My Classical Music CD Buying History EP.2 แล้วความเจ็บใจที่สุดของผมก็เริ่มต้นขึ้น

หลังจากคราวที่แล้วได้พูดถึงจุดเริ่มต้นในการซื้อ CD เพลงคลาสสิกของผม ตรงนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ผมไปดูคอนเสิร์ตเพลงคลาสสิกในปัจจุบันนี้ แต่ในความสนุกของผมก็เจอกับความเจ็บปวดกันบ้าง ผมจะมาเขียนกันต่อในตอนที่ 2 ของ My Classical Music CD History Series  คือ แล้วความเจ็บใจที่สุดของผมก็เริ่มต้นขึ้น

หลังจากที่ผมบ้าคลั่งในการซื้อ CD ที่ว่าขอให้มันเป็นเพลงคลาสสิกผมก็สนใจหาติดมือไปบ้างแล้ว แล้วผมรู้สึกว่าอยากให้มันมีการฟังที่ดีที่สุดเท่าที่ผมจะสัมผัสได้ด้วยเลยหาแหล่งที่เพลงที่ใหญ่มากๆที่เกี่ยวข้องกับการเล่นฟังเพลงในทุกแนวเช่นเครื่องเสียงและหูฟัง จากที่ผมเคยเขียนไว้ในตอนที่แล้ว ต่อมาผมจึงสืบรู้มาว่าห้างฟอร์จูนทาวน์เป็นแหล่งขายเพลงเหล่านั้น จากนั้นจึงทำให้ผมไปที่นี้บ่อยขึ้นอย่างมากและในช่วงเวลานั้นก็กำลังเรียนต่อด้วยเลยยิ่งสนุกไปกับมันมากกว่าเดิมอีกเพราะสามารถไปได้อย่างอิสระ แต่นั้นแหละการไปที่นั้นก็ได้รับบทเรียนที่แพงเอาเรื่องเหมือนกัน

เมื่อผมไปเดินที่นั้นเพื่อเดินเล่นในโชนไอทีและเครื่องเสียงอยู่ที่ชั้น 2 ของห้าง มีหลายร้านขายในทุกแนวดนตรีน่าจะพูดว่าเป็นแหล่งขายเพลงที่แท้และไม่แท้เยอะที่สุดในกรุงเทพโดยเฉพาะเมื่อพันธุ์ทัพย์เสื่อมลงไป มีหลานร้านที่นี้ขายแต่แผ่นซีดีราคาถูกมารวมเป็นกล่องๆขายและในแผงซีดีนั้นผมเจอกับกล่องซีดีเพลงคลาสสิกมากมายวางเต็มไปหมด ด้วยความสงสัยพอเอามาลองฟังแล้วรู้สึกว่าเฮ้ย!ใช่เลยคุณภาพเสียงดีมากๆอยากซื้อเลย ผมก็เลยลองซื้อไปเยอะหลายกล่องเป็นจำนวนหมื่นกว่าบาทไปลองฟัง แม้จะรู้สึกดีก็ตามในตอนแรกๆแต่ต่อมาผมเจอสิ่งที่ผิดสังเกตเข้า กลายเป็นว่าสิ่งที่เจ็บใจมากที่สุดคือไอ้ของทั้งหมดที่ผมซื้อมากลายเป็นของปลอมที่นำเข้าจากจีนผ่านแม่สอดทั้งหมดเลย ผมรู้สึกโง่มากๆที่หลงเชื่อไปเองว่าเป็นของจริงแล้วเมื่อผมไปดูในเว็บไซด์แล้วพบว่าราคาไม่ต่างจากของปลอมเท่าไหร่เลยไม่มีคุณค่าจะขายก็ไม่ได้ และเมื่อเจอแผ่นปลอมโดนหลอกแบบโง่ๆผมก็รู้สึกโกรธตัวเองมากๆที่เป็นแบบนั้น ทำให้คิดว่าควรซื้อแบบนี้ของแท้ไปเลยดีกว่า แต่บทเรียนหนึ่งที่ผมได้ประโยชน์จากตรงนั้นพอนึกย้อนกลับไปคือทำให้รู้จักผลงานเพลงคลาสสิกที่เป็นผลงานเต็มรูปแบบไม่ใช่การตัดทอนเพลงมารวมขายเหมือนแต่ก่อนแล้วนั้นทำให้ปรับทัศนคติจากเป็นคนฟังเพลงคลาสสิกไปงั้นๆกลายเป็นคนที่จริงจังกับมันในที่สุด

