RBSO - A13 - Margulis plays Prokofiev Violin Concerto Review
วิจารณ์ RBSO - A13 - Margulis plays Prokofiev Violin Concerto
หลังจากที่ผมเคยมีโครงการที่เขียนวิจารณ์คอนเสิร์ตในไทยที่ผมมีโอกาสได้ไปฟังด้วยตัวเองเป็นประจำ ในตอนนี้ผมสามารถหาโอกาสที่ทดลองเผยแพร่เป็นบทความเหล่านี้ทางพอดแคสต์ให้คุณอ่านกัน เพื่อสะดวกในการเขียนและถ้าคุณสนใจที่จะอ่านบทความของผมขอขอบคุณที่อ่านนะครับ แต่ถ้าหากคุณไม่ได้สนใจที่อ่านผมก็หวังรายการใหม่นี่จะทำให้คุณชอบฟังผลงานคลาสสิกมากขึ้น โดยในทุกๆคอนเสิร์ตที่จัดที่สามารถเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ทั้งหมดผมจะเขียนในทุกแง่มุมที่ผมรู้สึก ตัวผมเองก็จะเขียนบทวิจารณ์คอนเสิร์ตเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดและจะพูดอย่างตรงไปตรงมาไม่เกรงใครเพราะผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับวงใดๆในไทยอยู่แล้ว เอาไว้ว่าถ้าผมมีโอกาสจะชี้แจงอย่างละเอียดในบทความประจำสัปดาห์ต่อไปครับ
ในคอนเสิร์ตนี้เอาจริงๆแล้วเป็นโปรแกรมที่น่าสนใจดีนะเป็นผลงานที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก แต่อาจจะเพราะในตอนที่เขียนบทความนี้อยู่ในระหว่างสงครามยูเครนกับรัสเซีย มันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่สำหรับวงที่จะจัดคอนเสิร์ตแบบนี้ เพราะเนื่องจากโปรแกรมการแสดงทั้งหมดนี้แต่งโดนคีตกวีชาวรัสเซียที่เคยมีชีวิตอยู่ในช่วงยุคสหภาพโซเวียต แต่ไม่เป็นไรครับผมไม่ได้ติดอะไรอยู่แล้ว เนื่องจากคอนเสิร์ตนี้มีช่วงเวลาขายบัตรค่อนข้างน้อยทำให้ผู้ชมมีน้อย แต่มันก็มีข้อดีคือการตรวจ ATK ใช้เวลาไม่นานนักและคุณอาจจะสามารถแอบย้ายที่ๆแพงกว่าแบบเนียนๆได้ (แต่ต้องมั่นใจว่าที่ตรงนั้นไม่มีใครจองไว้นะ)
Royal Bangkok Symphony Orchestra (RBSO) ในตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงที่กำลังเรียกได้ว่ากำลังลงตัวมากที่สุดครั้งหนึ่งดีกว่าวงอื่นที่กำลังเล่นอยู่ในขณะนี้อย่างชัดเจน ยอมรับกันเสียเถอะว่าหลังจากที่คุณศิริพงษ์ ทิพย์ธัญถอนตัวจากการเป็นหัวหน้าวง Bangkok Symphony Orchestra ทิศทางและคุณภาพของวงแทบจะดิ่งลงเหวเลยทีเดียว ตั้งแต่โปรแกรมการแสดงที่ไม่สม่ำเสมอ เปลี่ยนวาทยากรตามโอกาสไม่มีวาทยากรที่แน่นอนจะชี้นําวง ไปจนถึงคุณภาพการเล่นที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เลย เนื่องจากนักดนตรีก็มีการสลับสับเปลี่ยนเป็นประจำเหมือนเล่นหมุนเก้าอี้ดนตรี จนกระทั่งช่วงปี 2562 ที่วงมีการปรับโครงสร้างองค์กรอย่างชัดเจนมีวาทยกรประจำวงเป็นตัวเป็นตน มีหัวหน้าวงที่เป็นคนจีนที่มีคุณภาพ และการสร้างนักดนตรีที่มีกลุ่มก้อนที่แน่ชัดไม่เป็นการขัดตาทัพเล่นกันอีกต่อไป ทำให้คุณภาพการแสดงค่อยๆดีขึ้นกว่าเดิม อย่างที่ทราบเป็นที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวาณิช โปตะวณิชได้รับอานิสงส์จากความพร้อมหลายอย่างที่กล่าวมานี้ที่วงที่ดีกว่าแต่ก่อนมากทำให้ผลงานมีคุณภาพ แต่ถ้าคุณเคยฟังที่เขากำกับวงอื่นๆที่นักดนตรีไม่ค่อยมีคุณภาพคงยากที่เขาจะสร้างผลงานที่สุดยอดได้ (ตามมาตรฐานสากล) แต่ไม่ใช่ว่านักดนตรีธรรมดาที่ไหนจะสามารถนำวงได้ง่ายๆ การที่จะเป็นผู้นำวงเป็นเวทีที่ดีได้นั้นมีสมบัติหลายอย่างที่จะทำผลงานของวงบรรลุเป้าหมายได้ในเมื่อในขณะส่วนใหญ่สมาชิกในวงไว้ใจเขามากที่สุด ดังนั้นเขาจึงเป็นคนในประเทศไทยที่ดีที่สุดที่จะนำวงได้ในขณะนี้ (ต่างจากอีกคนที่ได้ชื่อว่าไปกำกับวงที่ต่างประเทศมากมายแต่ในปัจจุบันกลายเป็นนักเขียนนักพูดสร้างบันดาลใจที่ใช้เพลงคลาสสิกขายของซะอย่างนั้น)
ในผลงานแรกคือ Festive Overture ของ Dmitri Shostakovich เพลงโหมโรงนี้แต่งเพื่อฉลองการปฏิวัติเดือนตุลาคมที่ต่อมาใช่เป็นเพลงเปิดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 1980 (แต่ไทยคว่ำบาตรไม่ร่วมการแข่งขัน) เพลงนี้วงได้เล่นอย่างเปิดหน้าแลกกันเลยเรียกว่าถ้าไม่ปังก็พังกันไปเลย และในเวลาเพียงไม่นานนักที่ผลงานนี้ที่เปิดด้วยเครื่องทองเหลืองอลังการ คงจะพูดไม่ผิดว่าเป็นงานที่ถนัดของเขาเลยที่นั้นเสียงให้ดังๆไว้ก่อน ด้วยเครื่องสายที่อาจจะไม่ได้เสียงดังและยิ่งใหญ่เท่าเครื่องเป่ามากนักแต่ว่าแสดงที่เห็นความสนุกสุดเหวี่ยงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่เด่นชัดมากๆ ผมจึงไม่ผิดหวังกับผลงานนี้เลยนับเป็นการเปิดตัวได้ดี
ผลงานต่อมาคือ Violin Concerto No. 1 in D major, Op. 19 ของ Sergei Prokofiev ที่คราวนี้มีโซโลชาวเยอรมันในชุดระยิบระยับชื่อ Alissa Margulis มาเล่นแบบตั้งโน็ตที่เอาจริงๆมันก็ไม่ค่อยแปลกอะไรแล้ว แต่ตัวผลงานที่มีแปลกใจรูปแบบคอนแชร์โตแบบเดิมกลายเป็นลักษณะช้าเร็วและไม่เร็ว นักแสดงเดี่ยวแสดงในวันนี้อาจจะไม่เรียกว่าโดนเด่นซะที่เดียวแต่เล่นได้อย่างแม่นยำกว่าที่คาดไว้ในส่วนของท่อนที่สอง และส่วนที่เหลือเธอก็บรรเลงได้ละเอียดแม้จะไม่ลึกมากก็ตาม ในส่วนของวงนั้นผมว่าเล่นได้ตามมาตรฐานของวงที่มีจุดเด่นในการบรรเลงผลงานยุคโรแมนติกถ้าจะเครื่องเป่ามีบทบาทเยอะกว่าที่คาดไว้อาจจะต้องการแสดงบทของเครื่องเป่าแต่ว่านั้นก็ตีกลบส่วนอื่นๆโดยเฉพาะเชลโลกับวิโอลาหมดเลย ในส่วนของ Encore ของเธอก็รอไม่นานนักเป็นเพลงที่ดังจากผลงานที่ไม่ค่อยรู้จักชื่อกันคือ Méditation จากอุปรากร Thaïs ของ Jules Massenet โดยเล่นพร้อมกันทั้งวงซึ่งเธอเล่นได้ดีมากๆอาจจะดีกว่า Violin Concerto เสียอีกเรียกว่ามีความละเอียดสูงมากๆจนลืมการเล่นที่ผ่านไปเลย
