เกรดของนักดนตรี Soloist
เมื่อช่วงเดือนที่แล้วผมกลับไปที่ศาลายาเพื่อไปดูคอนเสิร์ตซึ้งคราวนี้พวกเขายังคงใช้ศิลปินเดียวชาวไทยและก่อนหน้านี้ยังใช้สมาชิกในวงเล่นเดียวทดแทนซึ้งนั้นไม่ได้แปลกใจและกว่าจะเชิญมาอีกครั้งนั้นคือการปิดฤดูกาลไปแล้วแต่ผมไม่โทษพวกเขาหรอกนะ แต่การเลือกศิลปินเดี่ยวมาเป็นตัวเอกในงานในหลายๆงานเรียกว่าเป็นคนสำคัญที่ทำให้คอนเสิร์ตนี้ประสบความสำเร็จรึไม่มันมีสิ่งที่เรียกว่าระดับหรือเกรดของนักดนตรีอยู่ ซึ่งนี้จะเป็นเรื่องที่ผมอยากจะบอกกับทุกคนบ้างในคราวนี้กัน
ในเมื่อ 2 วงหลักของไทย และอีกหลายๆวงทั่วโลกจะจ้างนักดนตรีเดียวหรือที่เรียกว่า Soloist ในการแสดงคอนเสิร์ตของวงที่จะบอกได้ว่าเป็นหัวข้อหลักในแต่ละคอนเสิร์ต แต่ในความคิดเห็นของผมมันมีสิ่งที่เรียกว่าระดับหรือเกรดอยู่ ที่เกรดในที่นี้คือระดับของกลุ่มนักดนตรีที่สามารถกำหนดถึงคุณภาพและชื่อเสียงอย่างมาก นั้นทำให้มีการจ้างค่าตัวที่แตกต่างกันด้วยส่งผลโดยรวมต่อราคาตั๋วที่เราจ่ายไป รวมไปถึงความสนใจซื้อผลงานในสื่อต่างๆอีกด้วย
ถึงแม้ว่าจะไม่มีข้อมูลเปิดเผยอย่างเป็นทางการในการแบ่งเกรดมากนักในส่วนต่างๆของโลกก็ตาม แต่การแบ่งกลุ่มคุณภาพของศิลปิน Soloist ในความคิดเห็นของผมเท่าที่สังเกตมามีหลักในการพิจารณาจากชื่อเสียง ประเทศที่จากมา รวมถึงโอกาสในการทำผลงานบันทึกเสียงอีกด้วย ทั้งนี้เกรดสามารถขึ้นและลงได้ โดยจะเรียงตามความสำคัญจากน้อยไปมากมีดังนี้
- Thai Artist เป็นชาวไทย อันนี้คงไม่ต้องอธิบายให้เสียเวลามากนัก โดยทั่วไปคนเหล่านี้มักเป็นอาจารย์ที่สอนอยู่ในประเทศไทยเป็นหลักอยู่แล้ว อาจจะมีที่มาจากต่างประเทศบ้างเป็นแต่ส่วนน้อยมาก เสียดายที่ว่าในกลุ่มนี้ถ้าไม่ใช่นักร้องเพลงมักไม่ค่อยได้รับโอกาสในการแสดงเดี่ยวเท่าไหร่นัก อาจจะได้จัดเป็นคอนเสิร์ตเล็กๆ ผู้ชมขาจรจึงมักเป็นเพื่อนหรือญาติของนักดนตรีเหล่านั้นมาฟังกัน เราอาจจะได้ยินพวกเขาทางคลิปวิดีโอเสียมากกว่า
- Local Residence เป็นศิลปินชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย กลุ่มนี้จะดูดีขึ้นมาอีกหน่อยก็เพราะว่าอาจจะเป็นนักดนตรีประจำวงในไทยบางวงมีหลายครั้งแก้ขัดเป็นศิลปินเดี่ยวชั่วคราว แม้อาจจะไม่ดึงคนฟังมากเท่ากลุ่มแรกแต่โดยทั่วไปแล้วแสดงได้ดีไม่แพ้กัน (เผลอๆอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ) ในบางกรณีอาจจะมีการบันทึกเสียงแต่จะไม่ได้ค่อยได้รับความสำคัญ
