My Classical Music CD Buying History EP.3 ไปหาต่างประเทศเจอทั้งทองและถ่าน

     หลังจากที่ผมพยายามแสวงหาแผ่นเพลงคลาสสิกและความพยายามฟังเพลงให้ได้อรรถรสมากที่สุดจนกระทั่งถล่ําเข้าไปในวงการฟังเพลงผ่านหูฟังและเครื่องเสียง จนพบว่าคงยากที่จะหาแผ่นเพลงคลาสสิกในประเทศไทยได้อีกแล้ว ในช่วงที่นั้นเองผมเริ่มแสวงหาแผ่นซีดีจากต่างประเทศก็เริ่มขึ้น แต่มันก็เจอก็ทองและขยะไปพร้อมๆกัน ในซีรีส์การซื้อ CD เพลงคลาสสิกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุปัน ตอนที่ 3 ไปหาต่างประเทศเจอทั้งทองและถ่าน


    หลังจากตอนที่แล้วจากที่ผมสิ้นหวังกับหาแผ่นเพลงในไทยนั้นเองที่ผมเริ่มค้นหาแผ่น CD จากต่างประเทศเพื่อฟังและสะสม โดยในช่วงแรกที่ยังไม่มีหลักการการซื้อ CD แบบในทุกวันนี้ผมอาศัยเพื่อนที่ไปเที่ยวต่างประเทศซื้อมาให้โดยพิมพ์ใส่กระดาษติดไปแต่คิดว่าไม่สามารถทำได้ตลอดจึงเปลี่ยนวิธีเป็นการไปซื้อที่ต่างประเทศระหว่างการไปเที่ยวหรือมาจากการซื้อต่างประเทศทางเว็บไซต์ (ซึ้งทั้งสองวิธีนี้ยังเป็นแนวทางในการซื้อในปัจจุบัน)

    ในการซื้อออนไลน์นั้นในช่วงเวลาแรกๆที่ผมหาซื้อแผ่นซีดีจะเริ่มจากหาแหล่งขายใน eBay ก่อน เพราะเป็นตลาดที่คุ้นเคยอยู่แล้วและส่วนใหญ่สามารถส่งเข้ามาในเมืองไทยได้ไม่ยากนัก โดยเอาปัจจัยเรื่องราคามาก่อนจนกระทั่งผมได้เจอร้านขายแผ่นซีดีแบบประมูลที่ชื่อว่า 1 CENT CD เป็นร้านประมูลซีดีโดยนำซีดีมือสองจากที่อื่นมาประมูลขายในราคาถูกมากๆ ผมสังเกตว่าอันไหนที่พอจะน่าสนใจและพอที่จะประมูลได้ก็ประมูลมาหมดนอกจากต้องจ่ายค่า CD ที่ชนะการประมูลได้แล้วยังต้องจ่ายค่าส่งและภาษีอีกด้วย ผมเคยลองทำมาหลายรอบและซื้อเป็นจำนวนไม่น้อย ผมมีปัญหาอยู่คือผมไม่เข้าใจคุณภาพของเพลงที่ผมสนใจอยู่ เราไม่รู้มาก่อนเลยว่าเพลงเหล่านี้อยู่ในสภาพที่ดีรึไม่ แม้บาง CD ก็เป็น CD ที่ดีแต่ส่วนใหญ่เป็นผลงานที่ไม่คุ้มค่ากับการที่ซื้อมาเลย อีกทั้งมีปัญหากับคนขายของเป็นประจำจนกระทั่งพวกมันแบนผมด้วยจึงเลิกทำวิธีนี้อีกเลย (จริงๆมันก็แบนคนอื่นเหมือนกันจนกระทั่งย้ายเว็บไป Amazon และทำคล้ายๆเดิมด้วย) และจากเหตุการณ์นี้ผมจึงเริ่มไม่ค่อยอยากซื้อเป็นแบบรายแผ่นมากนัก

