London เมืองหลวงแห่งเสียงดนตรีก่อนเวียนนา
หลังจากที่ผมเขียน BBC Proms ก็มีคนสนใจอ่านเรื่องนี้ไม่น้อยเลยทำให้ผมคิดต่อไปว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าเวลาเราพูดถึงดนตรีคลาสสิกส่วนใหญ่เราจะพูดถึงเมืองเวียนนากันทั้งที่เอาจริงๆวัฒนธรรมในดนตรีคลาสสิกหลายอย่างเห็นกันนี้ได้รับอิทธิพลและแนวคิดของเพลงคลาสสิกตะวันตกมาจากการรวมแนวคิดทางศิลปะของหลายชนชาติไว้ด้วยกันจากหลายๆประเทศในยุโรป และใน ลอนดอนเคยเป็นศูนย์กลางดนตรีของโลกมาก่อนด้วยหลากหลายสาเหตุด้วยกัน นี่จะเป็นเรื่องของ ลอนดอนเมืองหลวงแห่งเสียงดนตรีก่อนเวียนนา
ถึงแม้ว่าการศึกษาศิลปะแขนงต่างๆโดยเฉพาะดนตรีนั้นมักมีการเปรียบเทียบแนวคิดกับศิลป์ประเภทอื่นๆโดยเฉพาะประติมากรรมภาพเขียนเพราะเป็นสิ่งที่เป็นหลักฐานในการศึกษามาได้มากกว่า แต่เป็นเรื่องที่ไม่แปลกใจที่ว่างานศิลป์ต่างๆไม่ว่าศาสตร์ใดมันมีความเกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการบริหารราชการและกลุ่มคนผู้ร่ำรวยที่จะสามารถเข้าถึงบริการที่มองว่าไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและศิลป์ต่างๆก็นับเป็นหนึ่งในนั่นด้วยโดยก่อนอื่นเราจะแบ่งกลุ่มคนที่สนใจในดนตรีออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆคือ
- กลุ่มแรกคือชนชั้นอำนาจเดิมได้แก่กษัตริย์ ขุนนางและคริสต์ศาสนา ในกลุ่มนี้พวกเขาจะมีคีตกวีและนักดนตรีเป็นของตัวเองจากการจ้างให้เป็นผู้รับใช้ เพราะการในสมัยก่อนชนชั้นปกครองนอกจากมีเงินที่ได้จากการบริหารนักดนตรีเหล่านั้นแล้วยังต้องการสังคมอีกด้วยในการเข้าหากันอีกด้วย มักจะมีศิลปะที่มีความซับซ้อน และมองดนตรีเป็นองค์ประกอบในการทำหน้าที่ช่วยเหลือเรื่องๆต่างที่สำคัญกว่าของผู้ว่าจ้าง ดังนั้นดนตรีที่ฟังจึงดูงดงามแต่ไม่จริงจังมากนัก
- และในกลุ่มที่สนใจศิลปะอีกกลุ่มนึงคือกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการค้าขายหรือคนที่ร่ำรวยจากนโยบายของกลุ่มคนที่แล้ว (ในภาษาทางวิชาการคือชนชั้นกระฎุมพี) กลุ่มคนผู้ร่ำรวยนี้เป็นกลุ่มต้องการฟังดนตรีเพื่อหรือศิลปะอื่นๆเพื่อความบันเทิงในศาสตร์ของศิลปะเอง ดังนั้นศิลปะจึงไม่ซับซ้อนมากนักเพื่อเข้าถึงได้ง่ายกว่า แม้ในระยะแรกกลุ่มเหล่านี้มีไม่มากนักแต่ในเวลาต่อมากลุ่มสามัญชนในอังกฤษมีอำนาจมากกว่าประชาชนทั่วไปในประเทศอื่นๆในโลกในเวลาไล่เลี่ยกันและในกลุ่มนี้จะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆดังที่จะเล่าสาเหตุต่อไป
