RBSO - A17: Andre Schoch plays Hummel Trumpet Concerto

RBSO - A17: Andre Schoch plays Hummel Trumpet Concerto 

    หลังจากที่วงดนตรีในไทยพักเบรกสงกราณ์มา 1 เดือนเต็มๆ (ที่จริงๆแล้ววงไม่น่าจะหยุดเลย เพราะหยุดมานานหลายเดือนแล้ว) และนับตั้งแต่เปิดประเทศจริงๆจังนับจากหลังสงการนต์นี่น่าจะเป็นการแสดงของวง RBSO ที่มีผู้ชมมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง แต่กระบวนการตรวจ ATK ที่ลดขนาดลงมานั้นทำให้คนที่มาก่อนครึ่งชั่วโมงก็ไม่สามารถมาดูคอนเสิร์ตทันเวลาได้ และจากเหตุผลนี้ด้วยทำให้เสียอารมณ์เป็นอย่างมาก คงจะพูดไม่ผิดนักหากจะกล้าวว่า ตอนนี้สังคมไทยก้าวเข้าสู่ยุก Now Normal ของจริงแล้ว เราอาจจะต้องอยู่ในสภาพนี้ไปเรื่อยๆไม่ว่าจะอีกนานแค่ไหนเราก็ต้องทำตัวชินไปกับมันจนสลายไปเอง ทั้งนี้ในช่วงก่อนเริ่มการแสดงไม่นานนักมีการแจ้งว่ามีการเปลี่ยนตัววาทยากรเนื่องจาก Christian Kunert ติดโควิดช่วงระหว่างซ้อมจึงเปลี่ยนมาใช่คนเดิมอีกครั้งคือ วาณิช โปตะวณิชในช่วงโค้งสุดท้าย เนื่องจากผมได้กล่าวถึงเขาไว้เมื่อบทความที่แล้วจึงขอไม่กล้าวเพิ่มเติมอีกในที่นี้ แต่สิ่งที่ Christian ต้องการและเอกลักษณ์ที่ยังคงอยู่คือตำแหน่งของการนั่งของกลุ่มเครื่องสายเปลี่ยนไปเพื่อกระจายเสียงไวโอลินให้ชัดเจนมากขึ้นนั้นเอง

    ในผลงานแรกคือ Le nozze di Figaro ของ Wolfgang Amadeus Mozart ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆก็นับว่าเป็นผลงานที่ประชดและล้อเลียนสังคมจึงถูกห้ามมาในช่วงแรกๆของการแสดง แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุทำให้เป็นผลงานที่ติดหูมากที่สุดชิ้นหนึ่งของโมสาร์ท แต่สำหรับบทโหมโรงที่แสดงเพียงแค่ 4 นาทีโดยไม่อ้างอิงจากส่วนไหนของอุปรากรนี้เลยและใช้เวลาแต่งปิดท้ายเพียงแค่ 2 วันก่อนการแสดงครั้งแรกจึงเป็นการบรรเลงที่สั้นมากๆ และอาจจะเพราะด้วยเหตุผลนี้ทำให้การแสดงโดยรวมสามารถปล่อยจังหวะสุดท้ายตั้งแต่แรกสุดเลย เป็นการเล่นที่ประสานเสียงเร้าใจอาจจะไม่เร็วจัดนักแต่ก็ยังใส่ความเข้มข้นของเครื่องสายได้ดี คิดว่าเป็นการเล่นที่เนียนที่สุดของวงในแง่ของโหมโรงเลยทีเดียว

