RBSO - A18: Bomsori Kim plays Beethoven Violin Concerto Review
วิจารณ์ RBSO - A18: Bomsori Kim plays Beethoven Violin Concerto
ถึงแม้ว่าในคอนเสิร์ตนี้มีการแสดงแค่ 2 ผลงานโดยไม่มีโหมโรง และจริงๆมีการเปลี่ยนแปลงการแสดงด้วยซ้ำ เพราะแต่เดิมจะแสดง Symphonie fantastique ของ Hector Berlioz ด้วย อย่างไรก็ตามเรียกได้ว่าเต็มไปด้วยคุณภาพสมการรอคอย หลังจากครั้งที่แล้วที่ผู้ชมมีมากกว่าที่เคยเป็นแต่ในคราวนี้กลับสามารถเรียกผู้ชมได้มากกว่าที่เคยมี ผู้ชมในทั่วทุกชั้นของหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และ ATK ในครั้งนี้เริ่มมีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิมแต่ก็ยังมีคนตรวจมากเหมือนเดิมเหมือนกันจึงจำเป็นต้องมากก่อนเวลาแสดงจริงอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ในผลงานแรกซึ่งเป็นผลงานของ Beethoven แม้มีหลายเหตุผลที่ศิลปินหลายคนนิยมเล่นผลงานของ Beethoven แต่ผมมองว่าน่าจะมาจากสองประเด็นสำคัญที่น่าสนใจคือ
- ผลงานในแต่ละแนวเพลงที่ Beethoven ประพัทธ์มีจำนวนไม่มากนักกำลังพอดี เพราะหากมีมากเกินไปคงไม่สามารถทำความเข้าใจได้ไม่มากพอและหากมีน้อยเกินไปก็ไม่หลากหลาย เราจะพบว่ามีผลงานประเภท String quartets และ Piano Sonata เป็นแค่แนวเพลงที่ Beethoven แต่งเกิน 10 ชิ้นในชีวิตของเขา
- ในผลงานในแต่ละแนวเพลงมีความหลากหลายและกว้างขวางมากพอเพราะถ้าผลงานออกไปในโทนเดียวกัน ผู้คนจะจดจำผลงานที่ดีที่สุดมากกว่า เช่น Mozart หรือ Lizst เป็นต้น การที่ผลงานมีหลากหลายจะช่วยให้ผู้ฟังเข้าถึงเนื้อหามากขึ้นด้วย
จากเหตุผลนี้ผลงานของ Beethoven จึงตอบโจทย์ความนิยมในระยะยาวได้ ไม่ได้เก่งในเฉพาะทางใดทางหนึ่งเหมือนคีตกวีในสมัยหลัง และ Violin Concerto ของ Beethoven ก็จัดอยู่ในเหตุผลนี้เช่นกันเป็นผลงานแรกของคอนเสิร์ตนี้ ถ้าหากว่า Alice Sara Ott เป็นดาราชูโรงของวง RBRO ในช่วงต้นปีนี้แล้ว Bomsori Kim คงเป็นดาราสมทบดีเด่นในปีนี้เช่นกันและการมาของ Bomsori เรียกว่าเป็นนักดนตรีเกาหลีที่กำลังมาแรงอยู่ในระดับโลกอยู่ในตอนนี้เหมือนกระแสนักดนตรีเกาหลีเพลงวัยรุ่นที่กำลังไปทั่วโลก ผมนับถือองค์กรของวงนี้ที่มีความกล้าพอที่ดึงมาแสดงได้อย่างน่าประทับใจ คอนเสิร์ตนี้ Bomsori มาในเดสสีฟ้าอ่อนแทบจะโปร่งแสงสะดุดตากับทั้งวงที่ใส่สูทสีดำมาในบุคลิกที่เงียบครั้งเยืยกเย็น
เริ่มประเดิมในท่อนแรกไปด้วยโอโบเป่าไปพร้อมกับไวโอลินที่แผ่วเบาแล้ววงบรรเลงเชื่องช้า Bomsori ได้เริ่มต้นแสดงอย่างงดงามท่ามกลางความเงียบสงบ ด้วยผลงานที่เสียงไม่ดังมากนักเธอก็ไม่ใส่เสียงสูงด้วย แล้วเธอก็สีอย่างรวดเร็วเรื่อยๆแม้จะเบาแต่ก็งดงาม เธอไม่พลาดในจังหวะสำคัญๆเลยโดยการแสดงออกมานั้นทำให้เรารู้สึกว่ามันง่ายดาย แม้ในขณะที่มีบางจังหวะที่วงและอย่างเข้มข้นก็ตามประณีตไปทุกจุดจริงๆ ถ้าจะเปรียบก็เหมือนเธอเป็นหงส์ลอยอยู่สระน้ำในป่าอันมืดมิดสาดด้วยแสงจันทร์ แม้จะเข้าสู่ในจังหวะที่ช้าลงก็พยายามเก็บทุกโน้ตไม่มองข้ามอะไรไปในช่วงท้ายที่ Cadenza ของเธอไม่ได้เล่นเพื่อสร้างเมโลดี้แต่อย่างใดเน้นกับการไล่สเกลว่องไวอย่างน่าดูชมกับเวลา 25 นาทีได้อย่างน่าเหลือเชื่อ จนบางคนหลงปรบมือหลังจบท่อนนี้