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มาจากในช่วงระหว่างการเสียชีวิตของ Handel ไปจนถึงการได้รับความนิยมของ Mozart เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างกว้างคือประมาณ 20 ปี ซึ่งเราสามารถนับช่วงเวลาดังกล่าวว่าเป็นยุคคลาสสิกตอนต้นที่เราไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญมากนัก เพราะแนวคิดทางดนตรีคลาสสิกยังไม่เป็นแนวทางที่ชัดเจนว่าควรลักษณะทางดนตรีเป็นอย่างไร ถึงแม้ว่าประเภทของดนตรีคลาสสิกที่เรารู้จักเป็นส่วนใหญ่จะเริ่มจากในยุคนี้ (เช่น โอเปร่า โอเวอร์เจอร์ ซินโฟเนียที่เป็นต้นแบบของซิมโฟนี ระบบโซนาตา ฯลฯ) แต่ผลงานในยุคดนตรีเหล่านี้รวมไปถึงแนวดนตรีก่อนหน้านั้นล้วนมาจากการคิดค้นอัตลักษณ์ทางดนตรีของแต่ละอาณาจักร (ที่มีมาก่อนแนวคิดชาตินิยมยุคโรแมนติก) ไม่มีการรวมกลุ่มเพื่อแจกแจงหรือมีแนวทางในการประพันธ์และการแสดงเป็นแนวทางเดียวกันก่อนจะมาผสมรวมกันต่อมาในช่วงกลางยุคคลาสสิกไปแล้ว
ความเจริญที่แรกๆมาจากผลพวงการเปลี่ยนแปลงภายในอังกฤษอย่างมากมายจากความขัดแย้งหลายเรื่องนับตั้งแต่สงครามกลางเมืองอังกฤษต่อเนื่องหลายครั้งจนปิดท้ายถึงช่วงกลางของการฟื้นฟูราชวงศ์อังกฤษในสมัยบาโรกจนและต่อเนื่องไปถึงในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงต้นยุคคลาสสิกถึงกลางโรแมนติกด้วย ทำให้อังกฤษเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมก่อนใคร กลุ่มผู้ร่ำรวยมีจำนวนมากขึ้นและมีอำนาจมากขึ้นและกลุ่มอำนาจเก่าเริ่มสั่นคลอน ความต้องการบริการที่กลุ่มอำนาจเก่ามีมาก่อนจึงเริ่มเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้ร่ำรวยบ้าง และด้วยความร่ำรวยและความเจริญอย่างต่อเนื่องนี่เองลอนดอนที่เป็นเมืองหลวงจึงมีขนาดใหญ่ขึ้น คนที่มองหาโอกาสในการสร้างฐานะจึงเริ่มพยายามเข้าถึงกลุ่มอำนาจต่างๆเพื่อแสวงหาโอกาสและความร่ำรวยจึงเกิดขึ้นตามไปด้วย
และในอังกฤษนี่เองที่เห็นโอกาสมีคนเห็นประโยชน์จากการฟังดนตรีเพื่อสร้างรายได้จากกลุ่มคนผู้ร่ำรวยเหล่านี้ จึงหันมาทำเป็นธุรกิจอย่างจริงๆจังๆได้เริ่มต้นขึ้น แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายไม่น้อยที่ว่าอังกฤษนั้นก็ไม่มีคีตกวีที่เก่งพอจะสร้างชื่อในประเทศของตัวเองหลังจาก Henry Purcell เลยจนกระทั่งการมาถึงของ Edward Elgar ที่อยู่ในช่วงท้ายยุคโรแมนติกไปแล้วและด้วยช่องว่างอย่างนี้นี่เองเป็นการเริ่มต้นของชาวเยอรมันที่อพยพเข้ามาหาโอกาสทางดนตรีที่มีมากมาย ทำให้เพลงพื้นฐานจากเยอรมันเป็นที่รู้จักมากกว่าจากอิตาลีกลายเป็นมาตรฐานของดนตรียุคคลาสสิกในสมัยหลัง แม้ในสมัยหลังๆที่เวียนนาเป็นที่ได้รับความนิยมในการแสดงผลงานสำคัญมากกว่าก็ตามแต่มีการเชิญคีตกวีไปร่วมสร้างผลงานตลอดยุคคลาสสิก ดังเช่น
- J.C. Bach (ลูกคนสุดท้องของ J.S. Bach) และ Carl Friedrich Abel สร้างแนวคิดคอนเสิร์ตดนตรีที่มีการกำหนดการแสดงล่วงหน้าให้ระดมทุนให้จัดการแสดงขึ้น
- Handel สร้างโมเดลธุรกิจที่เราเรียกกันในสมัยหลังว่าเป็นกิจการร่วมค้าในการขายตั๋วการแสดงคอนเสิร์ตต่างๆ รวมถึงโอเปร่า (นับเป็นกิจการทุนนิยมแห่งแรกของโลก ประเด็นนี้สามารถขยายความเป็นอีกบทความนึงในโอกาสหน้า)