- Asian Artist กลุ่มนี้มักเป็นนักดนตรีมาจากประเทศในเอเชียแต่ส่วนใหญ่แล้วจะมาจาก 3 ประเทศหลักๆคือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่มีวัฒนธรรมการสร้างนักดนตรีที่เยอะและเข้มแข็ง แม้จะมีนักดนตรีเป็นจำนวนมากแต่โดยส่วนใหญ่มักจะเล่นเปียโนหรือไวโอลินเป็นหลัก มีนักดนตรีกลุ่มนี้เป็นจำนวนมากที่ไปแข่งขันรายการดนตรีคลาสสิกอยู่เสมอๆ ในแง่ของตลาดเพลงคลาสสิคอาจจะมีผลงานบันทึกเสียงอยู่บ้างแต่ส่วนใหญ่มักเป็นค่ายไม่มีชื่อเสียงมากนักหรือไม่ก็เน้นทำตลาดในประเทศตัวเองโดยใช้ทุนตัวเองในการทำผลงาน โดยปกติพวกเขาจะแสดงเป็นประจำในประเทศตัวเองอยู่แล้วก่อนจะขยายเส้นทางตัวเองมากขึ้น ในมุมมองของผมนักดนตรีเหล่านี้อยู่ในระดับเกรด C
- International Artist โดยส่วนใหญ่มักจะมาจากทวีปยุโรป อาจจะมีบ้างที่มาจากอเมริกาหรือส่วนอื่นๆของโลกรวมถึงในเอเชียที่อาศัยในยุโรปที่เป็นตลาดใหญ่ด้วย แต่โดยรวมคือไม่เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ฟังด้วยตัวเองมากนัก พวกเขาอาจจะมีผลงานบันทึกเสียงอยู่บ้างแต่ผลงานบันทึกเสียงหลายๆโอกาสทั้งที่เป็นตัวหลักหรือสมทบศิลปินคนอื่นๆในค่ายที่ไม่ดังมากนัก โดยในมุมมองของผมนักดนตรีเหล่านี้อยู่ในกลุ่ม B เป็นกลุ่มที่มีนักดนตรีเข้าข่ายมากที่สุด โดยที่มีที่มาแตกต่างกันอย่างเช่น
- กลุ่มคนที่อายุไม่มากนักมักเป็นนักดนตรีที่ชนะรางวัลไม่สำคัญมาบ้างหรืออาจจะกำลังเตรียมตัวเพื่อไปประกวดแข่งขันในเวทีระดับโลก กลุ่มนี้จะใช้พื้นที่ในคอนเสิร์ตต่างๆเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการแสดงหรือเป็นหลักฐานในการสร้างผลงานในวงกว้างต่อไป
- เป็นนักดนตรีอิสระที่อาจจะจบสถาบันที่มีชื่อเสียงมาก่อนอาจจะประกวดมาบ้างแต่ได้อันดับธรรมดา หลังจากพ้นโอกาสในการแข่งขันไปแล้ว กลุ่มนี้อาจจะเลือกอยู่ในสังกัดระดับนานาชาติเพื่อหาโอกาสในการแสดงในวงกว้างต่อไป
- เคยเป็นหรือยังเป็นนักดนตรีหรือเป็นหัวหน้าวงประจำวงที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว อาจจะยังออกแสดงในวงเล็กโดยที่ยังอยู่กับวงๆนั้นอยู่หรือว่าอยู่ในวงยาวนานจนมีประสบการณ์มากพอจึงออกไปแล้วเป็นเป็นศิลปินเดียวโดยเฉพาะ ในประเภทนี้มักจะได้รับการยอมรับอย่างมาก
- เป็นอาจารย์ในสถาบันที่มีชื่อเสียงมายาวนาน ในอดีตอาจจะอยู่ในนักดนตรีเกรดอื่นๆมาก่อนแล้วลดงานแสดงลง อาจจะนานๆมาแสดงสักครั้ง โดยทั่วไปกลุ่มนี้มักมี Masterclass กับนักดนตรีที่สนใจอีกด้วย