    จากนั้นมาก็เป็น Trumpet Concerto ของ Johann Nepomuk Hummel อาจจะไม่ใช้ผลงานที่ดังมากนักและแม้จะแต่งในช่วงต้นๆของยุคโรแมนติกแล้วแต่ยังมีกลิ่นอายให้ไปลักษณะคลาสสิกอย่างเคร่งครัด น่าแปลกใจที่ผลงานทรัมเป็ตดีๆมีเฉพาะในช่วงยุคคลาสสิกนี้เท่านั้นแล้วความสำคัญของเครื่องดนตรีชนิดนี้ก็หายไปจนกระทั่งแนวเพลงแจ็สปรากฏขึ้น มาในคราวนี้นักดนตรีเดียวประจำคอนเสิร์ตนี้คือ Andre Schoch เขามาในชุดทักซิโด้และทรัมเป็ตคู่ใจเข้ามาในคอนเสิร์ตนี้ ผลงานนี้ใช้เวลาแสดงสั้นมากๆจนรวมแล้วคอนเสิร์ตนี้นับว่าสั้นที่สุดของวงนี้ในรอบหลายปีเลยที่เดียว เมื่อท่อนที่ 1 ก็เริ่มต้นในสไตล์ที่ RBSO ถนัดมากนั้นคือเครื่องสายเริ่มเล่นไม่หนักมากนักก่อนโดยมีเครื่องเป่ามาแซมที่ไม่หนักเช่นกันโทนจึงไปในทางเดียวกันและ Schoch ก็เปิดตัวได้อย่างสง่างาม เขาแสดงออกมาเหมือนไม่ต้องเค้นตัวเองมากนักเป็นธรรมชาติอาจจะมีบ้างที่ยังเล่นแข็งๆแต่เล่นแบบไม่หนักหนาเกินไป เป็นธรรมดาที่ความสามารถของนักดนตรีเครื่องเป่าที่วัดจากความต่อเนื่องจากการเป่าต่อเนื่องรวดเดียวตามกำลังของปอดซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก เพราะอย่างที่กล่าวมาวงเล่นไม่หนักมากนักอยู่แล้ว แต่ว่า Schoch ก็เล่นในจังหวะเริงร่าได้สบายๆไปจนจบได้ ในท่อนที่ 2 นั้นก็เริ่มไม่ต้องเสียเวลาโซโลทรัมเป็ตเริ่มในจังหวะเนิบช้าๆอย่างละเอียดแม้จะไปไม่สุดก็ตามมีบางช่วงถึงกับหลุดไปด้วยซ้ำ ส่วนวงก็เล่นส่งเสริมกันดีในการแสดงไปเหมือนในยุคของโมสาร์ทมากที่สุด อาจจะเพราะเหตุนี้เครื่องเป่าในวงแทบจะหายไปจากบทบาทเลย และในท่อนสุดท้ายนี้เป็นการเล่นต่อเนื่องกันเลยไม่หยุดพัก มีการเล่นที่เร็วกว่าเดิมมีบ้างที่มีจังหวะสนุกแต่ว่า Schoch  คงไม่สนุกเท่าไหร่นัก เขามีการเล่นสลับนิ้วกันแต่รู้สึกว่ามันแค่พอไปได้ก่อนจะจบอย่างไม่เร็วนักไม่เหวอหวา แม้อาจจะไม่ประทับใจเท่าไหร่นักแต่ก็เป็นการแสดงที่ไม่เสียหายร้ายแรงอะไร เรียกเปิดตัวได้ดีมากแต่จบลงแบบงั้นๆ ทั้งนี้ไม่มี Encore

    หลังจากพักครึ่งคอนเสิร์ตนี้ปิดท้ายด้วย Symphony No. 5 ผลงานของ Ludwig van Beethoven ผลงานนี้เป็นที่รู้จักอย่างมากไม่ว่าใครก็ตามโดยเฉพาะโน้ตเปิด 4 ตัว จริงๆแล้วเป็นผลงานที่แสดงบ่อยมากโดยวงนี้ได้แสดงในคอนเสิร์ตต่างวาระกันเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 4 ครั้งในรอบ 10 ปีเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นผลงานที่ดังนี่เองจึงมีการตีความอย่างกว้างขวางเราจึงไม่เคยฟังผลงานนี้เหมือนกันเลยอีกทั้งเป็นผลงานที่ต้องใช้พลังในการแสดงอย่างเข็มข้นอีกด้วย วงเปิดตัวในท่อนแรกด้วยการเล่นที่นุ่มนวลกว่าที่คิดไว้มาก โดยเทไปที่เครื่องเป่ามากกว่าอย่างเห็นได้ชัดเสียงเล่นค่อนข้างจะโปร่ง แม้ยังพอมีความละเมียดละมัยไม่น้อยแต่ยังมีเพี้ยนอยู่เพราะต้องเล่นแบบแลกหน้ากัน ในมุมมองของวาณิชเหมือนไม่ต้องการให้เสียงดุดันรุกเร้าผู้ฟังมากนักแต่สำหรับผมคิดว่ามันไม่หนักหน่วงมากพอ อาจจะเพราะกำลังเครื่องเป่าไม่ทรงพลังออกไปทางเสียงกลางๆไม่เร้าอารมณ์แต่ก็ยังประคองได้จนจบท่อน

