จุดเริ่มต้นของนักดนตรีคลาสสิกอาชีพในยุคโรแมนติก

    เมื่อไม่นานมานี้ผมได้รับปากญาติของผมคนหนึ่งให้พาหลานไปเรียนเปียโนที่สถาบันดนตรียามาฮ่า ในระหว่างทางไปส่งนั้นหลานคนนั้นก็สงสัยว่า "ทำไมเราถึงต้องบรรเลงเพลงของคนอื่นที่ตายไปหลายร้อยปีแล้วด้วยมันน่าสนใจตรงไหน" แม้จะเป็นถามที่กวนประสาทแต่นั้นเป็นคำถามที่ดีมาก เพราะถ้าเราเคยฟังเพลงของพวกเขาในอดีตที่ผ่านมาในช่วงที่เพลงนั้นออกมาใหม่ๆ เราอาจจะยังชอบผลงานของพวกเขาแม้เมื่อเวลาผ่านไปอยู่เสมออย่างถ้ารุ่นปู่ชอบเพลงสุนทราภรณ์เราอาจจะเคยได้ยินในที่พวกเขาชอบไปกันบ่อยๆ แต่กับเพลงคลาสสิคเนี่ยที่รู้จักกันมักมีอายุมากกว่าปู่หรือย่าของเรามากมายนัก และอาจจะไม่ได้มีความผูกพันในช่วงที่ออกเผยแพร่ใหม่และคนที่เคยฟังในสมัยที่เปิดตัวใหม่ๆน่าจะตายกันหมดแล้ว แต่แล้วในสมัยนี้บางคนก็ยังฟังอยู่และถึงแม้จะมีหลายคนเล่นผลงานเดียวกันและยังมีการตีความแตกต่างกันอีก ถ้าผมจะเปรียบเทียบกับวง Blackpink คงจะไม่ร้องเพลงของวงอื่นเป็นแน่แท้ แต่ว่างานของ Beethoven ยังมีคนแสดงอยู่เนื่องๆจากหลายคนและหลายวง ผมจึงลองหาข้อมูลที่น่าสนใจมาอธิบายสั้นๆ(แต่ไม่สั้นเท่าไร)ในตอนนี้คือจุดเริ่มต้นของนักดนตรีคลาสสิกอาชีพในยุคโรแมนติก

    จากบทความที่ผมเขียนถึงเรื่องดนตรีในลอนดอนศูนย์กลางดนตรีคลาสสิกก่อนเวียนนา (14 สิงหาคม 2565) ที่การปฏิวัติที่ทำโดยประชาชนคนเริ่มมองศิลปะทุกแขนงใกล้ตัวคนทั่วไปมากขึ้น รวมไปถึงดนตรีที่คนทั่วไปมองว่าเป็นของสูงค่าเริ่มเปลี่ยนไปจากการเล่นในโบสถ์หรือในกลุ่มชนชั้นสูงเปลี่ยนไปในที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ถ้ามีความกำลังทรัพย์และมีสามารถมากพอ อีกทั้งในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ทำให้เครื่องดนตรีหลายชนิดมีการพัฒนาการกลายเป็นเครื่องดนตรีในแบบที่พวกเรารู้จัก อีกทั้งในสมัยนั้นการใช้ไฟฟ้าถูกใช้เพื่อแสงสว่างเท่านั้นการเล่นดนตรีจึงกลายเป็นความบันเทิงที่เข้าถึงง่ายที่สุดแล้วคนจึงเริ่มเล่นดนตรีมากขึ้นและหลังจากหมดสมัยยุคคลาสสิคไปแล้ว คีตกวีเริ่มจะประพัทธ์ผลงานโดยเฉพาะแนวทางมากขึ้นเนื่องจากการพัฒนาการประพันธ์ทางดนตรีที่มีความซับซ้อนมากขึ้นและด้วยเหตุผลนี้การที่จะมีคีตกวีที่สามารถประพัทธ์ผลงานให้กับหลายประเภทการแสดงและเป็นจำนวนมากจึงหายตามไปด้วย ผลงานที่มีชื่อเสียงแต่งขึ้นเพื่อเอื้อประโยชน์กับเครื่องดนตรีแต่ละชนิดโดยเฉพาะจึงมีมากขึ้นโดยเฉพาะจากเปียโนและไวโอลิน