นอกจากร้านนั้นแล้วยังเคยมีร้านที่อยู่ในนั้นอีกร้านนึงคือชื่อ Symphony ที่ตามชื่อเน้นขายเพลงคลาสสิกเป็นหลัก ผมชอบเข้าร้านนี้มากๆ เพราะมีของเจ้าของร้านนี้มีนิสัยดีบอกไปอย่างตรงไปตรงมา เราพูดคุยกันกันหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องดนตรีและเพลงคลาสสิกกัน แต่จริงๆแล้วผมไม่ได้ซื้อ CD ของเขาเลยแต่จะซื้อแผ่นเสียงมือสองจากญี่ปุ่นที่ตอนนั้นก็ลองซื้อมาเล่นเทิร์นเทเบิลฟังก่อนที่เบื่อแล้วเลิกไปในที่สุด ส่วนของแผ่นซีดีก็มีเหมือนกันเป็นของแท้แต่ติดว่าผู้ที่นำเข้ามาก็ใส่ราคายับเหลือเกินคือแผ่นละ 250-300 บาท เพราะผู้นำเข้าได้ราคาเต็มจากต่างประเทศมาขายกันเลยซื้งไม่เหมาะกับตลาดไทยนัก น่าเสียดายที่ตอนนี้ร้านก็เจ๊งไปแล้ว เอาจริงๆผมก็ยังคิดถึงเขาอยู่ดีถ้าผมมีโอกาสก็อาจจะคุยกับเขาบ้าง

