BBC Proms ฉบับสมบูรณ์
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีรายการวิทยุออนไลน์ของนักโอโบสาวกับแขกรับเชิญที่พูดถึงพระเจนดุริยางค์ที่ไปเที่ยวดูงานในยุโรป ประจวบเหมาะกับว่าช่วงนี้เข้าสู่ช่วงหน้าร้อนในยุโรปอย่างเต็มที่แล้วและต่อมาจากการฟังเรื่องของ Bangkok International Dance and Music Festival จากนักคลาริเน็ตสาวมาบอกถึงความน่าสนใจของการแสดงในกรุงเทพแล้ว ทำให้ผมนึกเทศกาลดนตรีคลาสสิกที่มีชื่อเสียงมากอย่าง BBC Proms ที่ได้เริ่มไปแล้วที่ผ่านมาและจะแสดงต่อเนื่องไปจนจบราวกลางเดือนกันยายนนี้กันบ้าง ถึงแม้ว่าในหัวข้อนี้อาจจะนักดนตรีบางส่วนกล่าวถึงบ้างรวมถึงมีบางบทความที่แปลภาษาอัตโนมัติบ้าง แต่ก็ไม่มีคนไหนจะเขียนถึงเรื่องนี้เป็นภาษาไทยอย่างจริงจังๆเลย สิ่งที่ผมจะพูดถึงในเรื่อง BBC Proms นี้จึงน่าเป็นบทความแรกที่เขียนถึงเรื่องนี้เต็มรูปแบบในฉบับภาษาไทยกันครับ
โดยความหมายทั่วไป BBC Proms มาจากคำว่า Promenade Concerts เป็นเทศกาลคอนเสิร์ตดนตรีนานาชาติที่แสดงต่อเนื่องทุกวันทุกคืนต่อเนื่องเป็นเวลา 8 สัปดาห์ในหอแสดงที่มีชื่อเสียงมากๆอย่างที่ Royal Albert Hall (ที่มหิดลสิทธาคารได้รับอิทธิพลบางส่วนมาจากที่นี้อีกด้วย) สำหรับวงขนานใหญ่และ Cadogan Hall สำหรับวงขนาดเล็กในลอนดอน ในบางคอนเสิร์ตอาจจะจัดในบางสถานที่ทั่วทั้งสหราชอาณาจักร ถึงแม้ว่าจะมีการแสดงจากหลายผลงานจากหลายแนวดนตรีมาจัดแสดง แต่โดยหลักแล้วมันคือเป็นการแสดงดนตรีคลาสสิกตะวันตกในรูปแบบของออร์เคสตราทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กจากทั่วโลกมาแสดงกันทุกคืนต่อเนี่องกันนานกว่า 3 เดือนตลอดฤดูร้อน เราอาจจะพูดได้ว่านับว่าเป็นเทศกาลคอนเสิร์ตดนตรีเพลงคลาสสิกที่สำคัญที่สุดในโลกก็ว่าได้ โดยทั่วไปแล้วเป็นการแสดงของวงออร์เคสตราโดยวงกลุ่ม BBC เป็นวงหลักในการแสดง (ที่มี 5 วง) แต่ก็มีหลายวงทั้งในเครือจักรภพและทั่วโลกได้รับเชิญมาแสดงในรายการนี้เป็นจำนวนมากมาตั้งแต่หลังสงครามโลกเป็นต้นมา แม้เทศกาลคอนเสิร์ตชุดนี้มันอาจจะไม่ต่างจากการแสดงคอนเสิร์ตทั่วๆไป แต่ยังมีเอกลักษณ์ที่พิเศษอย่างอื่นเช่น มีหน่วยงานของรัฐในการจัดการคอนเสิร์ตโดยตรง (อย่าง BBC) ค่าเข้าชมที่ไม่แพงนัก ผลงานการแสดงที่มีความหลากหลายตั้งแต่ยุคเก่าไปถึงผลงานเขียนใหม่เพื่อเทศกาลนี้โดยเฉพาะ การถ่ายทอดสดมีตลอดฤดูกาล ผู้ชมคอนเสิร์ตมีคำเรียกถึงโดยเฉพาะอย่าง Prommers การแสดงคืนสุดท้ายที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ และอีกทั้งยังจุดเด่นที่สำคัญอย่างนึงคือการมีตั๋วยืนในโถงกลางที่ชั้นล่างซึ่งเป็นเรื่องแปลกที่ในคอนเสิร์ตเพลงคลาสสิกจะมีตั๋วยืนเป็นต้น