หลังจากหยุดไม่นานในท่อนต่อมาก็มาในจังหวะที่ช้าลง วงเริ่มต้นโดยเครื่องสายที่ผ่อนคลาย Bomsori เริ่มออกมาพร้อมกับเครื่องเป่า เนื่องจากผลงานที่ทำให้เธอโดดเด่นจากเดิมเข้าไปอีก เธอมีโอกาสใช้ vibrato ไม่น้อยแม้ว่าจะเป็นท่อนที่ช้าก็ตาม ในขณะเดียวกันส่วนเครื่องสายเล่นประณีตกว่าที่เคยเป็น เพื่อรับกับการเล่นของเธอ ผมพูดได้ว่าในท่อนนี้ได้แสดงความเป็นตัวตนของเธอจริงๆ และในท่อนสุดท้ายที่เล่นต่อเนื่องกันมาในจังหวะที่เร็วขึ้นมาในอารมณ์สนุกสนานถึงจะไม่เร็วมากนักก็ตามแต่เธอก็แสดงสามารถให้เห็นเด่นชัดเหมือนเดิมแม้จะเร็วเล่นเร็วก็ตามก็ยังใส่ลวดลาย vibrato ก็ยังพอมีให้เห็น ก่อนในที่ช่วงสุดท้ายเธอใช้จังหวะ Cadenza โดยนำช่วงต้นของท่อนสุดท้ายมาไล่สเกลใหม่อีกครั้งให้แปลกกว่าเดิมบวกกับจังหวะโยกไปโยกมาอย่างเร้าใจ ก่อนจะจบลงโดยวงเข้ามามีใส่บทบาทมากขึ้นแล้วบรรเลงไปด้วยกันอย่างเข้มข้นแล้วปิดท้ายลงในช่วงสุดท้ายอย่างประทับใจ ถ้าจะพูดในกลางๆถึงแม้ว่า Violin Concerto ของ Beethoven นี้ไม่ซับซ้อนและไม่เร็วจนฟังไม่ทันแต่มันมีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจเป็นจำนวนมาก แต่ Bomsori มาเล่นในจังหวะซ้ำกันให้แตกต่างจากเดิมได้ แม้ผมจะแอบเสียดายที่เพลงเบากว่าที่คิดไว้ แต่ผมเชื่อว่าเธอแสดงได้ดีและสามารถรักษามาตรฐานระดับนี้ต่อไปได้อีกแน่นอน
ในช่วง Encore เธอเล่น Partita for Violin No. 2 ท่อนที่ 3 Sarabande ของ Johann Sebastian Bach อาจจะเพราะเป็นผลงานเก่งของเธอที่ทำผลงานไม่มีที่ติเลย ระหว่างแสดงเธอกล่าวว่าดีใจกับการมาไทยครั้งแรกของเธอที่มีคนมาฟังจำนวนมากมายขนานนี้ แต่ผมไม่แปลกใจกับชื่อเสียงของเธอก่อนจะมาที่นี่อีกทั้งมีนักร้อง K-POP เข้ามาแสดงในไทยอย่างหลากหลายอยู่แล้ว และผมหวังว่าต่อจากนี้จะมีนักดนตรีชาวเกาหลีมาแสดงในไทยอีกในอนาคต
ในช่วงครึ่งหลังกับ Symphony No. 8 ของ Antonín Dvořák ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผลงานนี้ได้รับอานิสงส์จากหมายเลข 9 ของเขาหากแต่ว่าผลงานนี้เขาประพันธ์ในช่วงก่อนไปอเมริกา อีกทั้งเดิมผลงานนับเป็นหมายเลข 4 มาก่อนและมีการสลับหมายเลขก่อนจะพบผลงานที่เหลือในภายหลัง ในคราวนี้ RBSO มากันเกือบเต็มวง ในท่อนแรกเริ่มด้วยเชลโลพร้อมกับเครื่องเป่าอย่างกระหึ่มอย่างเบิกบานใจก่อนจะไปต่อด้วยเครื่องสายมาผสมโรง ทำให้เสียงรู้สึกว่าดังมากต่างจากครึ่งแรกอย่างสิ้นเชิง เป็นการบรรเลงอย่างเบิกบานใจอาจจะเป็นเพราะเป็นผลงานที่ไม่หนักมากนักจึงทำให้บรรเลงอย่างสดใสไม่ยากเย็น เครื่องลมไม้โดยเฉพาะฟลูตมีบทบาทมากในท่อนนี้จึงปล่อยพลังอย่างเต็มที่