    อีกทั้งเมื่อดนตรีเริ่มแพร่หลายไปยังบุคคลทั่วไปมากขึ้นเพื่มโอกาสหารายได้นอกจากจากชนชั้นสูงเพียงอย่างเดียว แต่การที่บุคคลทั่วไปโดยส่วนใหญ่ที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องดนตรีโดยเฉพาะเหมือนกับกลุ่มคนชั้นสูง การแสดงดนตรีจึงเปลี่ยนแนวทางไปเป็นการฟังที่ง่ายขึ้นโดยเริ่มจากแสดงบรรยายรูปประโยคทางดนตรีที่ละเอียดอ่อนแต่สื่อสารชัดเจนและเข้าประเด็นไปเลย เพราะจะเน้นไปที่ความน่าสนใจในทางอารมณ์มากกว่าหลักการประพันธ์ที่ตายตัว ทำให้รูปแบบการประพันธ์ที่เป็นแนวทางเฉพาะเริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น จึงมีเริ่มคนที่การเล่นดนตรีเป็นมากขึ้นแต่เนื่องจากการเล่นดนตรีที่ธรรมดาๆมันไม่สามารถดึงดูดผู้ชมมากพอ เพราะทุกคนก็สามารถเล่นดนตรีเพื่อความบันเทิงกันได้หมด จึงมีไอเดียการเล่นที่แปลกแหวกแนวและพิสดารในสมัยนั้นที่ต้องการความเร้าใจและท้าทายความสามารถเพื่อผู้ชมมาสนใจฟังกันมากขึ้นในการแสดงของตัวเองที่นักดนตรีเหล่านี้จะเรียกตัวเองว่า Virtuoso แล้วเมื่อมีผู้คนสนใจมาฟังกันมากขึ้นแนวคิดทางธุรกิจจึงตามมาเพราะเทคนิคต่างที่สร้างขึ้นมาเองกลายเป็นสมบัติที่ล้ำค่าของนักดนตรีคนนั้นแล้วส่งต่อแนวคิดเหล่านั้นผ่านทางโน้ตดนตรี อาชีพนักดนตรีอิสระโดยเฉพาะจึงเริ่มก่อตัวขึ้นด้วยสาเหตุนี้

    แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าการแสดงผลงานของคีตกวีที่มีชื่อเสียงในอดีตเป็นสิ่งที่ทำมาตลอดยุคสมัยของดนตรีที่ผ่านมาก่อนหน้านั้น แต่อย่างไรก็ตามผลงานเหล่านั้นก็มักจะเป็นงานที่พวกเขาฟังต่อเนื่องกันมาในยุคนั้นอยู่แล้วและมีเหตุผลในเชิงศาสนาที่แตะต้องได้ยาก อีกทั้งเช่นเดียวกับในปัจจุบันกับการร้องเพลงออกงานตามที่ต่างๆ ผลงานที่ได้รับได้นิยมในสมัยนั้นก็เป็นงานที่พวกเขาก็แต่งกันเองนั้นแหละโดยออกแสดงควบคู่กันไปกับคีตกวีร่วมสมัยหรือที่ผ่านไปไม่นานด้วย แต่การฟังดนตรีที่มาจากอดีตมากๆนั้นหรือการมีนักดนตรีอาชีพเพื่อแสดงผลงานจากคีตกวีในอดีตโดยเฉพาะยังไม่ได้ได้รับความนิยม แต่จุดเริ่มต้นสำคัญของเรื่องนี้ก็มาจากการกำเนิดของนักดนตรีที่เล่นแต่ผลงานของตัวเองนั้นแหละ มันทำให้คนที่มีความสามารถในการฟังดนตรีที่เก่งกาจเกิดขึ้นตามไปด้วยจึงมีนักวิจารณ์ดนตรีที่ส่วนใหญ่ก็มักเป็นนักดนตรีหรือคีตกวีอิสระนั้นแหละที่ต้องการชี้นำแนวคิดของตัวเองผ่านสื่อต่างๆ แต่การวิจารณ์นักดนตรีที่เล่นแต่ผลงานตัวเองที่ยังไม่มีแนวทางหรือหลักฐานในขั้นต้นว่าผลงานที่ดีนั้นเป็นอย่างไร และรูปแบบการประพันธ์ที่ดีนั้นควรจะเป็นอย่างไร การวิจารณ์ดนตรีโดยอ้างอิงกับผลงานในอดีตจึงเริ่มต้นผ่านทางการริ้อฟื้นแสดงผลงานในยุคคลาสสิกหรือไปไกลถึงสมัยยุคดนตรีโบราณ (Early music) ในช่วงโรแมนติตจึงเกิดขึ้นมาด้วย จากความพยายามของ Felix Mendelssohn ที่นำผลงานของ J.S. Bach ออกแสดงหลายครั้งทำให้ผู้คนเริ่มตระหนักถึงที่มาของดนตรีในอดีตมากขึ้นจากเดิมที่จุดเริ่มต้นการแสดงดนตรีบาโรกเป็นดนตรีที่ดูห่างไกลจากคนทั่วไปมากนักต่อยอดกลายเป็นผลงานที่คุ้นชินกันมา แต่เนื่องจากในหลายๆผลงานเหล่านั้นที่มีความซับซ้อนการแสดงที่ใช้นักดนตรีเป็นจำนวนมากเพื่อให้แสดงผลงานตามที่คีตกวีต้องการจึงเกิดขึ้นอาชีพที่ต้องใช้นักดนตรีที่เล่นดนตรีเฉพาะกลุ่มนั้นๆจึงเกิดขึ้นตามไปด้วย 