ที่มานั้นมาจากในอดีตนั้นการฟังดนตรีที่หอแสดงในอังกฤษเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ยากมาก เพราะส่วนใหญ่แล้วเป็นมีหอแสดงที่มีขนาดเล็กและราคาที่ผู้ชมมักมีคนชั้นสูงเข้าถึงได้ง่ายกว่า ในการแสดงที่มีลักษณะคล้ายเปิดหมวกในสวนสาธารณะจึงเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ามาตั้งแต่ในช่วงสมัยวิคตอเรียมาแล้ว โดยไม่มีระเบียบกฎเกณฑ์มากนักเช่นสามารถยืนจะเดินหรือพูดคุยได้อย่างอิสระระหว่างการแสดงได้ ในเวลาต่อมาจึงมีผู้มีไอเดียที่จะทำให้จัดคอนเสิร์ตที่สามารถเข้าถึงคนส่วนใหญ่ให้ได้ก่อนภายในอาคารโดยที่ยังคงผ่อนคลายกฎเกณฑ์เหล่านั้นอยู่ในราคาเข้าชมที่ไม่แพงมากนักในทุกคืนตลอดการแสดงเพื่อที่เมื่อได้รับความนิยมจะสามารถปรับผู้ชมที่มากมายให้เข้ากับขนบของดนตรีคลาสสิกได้มากขึ้นให้ภายหลัง โดยที่กฏบางอย่างผ่อนคลายก็ยังมีอยู่ในปัจจุบัน โดยจัดในครั้งแรกที่ Queen's Hall โดยการนำวงของ Henry Wood ที่ต่อมาเขาจะเป็นต้นตอให้จัดคอนเสิร์ตนี้ต่อเนื่องเรื่อยมาจนกระผู้จัดเดิมได้เสียชีวิตไปทาง BBC ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นได้สนับสนุนและมีวง BBC Symphony Orchestra เป็นวงแสดงหลักเรื่อยมาแม้ในช่วงสงครามโลกจะ BBC ถอนตัวออกและ Henry Wood เสียชีวิตแต่ยังคงได้รับการสนับสนุนตลอดมากระทั่งหลังจากที่ Queen's Hall ถูกทำลายหลังครามโลก เทศกาลนี้จึงย้ายไปที่ Royal Albert Hall ที่เคยเป็นหอแสดงคู่ขนานและจัดต่อเนื่องเรื่อยมาพร้อมกับวง BBC ต่างๆจนถึงปัจจุบัน
ในเทศกาลนี้วาทยกรอังกฤษที่มีชื่อเสียงหลายคนล้วนสร้างชื่อกับงานเทศกาลนี้มากมายอย่างเช่น Henry Wood, Adrian Boult ,Malcolm Sargent, Colin Davis, Léopold Stokowski, Georg Solti, John Barbirolli ,Roger Norrington ,Peter Maxwell Daviesเป็นต้น กลายเป็นธรรมเนียมสำคัญของวาทยกรอังกฤษที่จะต้องมีประสบการณ์ในเวทีนี้เพื่อเป็นใบเบิกทางเป็นวาทยกรอังกฤษที่เป็นรู้จักในระดับโลกต่อไป
