My Classical Music CD Buying History EP.4 กลับมาสู่ความสงบและชัยชนะที่ยิ่งใหญ่
หลังจากที่ผมเล่าเรื่องราวที่ตื่นเต้นและอุปสรรคอย่างมากมายในการซื้อ CD เพลงคลาสสิกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและนี่จะเป็นตอนสุดท้ายของซีรีส์นี้เป็นตอนที่ 4 ที่เป็นตอนจบที่จะบอกถึงรูปแบบการซื้อของผมในปัจจุบันนี้เสนอตอน กลับมาสู่ความสงบและชัยชนะที่ยิ่งใหญ่
ผมจะมีแนวคิดเสมอว่าเพลงคลาสสิกจากค่ายใหญ่ๆในปัจจุบันนี้สามารถหาฟังได้ในออนไลน์ทั้งหมดโดยผ่านแอพฟังเพลงทั้งหมดที่มีกระแสหลักที่เปิดในไทยก็สามารถฟังได้หมดแล้ว อีกทั้งยังมีแอพเพลงเพื่อฟังเพลงคลาสสิกโดยเฉพาะแล้วแต่ก็ไม่ได้สนใจคุณภาพนัก ดังนั้นเป้าหมายในการหาซีดีของผมโดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีนี้จึงเน้นเพื่อการสะสมโดยที่เห็นถึงคุณค่าที่สามารถเก็บได้มากกว่า โดยมีแนวคิดที่ว่าซื้อเป็นกล่องรวมผลงานเป็นรายศิลปินไม่ว่าจะเป็นวงหรือบุคคลเป็นสำคัญ เพราะหลายครั้งถ้าเราซื้อรวมผลงานที่ทางค่ายนำเสนอให้มันก็ไม่ค่อยมีคุณค่าต่อตัวศิลปินเท่าไรอีกทั้งผมชอบที่จะเก็บแบบสกรีนแผ่นปกเดิมๆใส่ในซองกระดาษเพราะนอกจากง่ายในการเก็บแล้วยังหาได้ไม่ยากด้วย ผมพยายามเลือกศิลปินที่มีความสำคัญต่อวงการของเพลงคลาสสิกหรือมีเพลงที่ผมสนใจจริงๆ อาจจะมีรวมคีตกวีบ้างแต่จะไม่เน้นกล่องที่ใหญ่นักและไม่เน้นโอเปร่าด้วย
ในปัจจุบันผมมีวิธีหลักๆในการซื้อคือการซื้อ CD ใหม่ๆโดยติดตามจากเว็ป amazon.co.uk เป็นหลัก อาจจะดูจากเว็บไซต์ราคาเพื่อเปรียบเทียบกับเว็บไซต์อื่นๆในยุโรป หรือแม้แต่ใน amazon สาขาประเทศอื่นๆด้วยแล้วในวิธีคำนวณในราคาที่เหมาะสม เนื่องจาก amazon มีราคาที่เคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา ผมจึงรอให้ราคาถึงในจุดที่เหมาะสมก่อนซื้อจริงๆแล้วคิดแล้วว่ามันควรค่าแก่การสะสมนอกจากแค่การฟังอย่างเดียว ในบางครั้งก็ได้ในราคาที่ดีแต่มีไม่น้อยก็ไม่ทันได้ซื้อเพราะหมดแล้ว โดยจะเลือกที่สามารถตามราคารวมที่คาดว่าได้ในราคาที่ถูกที่สุดที่ราคาและอัตราแลกเปลี่ยนจะเอื้ออํานวยอาจจะใช้เวลาติดตาม 2-3 เดือนหรืออาจจะเป็นหลายๆปีก่อนซื้อ มันมีข้อเสียคือหลายครั้งที่ค่าส่งและภาษีนำเข้าจะคิดแบบเหมาจ่ายซึ้งแพงกว่าที่ศุลกากรจะเรียกเก็บจริงแต่ก็ยากที่เลี่ยงได้เพราะร้านนี้มีความเชื่อถือและการส่งที่ดีที่สุด อาจจะซื้อที่ร้านอื่นบ้างแต่ก็ไม่บ่อยเท่าที่เว็บไซต์เหล่านี้
นอกจากนี้แล้วยังร่วมกลุ่มเว็บไซต์ใน Facebook หลายแห่งเพื่อติดตามข่าวสารผลงานออกใหม่ประจำเดือนหรือเว็บไซต์ของค่ายที่ลดราคาเป็นพิเศษก็มีแต่ทั้งหมดนี้ล้วนใช้ความอดทนทั้งนั้น วิธีการนี้ผมได้ทำต่อเนื่องมาหลายปีจนถึงทุกวันนี้เป็นวิธีหลักในการหาซื้อแผ่น ในออนไลน์ในไทยอาจจะแอบดูในเว็ปทั่วๆไปบ้างแต่ในตอนนี้ยังไม่เจอที่ถูกใจเลยในไทยก็ไม่ได้ไปเดินซื้อแล้ว แม้อาจจะยังไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นเพื่อไปเที่ยวอยู่บ้างแม้อาจจะผ่านร้าน CD อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ซื้อเยอะนักยกเว้นว่าคิดแล้วว่าต้องการซื้อจริงๆไม่อยากรออีกต่อไป เพราะปัญหาใหญ่ยนอกจากราคาแล้วน้ำหนักของกล่องเหล่านี้มีผลต่อการขนกลับบ้านและเสื่ยงที่จะเสียค่ากระเป๋าเดินทางอีกด้วย