- William Herschel เข้ามาทำงานเป็นทหารกองดุริยางค์ในกองทัพและแต่งเพลงถวายกษัตริย์ในอังกฤษ
- หลังการตายของ J.C. Bach เพลงของ Haydn ได้รับความนิยมจึงจ้างมาเพื่อทำหน้าที่ควบคุมวงซิมโฟนีใหม่และวงดุริยางค์ขนาดใหญ่และแต่งเพลงเป็นผลงานสำคัญของเขา
อีกทั้งต่อมาการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงกลางยุคคลาสสิกนี้วิวัฒนาการเครื่องดนตรีคลาสสิกอย่างก้าวกระโดดกลายเป็นมาตรฐานสำคัญของดนตรียุคคลาสสิก (จนกระทั่งการเปลี่ยนการทำงานเป็นระบบไฟฟ้าในช่วงหลังสงครามโลก ไม่มีการพัฒนาเครื่องดนตรีในเชิงเสียงและความสามารถอีกเลย) จึงสามารถสร้างเครื่องดนตรีได้เป็นจำนวนมากการศึกษาดนตรีในหมู่คนทั่วไปจึงเริ่มเกิดขึ้นอย่างมากเพื่อความบันเทิงของบุคคลทั่วไป อีกทั้งเครื่องดนตรีประเภทต่างๆโดยเฉพาะ Keyboard มีการกำหนดเสียงที่เป็นมาตรฐานระหว่างกันทำให้การความเข้าใจในเสียงไปในทางเดียวกัน และในดนตรีเครื่องเป่ามีการพัฒนาวาล์ว (ที่เป็นผลพวงจากการพัฒนาอุตสาหกรรม) ทำให้สามารถเปลี่ยนเสียงระหว่างการเป่าได้จึงสร้างเครื่องดนตรีที่มีเฉพาะในยุคคลาสสิกโดยเฉพาะเครื่องทองเหลือง
แม้ในเวลาต่อมาเมื่อกลุ่มคนที่พูดภาษาเยอรมันที่สามารถรวมอำนาจในทางยุโรปไว้ได้ทั้งหมดสร้างอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์มีศูนย์กลางอย่างเมืองเวียนนาเป็นเมืองหลวง และเนื่องมาจากความชมชอบของผู้ปกครองจึงได้รับความสำคัญและสนับสนุนในการเผยแพร่ทางดนตรีได้มากกว่า นักดนตรีที่เก่งจึงมารวมตัวกันกลายเป็นศูนย์กลางทางดนตรีมาตั้งแต่นั้นมา แต่อย่างไรก็ตามวัฒนธรรมการดูดนตรีของชาวอังกฤษได้สร้างรากฐานการฟังดนตรีให้กับคนทั่วไปที่สามารถเข้าถึงดนตรีได้อย่างเสรี และเนื่องจากกลุ่มคนผู้ร่ำรวยที่พร้อมจะสนับสนุนในตัวนักดนตรีที่ไม่ต้องสังกัดกับเจ้านายโดยตรง (ที่เราอาจจะมองว่าเป็น Freelance, Influencer หรือ Self-employed ก็ได้) ต่างจากในอาณาจักรอื่นๆ ดังนั้นนักดนตรีจึงสามารถมีชีวิตที่เป็นอิสระมากกว่าในสมัยเดียวกัน ถึงแม้ว่าแนวคิดนี้จะยังไม่เข้มข้นมากนักจนถึงสมัยยุคโรแมนติกไปแล้วก็ตาม แต่ลอนดอนก็ยังเป็นเมืองสำคัญในทางการค้าและอุตสาหกรรมในเวลาต่อมาวัฒนธรรมเหล่านี้ก็ยังมีความสำคัญจนถึงปัจจุบัน
สุดท้ายนี้อาจจะเป็นประเด็นที่ไม่ค่อยเขียนถึงกันนักในหมู่นักวิชาการดนตรีคลาสสิกทั้งๆที่แนวคิดเหล่านี้ต่อมาจะต่อยอดกลายเป็นแบบแผนของดนตรีคลาสสิกในปัจจุบัน ในสัปดาห์หน้าผมจะพูดถึง วิลเลียม เฮอร์เชล นักดนตรีที่มีชื่อเสียงทางดาราศาสตร์ เนื่องในโอกาส 200 ปีแห่งการเสียชีวิตของเขา เราจะพูดถึงชีวประวัติอย่างสังเขปที่เกี่ยวกับนักดนตรีคลาสสิกที่มีงานอดิเรกทางดาราศาสตร์กัน
Comments
Post a Comment