ในอีกหลายเดือนต่อมาผมที่เริ่มสนใจเดินเล่นในงานโชว์เครื่องเสียงที่จัดที่นี้ และในงานนี้เองผมได้เจอกับคนที่ขายแผ่นซีดีเพลงคลาสสิกคนนึงที่กำลังขายอยู่รู้ชื่อในภายหลังว่าเป็น สมนึก จันทรประทิน การขายแผ่น CD ของเขาที่จริงๆแล้วเป็นแผ่นมือสองสภาพดีใส่ซองเอามาขายในราคามหาโหดมากคือแผ่นละ 400-500 บาท การขายของเขาพูดกึ่งบังคับให้ซื้อไปหลายๆแผ่น ผมไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเขาไปซื้อต่อมาจากไหนบ้างเพราะอายุของแต่ละแผ่นน่าจะผลิตมา 10-20 ปีเลยทีเดียว เขาได้คุยกับผมถึงความน่าสนใจของแต่ละผลงานและนักดนตรีเล่นดีอย่างไร ถ้านึกย้อนกลับไปคิดว่าเขาคงไม่ใช่นักดนตรีแน่นอน นอกจากนี้ยังเขียนหนังสือเกียวกับแผ่น CD เพลงออกมาขายอีกหลายเล่ม ในแต่ละเล่มราคาไม่ใช่ว่าจะถูกๆเลยในนั้นจะมีเนื้อหาของการแนะนำเพลงไปจนถึงการวิจารณ์แผ่น CD ในแต่ละแผ่นอีกด้วยเรียกว่าเป็นกูรูของจริงเรื่องฟังเพลงคลาสสิก นอกจากนี้อาจจะด้วยเขามีเพื่อนเป็นเจ้าของร้านกลุ่มขายเครื่องเสียงด้วย จึงมีการสัมมนาเพลงคลาสสิกของเขาที่จัดโดยร้านขายเครื่องเสียง ผมเองก็แอบเข้าไปฟังด้วย เขามีความสามารถพูดคุยอย่างละเอียดจริงๆชนิดที่ว่าผมยังรู้สึกอึ้งมากๆแม้ว่าผมจะเข้าใจในเรื่องเพลงคลาสสิกในระดับที่เข้าถึงได้มากแล้ว ไม่ต้องพูดถึงคนที่มีเครื่องเสียงไว้เพียงแค่ฟังเพลงไปงั้นๆเลย เรียกว่าเขาน่าจะเป็นคนเดียวที่สามารถอธิบายถึงเพลงคลาสสิกในระดับที่ลึกซึ้งที่ไม่ใช่นักดนตรี แล้วสามารถอธิบายในงานเครื่องเสียงในระดับราคาที่สูงเอามากๆได้เก่งมาก แต่เอาจริงๆผมรู้สึกเสียดายสมนึก จันทรประทินมากๆเช่นกัน เพราะทั้งๆที่เป็นคนที่มีความสามารถในการฟังเพลงที่สูงและเข้าใจในการอธิบายมากอาจจะเพราะเป็นอาจารย์ด้วยล่ะ แต่ว่าการกระทำของเขาเป็นการกระทำที่ฉาบฉวยและร้ายกาจมาก เช่น การพูดเหมือนกับบีบบังคับมากเกินไปและพยายามยัดเยียดให้ซื้อมากๆเรียกว่าหน้าเลือดเลยแถมกัดไม่ปล่อย เป็นต้น ซึ้งจริงๆแล้วผิดหลักการขายของทั่วๆไปเลย อีกทั้งมีนิสัยที่ไม่จริงใจกับใครอาจจะโมโหร้ายเลยก็ว่าได้เวลาทำอะไรไม่ได้ดังใจ มันทำให้ยิ่งตอกย่ำในสังคมไทยว่าเพลงคลาสสิกเป็นของสูงเข้าไปอีก แม้ว่าผมดีใจนะที่ผมเคยฟังเขาพูดแต่มันจะดีกว่าถ้าผมไม่เป็นลูกค้าตั้งแต่แรก (และคงจะไม่เป็นตลอดไป)

นับจากนั้นไม่นานนักที่ผมได้ตระหนักว่าผมคงไม่สามารถที่จะหาซื้อแผ่นที่ดีๆในราคาเหมาะสมในประเทศไทยได้อีก เพราะแผ่นแท้เจ้าของลิขสิทธ์ก็ไม่สนใจจะมาทำตลาดในไทยอีกและถึงหาในมือสองก็ของไม่ค่อยจะมีคุณภาพ อีกทั้งผลงานที่ขายในไทยค่อยข้างจะจำกัด แม้ว่าฟังแผ่นปลอมก็เข้าถึงเพลงได้เหมือนกันแต่มันไม่มีคุณค่าในการสะสม รวมไปถึงผมได้พัฒนาความรู้และการฟังดีกว่าจะเป็นเพียงแค่จะฟังแบบรวมเพลงธรรมดาๆไปแล้ว ผมจึงเริ่มที่จะมองเห็นว่าการไปซื้อที่ต่างประเทศอาจจะน่าสนใจมากกว่า ในตอนต่อไปผมจะพูดถึงความสำเร็จรวมถึงความโง่และช้ําใจที่ซื้อจากต่างประเทศมากันบ้าง ในตอนต่อไป ไปหาต่างประเทศเจอทั้งทองและถ่าน

Comments

Popular posts from this blog

Thai Youth Orchestra Overall English Review

Thai Youth Orchestra Overall Review (TYO)

RBSO - A18: Bomsori Kim plays Beethoven Violin Concerto English Review