตด้วยลายมือ(เป็นภาษาญี่ปุ่น) ที่แทบจะออกจำหน่ายพร้อมกับที่ยุโรปเลยทีเดียว โดยที่ราคาในร้านนี้จะเป็นมาตรฐานเหมือนกันทั้งประเทศ อาจจะแพงกว่าที่ยุโรปบ้างแต่คุณอาจจะสามารถทำ Duty Free ได้ถ้ายอดซื้อของคุณมากพอ นอกจากนี้ในเว็บไซต์ TR เองก็ให้ความสำคัญกับแนวเพลงนี้โดยแยกกลุ่มให้เห็นอย่างชัดเจนเวลาคุณดูในเว็บที่เป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย

    TR ในทุกสาขาที่กระจายตัวทั้งโตเกียวและญี่ปุ่นมีเป็นจำนวนมาก แต่สาขาที่มีความสำคัญที่สุดของ TR (อาจจะร้านขายเพลงทั้งเอเชียก็ว่าได้) คือที่สาขาชิบูย่าที่เป็นตึกสูง 8 ชั้น โดยที่ชั้นของเพลงคลาสสิกจะอยู่ที่ชั้นที่ 7 (เหมือนเป็นสวรรค์ชั้น 7 ของผมเลย) โดยแบ่งโซนควบคู่กับแนว HEALING และ NEW AGE แต่เป็นส่วนน้อยมากแต่ก็น่าสนใจ ถึงแม้จะมีหลายแนวที่ผมชอบไปดูที่สาขานี้แต่สำหรับบทความนี้จะพูดแค่ที่โซนนี้เท่านั้น โดยสิ่งที่ผมเขียนไว้ที่มีตามสาขาต่างๆในที่นี้ก็มีอย่างครบครันและอาจจะมีมากที่สุดคือ CD เป็นหมื่นๆแผ่นวางไว้บนชั้นไม้เรียงเต็มชั้น ยังไม่รู้ว่าหลังร้านจะมีอีกกี่หมื่นแผ่นมั้ย ถึงแม้ว่าอาจจะไม่มากเท่าสมัยก่อนก็ตามที่ในยุคที่เทป CD ได้รับความนิยมมากๆก็ตาม โดยที่บรรยากาศในร้านชั้นนี้จะเปิดเพลงจาก CD ออกมาใหม่ที่มีเป็นจำนวนมากอย่างเบาคลอๆไปเรื่อยๆ โดยในด้านหน้าของแต่ละแถวจะมีชั้นไม้ที่วาง CD จะแผ่นออกใหม่ประจำเดือนวางให้เด่นพร้อมกับหูฟังที่คุณจะสามารถทดลองฟังจากแผ่นนั้นได้ (อันเป็นจุดเด่นที่ผมชอบมากที่สุดของร้านนี้เลย) บรรยากาศชิวๆไฟโดยในร้านจะมีลักษณะออกยุค 1990 ในเมื่อลูกค้าไม่เยอะนักยิ่งทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัวและผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง โดยหากว่าเป็น Boxset ที่รวบรวมผลงานจากหลายๆคนหรือคนเดียวรวมอัลบั้มก็จะวางแยกออกจากชั้นไว้ต่างหากเพราะส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่และอาจจะแพงด้วย ในบางค่ายที่ได้รับการสปอนเซอร์อย่างดีจากบางค่ายเพลง อย่าง DG DECCA SONY CLASSICAL หรือ NAXOS เป็นต้นก็จะมีชั้นเพลงสำหรับค่ายเหล่านั้นทำโปรโมชั่นจากผลงานเก่าๆทำการรีมาสเตอร์ออกจำหน่ายในสื่อใหม่ๆด้วย และที่หน้าเคาน์เตอร์จ่ายเงินที่เหมือนกับสาขาอื่นคือมีสินค้าเฉพาะของร้านวางมากมาย แต่ที่พิเศษคือนอกจากเป็นที่จ่ายเงินเป็นแผนกเป็นของตัวเองแล้ว ยังมีสินค้าหายาก Boxset ราคาแพง หรือของที่ทำให้เข้ากับดนตรีคลาสสิกมากมายอย่างเสื้อลายคีตกวี พวงกุญแจโน้ตดนตรี แฟ้มลายออร์เคสตรา รวมถึงอุปกรณ์ดูแล CD เป็นต้นที่หาจากสาขาอื่นไม่ได้ คุณอาจจะลองดูภาพประกอบใน Google Map ก็ได้เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นอีก

    จุดที่พิเศษอย่างนึงคือการมีชั้นสำหรับนักดนตรีญี่ปุ่นแยกอีกกลุ่มในสาขานี้ด้วยเพื่อสนับสนุนนักดนตรีของชาติ จริงอยู่ที่ว่าวงการเพลงญี่ปุ่นนั้นเข้มแข็งอย่างยิ่ง แต่สำหรับเพลงคลาสสิกแล้วในญี่ปุ่นแทบจะเรียกว่าเป็นแนวหน้าเลยทีเดียว อีกทั้งบางผลงานนักดนตรีเขาจำหน่ายแค่ภายในประเทศเท่านั้นที่บางแผ่นอาจจะไม่สามารถหาได้จากร้านอื่นในโลกนี้นอกจากเว็บไซด์ และอาจจะเหมือนกับกลุ่ม J-POP ที่นักดนตรีหลายคนจะโปรโมตผลงานตัวเองที่นี้พร้อมแจกลายเซ็นอีกด้วย ชั้นก็เช่นกันเพราะด้านข้างๆของชั้นนี้จะมีลานกว้างๆและมีเปียโน ซึ่งศิลปินหลายคนอาจจะใช้แสดงเปียโนหรือกลุ่มควอเต็ตเพื่อโปรโมตอัลบั้มของตัวเองหรือเล่นเพื่อสร้างบรรยากาศให้กับนักฟังเพลงอีกด้วย

    ถึงแม้ว่าในปัจจุบันรูปแบบการฟังเพลงอาจจะเปลี่ยนไปมากแล้ว แต่ถ้าคุณเป็นนักฟังเพลงคลาสสิกตัวยงเหมือนผมแล้วถ้าคุณมีโอกาสได้ไปญี่ปุ่นบอกเลยว่าอย่าพลาดที่จะมาร้านนี้โดยเด็ดขาด โดยเฉพาะถ้าคุณไปโตเกียวมันจะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะไม่ลืมเลยที่เดียว

Comments

Popular posts from this blog

Thai Youth Orchestra Overall English Review

Thai Youth Orchestra Overall Review (TYO)

RBSO - A18: Bomsori Kim plays Beethoven Violin Concerto English Review