ต่อไปในส่วนของลักษณะของโปรแกรมที่จัดแสดงกันบ้าง ในวันแรกของเทศกาลดนตรีที่เป็น First Night of the Proms โดยทั่วไปแล้วจะเป็นคอนเสิร์ตเปิดฤดูกาลเรี่มในวันศุกร์กลางเดือนกรกฎาคม รูปปั้นของ Henry Wood มาตั้งกลางคอนเสิร์ตตลอดทั้งฤดูกาลนั้นๆ แสดงโดย BBC Symphony Orchestra และ Chef Conductor ของวง และจากนั้นวงต่างๆทั้งในเครือ BBC หรือจากสหราชอาณาจักรและจากทั่วโลกจะมาแสดงต่อเนื่องกันในรูปแบบของคอนเสิร์ตทั่วๆไปที่เรารู้จักกันที่ Royal Albert Hall โดยจะเรียกในแต่ละคอนเสิร์ตว่าเป็น Proms ต่างๆ ถึงแม้ว่าช่วงเวลาการแสดงจะมีในทุกๆคืนแต่โปรแกรมการแสดงมีไม่ซ้ำกันเลย และนอกจากผลงานที่เป็นแบบมาตรฐานแล้วยังมีงานพิเศษที่อุทิศให้เป็นธีมเฉพาะเพื่อคนหลากหลายวัยเช่นคอนเสิร์ตจากซีรีส์ Doctor Who คอนเสิร์ตสำหรับเด็กเล็ก หรือในปีนี้ที่จะมีเพลงการเกมอีกด้วย
ถึงแม้ว่าผลงานการแสดงมีความหลากหลายอย่างมากเพราะนอกจากผลงานทั่วๆไปจากคีตกวีที่รู้จักกันอย่าง Beethoven, Brahms, Mozart และ Tchaikovsky แล้วก็ยังมีโปรแกรมที่แสดงถึงความเป็นอังกฤษมากมายทั้งจากคีตกวีที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วเช่น Edward Elgar, Ralph Vaughan Williams หรือ Benjamin Britten แล้วก็ยังมีผลงานร่วมสมัยออกแสดงในงานนี้รวมไปถึงผลงานที่นำออกแสดงรอบปฐมทัศน์เพื่อการแสดงนี้โดยตรงอีกมากมาย และยังรวมไปถึงงานที่เกี่ยวข้องกับวงสตริงร่วมสมัยอีกด้วย แม้ว่าจะเป็นงานที่แสดงของดนตรีออร์เคสตราที่เข้มข้นก็ตามแต่ไม่ค่อยมีศิลปะการแสดงอื่นมาปะปนมากนักโดยเฉพาะจากบัลเลต์และการแสดง Opera โดยตรง มักจะเน้นในเรื่องของการแสดงดนตรีพ่วงกับศิลปินเดียวหรือนักร้องประสานเสียงมากกว่า
แต่คอนเสิร์ตที่มีชื่อเสียงที่สุดคือคอนเสิร์ตคืนสุดท้ายของเทศกาลที่เรียกว่า Last Night Of The Proms ที่จัดในวันเสาร์เดือนกันยายนอันเป็นวัฒนธรรมที่ต่างจากคอนเสิร์ตทั่วๆไป ตรงที่มันจะแสดงความเป็นชาติอังกฤษอย่างชัดเจนจากที่เอาธงชาติเข้ามาในคอนเสิร์ตมีการฟังที่ไม่เคร่งครัดนัก และจากผลงานที่คุ้นหูการแสดงผลงานจากคีตกวีอังกฤษทั้งหมดอย่างและปิดท้ายด้วยเพลงชาติอังกฤษ ทำให้คอนเสิร์ตนี้เป็นที่รู้จักในสังคมอังกฤษแต่เนื่องจากได้รับความนิยมมีมากจนถึงขนาดที่ว่าหากต้องการซื้อตั๋วในวันนี้จะต้องซื้อตั๋วปีหรือซื้อคอนเสิร์ตเป็นชุดมาก่อนที่จะได้จับสลากซื้อได้ และมีการจัดคอนเสิร์ตคู่ขนานในสหราชอาณาจักรอีกด้วย
แม้ค่าเข้าชมมีความหลากหลายแต่โดยทั่วไปแล้วไม่สูงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพแต่โดยทั่วไป(อาจจะถูกกว่าในงานไทยบางงานด้วยซ้ำ) แต่ที่ถูกที่สุดนั้นเป็นตั๋วยืนในหอการแสดงที่จะต้องซื้อในเช้าของวันการแสดงเท่านั้น และอีกจุดพิเศษที่หาได้ยากในทีวียุคนี้คือเทศกาลนี้มีการถ่ายทอดสดออกอากาศทางทีวีเป็นประจำ ในส่วนของในวันแรกของเทศกาลจะถ่ายทอดสดทาง BBC 2 รวมไปถึงตลอดเทศกาลจะถ่ายในช่วงสุดสัปดาห์ทาง BBC 4 และในคืนสุดท้ายทาง BBC 1 และ 2 นอกจากนี้ในทุกๆคอนเสิร์ตทั้งหมดจะออกอากาศทางวิทยุ BBC Radio 3 อีกด้วยบางครั้งคุณอาจจะสามารถแอบดูหรือฟังได้ในภายหลังด้วย