- Record Artist กลุ่มนี้มีความพิเศษต่างจากกลุ่มที่แล้วตรงที่พวกเขาเคยชนะการแข่งขันรายการสำคัญหรือมีชื่อเสียงจากการมีเอกลักษณ์ของตัวเองที่มากพอ จนค่ายดนตรีที่มีชื่อเสียงจึงพยายามหาตัวเพื่อเซ็นสัญญาอย่างจริงจังบางคนอาจจะอยู่ค่ายเดียวหลายสิบปีหรือสลับค่ายกันบ้าง โดยนำผลงานที่ทำไว้เป็นจำนวนมากนำมาโปรโมตตัวเองในคอนเสิร์ตมีมากขึ้น (และในปัจจุบันนี้เองที่ทางค่ายดัวๆมักจะรวมผลงานเป็นชุดชุดออกขายเป็นจำนวนมาก) ในปัจจุบันกลุ่มเหล่านี้มีขนาดเล็กลงจากที่ถ้าไม่เป็นกลุ่มที่ 3 หรือไปกลุ่มสุดท้ายเลยเนื่องจากความสำคัญในบันทึกเสียงเพื่อผลกำไรมีน้อยลง ในมุมมองของผมนักดนตรีเหล่านี้อยู่ในกลุ่ม A
- World Artist เป็นกลุ่มที่นักดนตรีคลาสสิกทั่วไปที่อาจจะรวมไปถึงผู้ฟังเพลงคลาสสิคส่วนใหญ่มีความคุ้นกับชื่อเหล่านี้อย่างมาก มักมีกระแสให้บุคคลภายนอกได้ยินเรียกว่าเป็น Celebrity ของวงการเลยก็ได้ ผลงานบันทึกเสียงมีความหลากหลายนอกกรอบเพลงคลาสสิค กลุ่มนี้เรียกว่าอยู่ในเกรด S ก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้แม้จะได้ยินกระแสเป็นประจำแต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะชอบใจกลุ่มเหล่านี้มากนัก
โดยปกติผมมักจะใช่แนวทางนี้ในการกำหนดเกรดกลุ่มศิลปินที่มาแสดงในเมืองไทยหลายครั้ง รวมไปถึงวงต่างชาติที่มีเที่ยวในเมืองไทยหลายๆวงอีกด้วย แต่ทั้งนี้เกรดคือคุณภาพและชื่อเสียงที่เคยทำที่ผ่านมาไม่ได้แปลว่าคุณภาพในการแสดงจริงๆจะเป็นไปตามนั้น อาจจะดีหรือแย่กว่าที่คาดคิดไว้ก็ได้ โดยวงที่ศาลายา Soloist ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มระหว่าง 1-4 แต่ของวงที่ห้วยขวางนั้นมักจะวนๆอยู่ในกลุ่มที่ 3-5 ถ้าเป็นเทศกาลดนตรีคลาสสิกในกรุงเทพอาจจะมีในกลุ่ม 4-6 บ้างแต่ในช่วงหลังนี้ไม่ค่อยมีมากนักแล้ว การจ้าง Soloist ในระดับที่สูงขึ้นไม่ใช้เพียงแค่ความน่าสนใจในคอนเสิร์ตนั้นจะมีมากขึ้นเท่านั้นแต่นั้นหมายถึงคุณภาพของวงโดยรวมอีกด้วย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง
สุดท้ายนี้แม้ในหัวข้อนี้อาจจะไม่ถึงขนาดจริงจังมากนักแต่อยากให้รู้ไว้เป็นแนวทางว่านโยบายของวงดนตรีในไทยเป็นอย่างไร หรือเห็นถึงขีดจำกัดของวงในไทยหรือในโลกได้ส่วนหนึ่ง ถ้ามีโอกาสอาจจะพูดระดับของวาทยากรในอนาคตต่อไปครับ
Comments
Post a Comment