ในครึ่งหลังนี้ปิดท้ายด้วย Sergei Rachmaninov ของ Symphonic Dances, Op. 45 ถือว่าเป็นผลงานใหญ่ชิ้นสุดท้ายของคตีกวีคนนี้ ที่มีลักษณะย้อนกลับไปในยุคโรแมนติกโดยผสมแนวคิดสมัยใหม่เข้าไปด้วย ในส่วนของการแสดงเหมือนว่าวงจะพยายามเล่นในช่วงประสานเสียงพร้อมกันให้ดังถึงที่สุดแล้วเบาลงอย่างรวดเร็ว เอาจริงเครื่องสายมีบทบาทเยอะแต่กลับเล่นไม่ค่อยละเอียดเท่าที่ควร แต่เครื่องลมไม้มีบทบาทที่เยอะอยู่แล้วก็ยิ่งแสดงอย่างเห็นได้ชัดกว่าเดิมอีก สิ่งที่เห็นในคอนแชร์โตก็ยังเห็นในผลงานนี้อยู่นี้ เอาจริงๆเป็นผลงานที่แสดงไม่นานนักในความรู้สึกแต่ว่าบรรเลงหนักและเร็วเอาเรื่องเลยที่เดียว ก่อนเสียงกระหึ่มจบอย่างยิ่งใหญ่ที่เงียบนานเสียจนสะงัดและชัยชนะของการแสดงก็มาถึง
สรุปแล้วผมนึกย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามันเป็นการเปลี่ยนผ่านที่มากที่สุดครั้งหนึ่งของวงนี้ในวงที่เคยเต็มไปด้วยคนแก่เป็นจำนวนมากทำให้วงเล่นเป็นเอกภาพได้ยาก จนกระทั่งใช่เวลาอยู่นานจึงสามารถสร้างวงให้มีประสิทธิภาพตามความคาดหวังได้ โดยรวมแล้ววาณิช โปตะวณิช อาจจะไม่ใช่วาทยากรที่ดีเพียงพอที่จะผลักดันวงให้มีคุณภาพสูงขึ้น แต่ไม่ต้องสงสัยว่าความเป็นผู้นำของเขาทำให้วงมีพลังในการเล่นมากเพียงใด ถึงแม้ว่าเขามาจากดนตรีเครื่องเป่าทำให้ได้ยินเสียงจากเครื่องเป่าเยอะมากก็ตาม แต่เพราะการแสดงในคราวนี้ต้องพึ่งพาเครื่องเป่ามากจึงสามารถกลบข้อเสียนี้ไปได้ และท้ายสุดนี้คือในช่วงปีที่ผ่านมามีพิธีกรนำเสนอรายการในคอนเสิร์ต คงจะได้แรงบรรดาลใจจากการแสดงดนตรีในสวนที่ผมไม่ได้ไปชมมาก่อน ถึงแม้ว่ามันอาจจะมีประโยชน์อยู่บ้างแต่ผมคิดว่าถ้าทางวงไม่ได้จำเป็นที่จะต้องจ้างเขามาพูด ถึงเขาไม่ว่างที่จะมาพูดแนะนำผลงานก็ไม่มีปัญหาอะไรกับการแสดงเลย จะมีหรือไม่มีก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรนัก
ในส่วนของคะแนนเต็มสิบดังนี้
- Festive Overture ของ Dmitri Shostakovich (8.0)
- Violin Concerto No. 1 in D major, Op. 19 ของ Sergei Prokofiev
- RBSO (8.5)
- Alissa Margulis (8.5)
- Encore - Méditation จากอุปรากร Thaïs ของ Jules Massenet (9.0)
- Symphonic Dances, Op. 45 ของ Sergei Rachmaninov (7.5)
MVP ในวงหนนี้แบ่งเป็นสองคนคือ Harp ถึงแม้จะมีบทบาทน้อยแต่เมื่อถึงโอกาสแล้วแสดงศักยภาพอย่างยอดเยื่ยม และบาสซูนที่ถึงเสียงจะไม่ดังมากนักแต่เพราะความพยายามของวาทยากรทำให้เขาเล่นได้อย่างโดดเด่นเช่นเดียวกัน
Comments
Post a Comment