ต่อมาในท่อนที่ 2 มาในจังหวะที่ช้าลงแต่ก็ไม่ได้โศกเศร้า ในส่วนนี้เครื่องสายที่จริงๆสามารถผิดได้ง่ายแต่สามารถบรรเลงอย่างพร้อมเพียงจนผมประหลาดใจจากจุดนี้ผมได้ยินดนตรีสไตล์ชาวเช็กอย่างชัดเจน โดยฟลูตมีบทบาทอีกครั้งไปพร้อมกับเครื่องสาย ในจังหวะที่ช้าลงนี้ผมก็รู้สึกถึงความวังเวงและน่ากังวลใจได้ จนต่อมาทุกชิ้นก็มาเร่งเครื่องโดยเฉพาะเครื่องเป่าเข้ามาด้วย แต่เพราะการใช้กำลังมากทำเอาเครื่องทองเหลืองมีหลุดจังหวะไปหลายครั้ง และไม่นานกลับมาสู้ในจังหวะที่ผ่อนคลายเหมือนช่วงต้นอีกครั้ง ในช่วงปิดท้ายของท่อนนี้ที่วงประสานเสียงกันในจังหวะปานกลาง หากว่าไม่นับเครื่องลมทองเหลืองละก็วงกำลังเล่นได้อย่างสมบูรณ์อย่างที่ไม่เป็นมานานแล้ว และในท่อนที่ 3 ที่เป็นช่วงเวลาไม่ยาวนักแต่ยังคงใช้จังหวะที่ช้าลงอีกในสไตล์บัลเลต์ เครื่องสายยังคงเล่นละเอียดต่อไป แต่ไม่ได้เท่ให้เครื่องดนตรีไหนเป็นพิเศษ เพราะรับส่งระหว่างกันดีจึงถ่ายทอดจึงเป็นไปอย่างเรียบง่าย ในส่วนนี้ผมจึงยกเครดิตให้วาทยากรในระดับหนึ่งได้เลย
ในท่อนสุดท้ายที่มีจุดเด่นที่ทรัมเป็ตที่เปิดตัวไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แล้วเชลโลก็กลับมามีบทบาทอีกครั้งหลังจากที่หายไปนานรวมถึงเครื่องสายก็เข้ามาผสมผสานอย่างกลมกล่อม ต่อมาทุกเครื่องดนตรีมารวมกันเล่นอย่างดุดันอย่างเร้าใจแม้แต่เครื่องลมไม้ที่เสียงเบาก็ยังได้ยินชัดเจน ต่อมาจากที่ดุดันกลับมาผ่อนคลายเพื่อให้เชลโล่ได้ถ่ายทอดความอ่อนโยนออกมาพร้อมกับฟลูตและบรรเลงต่อตามมาด้วยเครื่องสายอื่นๆ และการบรรเลงในช่วงสุดท้ายก่อนจึงเริ่มกลับมารวดเร็วอีกครั้งปานวิ่งผลัด 4x100 เมตรผลัดสุดท้าย และจบด้วยการเข้าเส้นชัยอย่างยิ่งใหญ่ในที่สุด
แม้ว่าผมอาจจะเคยพูดประเด็นนี้มาก่อนหน้านั้นนานแล้วแต่อยากจะพูดว่าในที่สุดวงก็หาทางที่ถูกต้องเจอเสียทีหลังจากเจอปัญหาอย่างมากมาย และในเมื่อมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นแล้วต่อไปคือการรักษามาตรฐานและพัฒนาคุณภาพวงต่อไปได้อีก ผมเองพอใจก็คอนเสิร์ตนี้มากทั้งในแง่ของคุณภาพการแสดงและการจัดคอนเสิร์ตหลังโควิดได้ดีขึ้น ผมนับถือวาทยากรอย่างมากที่กำหนดแนวทางที่ชัดเจนไม่สะเปะสะปะอีกต่อไป แม้ว่ากำหนดการส่วนใหญ่ของปีนี้ได้กำหนดไปแล้วแต่ผมหวังว่าจะมีคอนเสิร์ตในปีนี้มากขึ้นและปีหน้าจะสามารถหานักดนตรีระดับโลกมาแสดงที่กรุงเทพมากกว่านี้อีก สุดท้ายนี้แม้คอนเสิร์ตนี้จะดีอย่างที่คาดไว้แต่กลับมีความน่าเสียดายหลายเรื่องอย่างในคอนเสิร์ตนี้จัดพร้อมกับอีกคอนเสิร์ตนึงที่ศาลายาผมเชื่อว่าน่าจะมีผู้ชมมากกว่านี้หากไม่จัดพร้อมกันและน่าเสียดายอีกอย่างที่ว่าถึงแม้ว่าคอนเสิร์ตนี้จะขายตั๋วได้เป็นจำนวนมากแต่กลับมีผู้ชมไม่เยอะกว่าที่เห็นเมื่อครั้งที่แล้วไม่มากนักตั๋วเหลือค้างรอรับมากมายและผู้ชมก็หายไปอีกเกือบครั้งในครึ่งหลัง (เอาจริงผมก็ไม่แปลกใจเลย)
- Ludwig van Beethoven - Violin Concerto in D major, Op. 61
- Bomsori Kim (9.1)
- RBSO (8.8)
- Encore : Johann Sebastian Bach - Partita for Violin No. 2 in D minor (BWV 1004) III. Sarabande (9.5)
- Antonín Dvořák - Symphony No. 8 (9.0)
Comments
Post a Comment