โดยประเด็นสำคัญของผมคือนับตั้งแต่มี BBC Prom มานี้ยังไม่เคยมีวงดนตรีคลาสสิคไทยวงไหนมาแสดงในเทศกาลคอนเสิร์ตนี้เลยสักครั้ง แต่มีวงนาฏศิลป์ไทยมาแสดงแล้ว 2 ครั้ง (โดยไม่นับจากการจัดการแสดงโดยตรงจากทางรัฐไทยนอกเทศกาลนี้) ประกอบด้วย
- ในวันที่ 22 สิงหาคม 2524 (1981) คณะดนตรีและนาฏศิลป์ไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เป็นการแสดงดนตรีไทยประกอบนาฏศิลป์ โดยมีการเล่นผลงานทั้งแบบดั้งเดิม มนตรี ตราโมทและสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ในวันนั้นมีการบันทึกวิดีโอคลิปเก็บไว้ใน YouTube ด้วยทางลิงก์นี้ https://youtu.be/_B-23sAQK74
- ในวันที่ 4 สิงหาคม 2538 (1995) บรูซ แกสตันและวงฟองน้ำได้แสดงต่อเนื่องร่วมกับวงจากจีนเล่นในช่วงครึ่งหลังของคอนเสิร์ต Music from the Far East โดยแสดงผลงานของตัวเองคือ พระแสง (The Golden Bath And Transformation และ Dance of the Pygmy) กับ Chao Praya Concerto เดี่ยวระนาดโดย บุญยงค์ เกตุคง เพลงเชิญนาคเป็นเพลงเดิม และของพระยาประสานดุริยศัพท์คือเพลงพม่าห้าท่อนสามชั้น (ผลงานเหล่านี้ต่อมาไม่นานก็มีการบันทึกเสียงเก็บไว้ด้วย)
อันที่จริงแล้วงาน Bangkok International Dance and Music Festival ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่นานนี้ก็ได้รับไอเดียและอิทธิพลมาจากเทศกาลนี้ด้วยเช่นกัน แม้โดยรวมจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนักโดยเฉพาะในส่วนของการแสดงดนตรีโดยตรงก็ตาม แต่ผมหวังว่าการแสดงในปีต่อๆไปจะทำให้คนมาสนใจฟังกันมากขึ้นจากโปรแกรมที่มีความหลากหลาย อีกทั้งนอกจากนี้ผมยังคิดว่าในปัจจุบันคงยากมากๆที่จะมีวงนักดนตรีไทยสามารถที่จะไปเข้าร่วมกับเทศกาลที่มีชื่อเสียงนี้โดยตรงได้อีก แต่ก็หวังว่าจะมีนักดนตรีไทยสามารถเข้าร่วมงานในฐานะนักดนตรีในวงสากลสักวงหนึ่งในอนาคตต่อไป เพราะในความคิดของผมเทศกาลนี้นับเป็นส่วนหนึ่งที่จะสะท้อนถึงอนาคตของวงการดนตรีคลาสสิกโลกต่อไปด้วย สุดท้ายนี้น้อยคนจะทราบว่า London เคยเป็นศูนย์ของดนตรีคลาสสิกก่อน Vienna เสียอีกและในโอกาสหน้าจะเขียนถึงให้อ่านกันครับ
Comments
Post a Comment