    ในท่อนที่ 2 นับว่าเป็นท่อนที่ถนัดของวงเพราะจังหวะไม่เร็วมากนักยังมีอารมณ์ต่อเนื่องจากท่อนที่แล้วในแง่ของโทนเสียงเรียกว่าไปได้ดีแต่ยังไม่สุดนัก แล้วจุดอ่อนที่สุดของวาณิชก็ปรากฏอย่างชัดเจนจนได้ในครั้งนี้ เนื่องจากเครื่องสายมีบทบาทเด่นในท่อนนี้ทำให้เห็นว่าเครื่องสายไม่ค่อยแข็งแรงนัก แต่วาณิชก็ยังต้องการเทให้เครื่งเป่ามีบทบาทมากขึ้นอยู่ดีที่ทำได้คือเล่นตามน้ำไปจนจบแบบงงๆ ในท่อนที่ 3 นั้นก็แทบไม่ได้พักมากนักเพราะต้องการดึงอารมณ์ต่อเนื่อง แล้วยังเพิ่มพลังเครื่องเป่าให้มากกว่าเดิมเชลโลกับวิโอล่าสามารถเข้ามาเป็นตัวเชื่อมได้ดีทำให้ช่วงที่เล่นช้าก็เล่นไม่แตกแถวกันไม่ทับกัน ก่อนที่จะแล่นต่อเนื่องกันไปถึงเริ่มต้นของท่อนสุดท้ายเล่นไล่โน้ตจนเสียงดัง เสียงมีชีวิตชีวากระโดนโล่ดเต้นไปมา การประสานเสียงของที่วงที่เครื่องเป่ากลับมาเป็นจุดแข็งอีกครั้งมีการเล่าบรรยากาศอย่างสบายใจแม้จะไม่เร้าใจอย่างที่คาดหมายไว้ เครื่องสายพอเมื่อเปลี่ยนบทบาทในการเล่นเป็นการเชื่อมประโยคเพลงแล้วสามารถแสดงความสามารถได้ดีกว่าที่เล่นเป็นแนวหน้าเสียอีก เพราะเมื่อเล่นไปด้วยกันอย่างไม่เข้มข้นวงจึงสามารถรักษากำลังไปต่อได้จนจบเพลง แม้จะต้องเสียอรรถรสไปไม่น้อย แต่คงเพราะความสามารถของวงมันจำกัดอาจจะต้อมยอมเสียไปเพื่อราคาความคงที่ต่อไปนั้นเอง โดยรวมในผลงานนี้แม้วงจะทำผลงานออกมาใช้ได้ไม่มีปัญหามากนักอย่างที่เคยเป็นมาก่อนหากไม่ใช่เพราะเครื่องทองเหลือง มันอาจจะเป็นการตีความที่ดีแต่ผมว่ามันยังมีอีกหลายเวอร์ชันมีอีกหลายมุมมองที่น่าจะดีกว่านี้อีก

    ถึงแม้ว่าตลอดคอนเสิร์ตนี้ในเวลาไม่นาน แต่เพราะการพักมานานทำเวลาแสดงต่อเนื่องเสียงเริ่มจะแห้งบ้างมีหลุดบ้างแต่ก็ยังมีแรงฮึดสู้จนจบอย่างบริบูรณ์ดีแล้ว แม้ว่าวาณิชจะเป็นเพียงแค่ตัวแก้ขัดและอีกทั้งไม่ใช่งานที่ตนถนัดนัก แต่ก็ผ่านไปได้แม้ไม่มีอะไรพิเศษและก็ยังรักษามาตรฐานของวงเท่าที่ควรจะเป็นแล้ว สุดท้ายนี้ผมสังเกตมานานล่ะว่าศิลปินที่หรือวาทยากรรับเชิญให้มาแสดงที่กรุงเทพมักจะไม่บอกในสื่อสังคมออนไลน์ว่าตัวเองมาแสดงที่กรุงเทพยกเว้นเพื่อนของเขาในโลกออนไลน์ส่วนตัว ผมไม่รู้ว่ามันเป็นปัญหาอะไรกับการแสดงในไทยหรือเปล่าแต่นั่นคงสื่อให้เห็นว่าการแสดงในไทยไม่ใช่เป้าหมายที่ศิลปินเดียวชอบไปนัก เราต้องพยายามพัฒนาต่อไปให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลให้ได้

สำหรับคะแนนของผมครับเต็มสิบมีดังนี้

  • Wolfgang Amadeus Mozart - Le nozze di Figaro (9.0)
  • Johann Nepomuk Hummel - Trumpet Concerto
    • Andre Schoch (7.5)
    • RBSO (8.0)
  • Ludwig van Beethoven - Symphony No. 5 (7.0)
ทั้งนี้ MVP ผมยกให้ไวโอล่าแม้จะไม่โดดเด่นมากนักแต่เพราะการประสานงานที่ดีให้วงไม่แตกแถวและทำผลงานไม่แย่ในจุดที่ต้องการพลังในเครื่องสาย

Comments

Popular posts from this blog

Thai Youth Orchestra Overall English Review

Thai Youth Orchestra Overall Review (TYO)

RBSO - A18: Bomsori Kim plays Beethoven Violin Concerto English Review