    ในเวลาต่อมาผมได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศที่มีตลาดขายซีดียังมีความนิยมอยู่เป็นครั้งแรกคือฮ่องกงที่มันมีลักษณะของร้านอาจจะทำให้นึกถึงร้านขายซีดีในไทยอยู่บ้าง แต่ก็จะมีหลายร้านที่มีทั้งรายใหญ่และรายย่อยกระจายทั่วไปที่สามารถไปหาได้มันมีหลายร้านให้เดินมากมาย อาจจะไม่ใหญ่นักแต่มีหลายร้านที่ขายเฉพาะแต่เพลงคลาสสิก ในช่วงแรกๆผมก็ซื้อแบบกล่องรวมผลงานดังๆโดยคำนวนจากราคาต่อแผ่นเป็นหลักก่อนจะคิดต่อไปว่าผมจะชอบฟังรึไม่มากกว่าความน่าสะสม โดยฮ่องกงขายแผ่นแท้เป็นส่วนใหญ่ผมก็ซื้อไปเป็นจำนวนไม่น้อยเลย แล้วต่อมาประเทศที่ผมไปซื้อซีดีอย่างจริงๆจังๆคือญี่ปุ่นจากที่ทราบว่ายังมีร้าน Tower Record (สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องในตอนประจำวันที่ 12 มีนาคม 2565 จึงขอไม่อธิบายเพิ่มเติม) ผมไปเที่ยวที่นั้นในหลายๆเมืองแต่ผมชอบไปที่สาขาชิบูย่ามากที่สุดบางครั้งก็ถือเป็นโอกาสไปสำรวจตลาดของเพลงคลาสสิก แต่ปัญหาสำคัญคือเนื่องจากเป็นการไปเที่ยวมันมีเวลาจำกัดที่จะตัดสินใจในการซื้อ ในบางครั้งราคาที่ซื้อที่นี้อาจจะแพงกว่าซื้อทางออนไลน์ อีกทั้งบางกรณีก็หนักด้วย ผมพบว่ามันขายของแท้ในราคาถูกก็จริงแต่มันก็ไม่ได้น่าสะสมเท่าไหร่นักอาจเพราะตอนนั้นเราไม่รู้ว่าเรามีแนวคิดในการสะสมเพลงเหล่านี้อย่างไรด้วย เพราะแนวคิดสำคัญในการซื้อแผ่นเพลงมาฟังนั้นคือการสะสม

    จนกระทั้งผมเริ่มซื้อของ Amazon.com อย่างจริงๆจังเป็นครั้งแรก เป็นพวกรวมเพลงฉบับสมบูรณ์จากคีตกวีและรวมผลงานของค่ายเพลงดังๆ(เหมือนที่ซื้อของปลอมมาแต่คราวนี้เป็นของแท้) จนกระทั้งย้ายมาเป็น Amazon.co.uk ก็ค่อยปรับทางทางในการซื้อเป็นรวมผลงานศิลปินต่างๆเรื่อยมา ในเวลาต่อมาเมื่อ Rdio บริการสตีมเพลงเจ้าแรกในไทยเปิดตัวตลอดจนแอพดังอย่าง Deezer ซึ้งเหล่านี้มีเพลงคลาสสิกเข้ามาด้วย ผมจึงเริ่มใช้แอพเหล่านี้เป็นแนวทางในการซื้อซีดีมากขึ้น แต่นั้นแหละมันทำให้ผมกำจัดขอบเขตในการซื้อ CD มากเช่นกัน

    ในตอนหน้าเป็นตอนสุดท้ายของซีรีย์นี้จะพูดการซื้อซีดีในทุกวันนี้ของผมว่าเป็นอย่างไร หลักแนวคิดอะไรบ้างที่จะทำให้ผมซื้อแผ่นเหล่านั้น และความสำเร็จที่ซื้อเป็นอย่างไรในตอน กลับมาสู่ความสงบและชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ยาวนาน

Comments

Popular posts from this blog

Thai Youth Orchestra Overall English Review

Thai Youth Orchestra Overall Review (TYO)

RBSO - A18: Bomsori Kim plays Beethoven Violin Concerto English Review