ในทุกวันนี้แผ่นซีดีทั้งหมดที่ซื้อมาในอดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังอยู่กับผมทั้งหมดไม่ได้ทิ้งหรือขายออกไป ถึงแม้ว่าผมคิดว่าอยากเอาหลายๆแผ่นเอาออกไปแต่ว่าไม่ทำเพราะนอกจากจะขายได้ยากแล้วมันมีปัญหาบางอย่างอีกด้วย แม้ว่าในตอนนี้แผ่นเถื่อนก็ไม่มีแล้วและร้านที่ผมเคยผ่านไปตลอดมาก็จากไป แต่สิ่งที่ผมยังมีคือแผ่นเหล่านั้นที่ยังจะค่อยเตือนใจถึงประสบการณ์ในอดีตที่เราจะก้าวเดินต่อไปในอนาคต ผมจะยังซื้อต่อไปอีกรึไม่หรือว่าหลังจากนี้ไปจะจัดเก็บส่งต่อให้คนอื่นอย่างไรก็ไม่รู้ได้ แต่อย่างน้อยที่สุดในตอนนี้เวลานี้ผมชอบทำสิ่งเหล่านี้และมันจะเป็นของสะสมที่ผมภูมิใจตลอดไป
ก่อนจะปิดท้ายซีรีส์นี้ผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าเพราะอะไรผมถึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ของตัวเองจนกระทั่งสามารถเขียนออกมาเป็นซีรีส์ได้ทั้งเดือน สิ่งสำคัญที่ผมจะบอกคุณคือกว่าที่นักฟังดนตรีคลาสสิกที่ไม่ได้มาจากการเป็นนักดนตรีมาก่อนจะสนใจเข้ามาฟังเพลงคลาสสิกอย่างจริงจังนั้น มันต้องใช้เวลาใช้ประสบการณ์ในการลองผิดลองถูกค้นหาแนวที่ตัวเองถนัด รวมถึงความอดทนที่จะทำตัวให้แตกต่างจากความคิดเห็นของคนอื่น ที่จะค้นหาแนวเพลงที่ชอบ ยุคสมัยที่ถนัด ไปจนถึงคตีกวีที่สนใจเป็นการเฉพาะอย่างผมก็ใช้เวลาเกือบสิบปี แล้วการที่นักดนตรีคลาสสิกจะมาประชาสัมพันธ์หรือมาเชียร์ให้มาสนใจมาฟังนั้นดนตรีของตนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะแม้แต่ตัวนักดนตรีเองหลายคนก็ไม่ได้ฟังเพลงคลาสสิกเพื่อความบันเทิงเลย แล้วกลุ่มผู้ฟังกลุ่มใหญ่ในไทยถ้าไม่ใช้นักดนตรีก็หนีไม่พ้นญาติหรือเพื่อนนักดนตรีเอง แล้วนั้นทำให้นักฟังเพลงคลาสสิกจริงๆในไทยอาจจะมีน้อยกว่านักดนตรีในไทยเสียอีก ถ้านับเฉพาะผู้ฟังจริงๆคือมาฟังเป็นความบันเทิง ผมเองก็เข้ามาฟังคอนเสิร์ตโดยเริ่มจากการฟังบันทึกเสียงต่างประเทศก่อนต่างจากหลายคนที่หัดเป็นนักดนตรี มุมมองของผมที่มีต่อดนตรีคลาสสิกไทยจึงต่างออกไปจากกลุ่มเหล่านั้น อีกทั้งคนฟังเพลงเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนเก็บตัวจึงไม่บอกใคร หรือแม้แต่นักฟังยังต้องใช้เวลาซึมซับประสบการณ์สร้างความเข้าใจและตระหนักรู้ หากนักดนตรียังต้องฝึกซ้อมเป็นประจำแล้วไฉนเลยการฟังดนตรีจึงเป็นเรื่องที่สร้างสรรค์กันได้ง่ายๆอย่าได้พูดว่ามันฟังกันได้ง่ายๆเลยครับ
และท้ายสุดนี้ถ้าสิ่งที่ผมเล่ามาตลอดมานั้นมันไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับคุณเลย ผมก็น้อมรับไว้เพราะมันก็เป็นสิ่งที่เป็นเฉพาะผมจริงๆนั้นแหละ แต่ถ้าสิ่งที่ผมเขียนมาทำให้คุณเข้าใจถึงการเดินทางของผม ผมก็ขอขอบคุณที่คุณเข้าใจในตัวผม หากในตอนหน้าผมจะเขียนถึงเรื่องอื่นๆอีกต่อไปเมื่อเวลาเหมาะสมในสัปดาห์หน้ามีเรื่องอะไรจะเขียนต่อไปนั้นขอให้ติดตามต่อไปครับ
Comments
Post a Comment