    แล้วเมื่อการเล่นดนตรีมีความวิเศษมีความซับซ้อนมากขึ้นการส่งต่อความรู้ในการแสดงอย่างเป็นระบบจึงเกิดขึ้นตามไปด้วย จากเดิมที่วิชาดนตรีจะส่งต่อกันทางครอบครัวหรือทางศาสนาจึงเปลี่ยนไปผ่านทางสถาบันการศึกษาทางดนตรีที่จะสร้างนักดนตรีที่จะตอบสนองผู้ฟังโดยตรงโดยใช้จากการประพันธ์ที่เคยมีมาก่อนเป็นพื้นฐานมาแล้วหรือสร้างผลงานขึ้นมาโดยเฉพาะตัวให้มีความสามารถมากขึ้น ตามแนวทางจากยุคนี้คงจะพูดได้ว่าดนตรีคลาสสิกที่พวกเรารู้จักกันจริงๆเริ่มต้นจากในยุคโรแมนติกนี่เอง เพราะผลงานที่มีเทคนิคที่ซับซ้อนอยู่แล้วที่จะแสดงต้องใช้พลังในการแสดงที่สูงและการประพันธ์ผลงานใหม่ๆของตัวเองก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความสามารถมากเกินไปอย่างที่กล่าวมาแล้ว อีกทั้งคนทั่วไปเริ่มมีความเข้าใจในผลงานนั้นต่อเนื่องกันมาอยู่แล้วไม่ว่าจะมาจากความพึงพอใจหรือไม่ต้องต้องการผลงานใหม่ๆอีก อาชีพนักดนตรีที่เกิดขึ้นเพื่อแสดงผลงานของคนอื่นจึงเกิดขึ้นอย่างจริงจังหรือที่แม้แต่ในปัจจุบันนี้ที่รูปแบบการประพันธ์ได้มีการเปลี่ยนไปอย่างมาก หากผลงานนั้นไม่ง่ายเกินไปก็ซํบซ้อนจนไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลย ผู้ฟังหลายคนจึงยังคงฟังดนตรีที่นิยมฟังผลงานที่นิยมกันมาในสมัยโรแมนติกต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบันนั้นเองและอาชีพนักดนตรีที่เล่นผลงานเหล่านี้โดยเฉพาะก็จะยังอยู่ต่อไป

    แม้ว่าคำตอบที่ผมค้นหามาอธิบายได้นี้ดูเหมือนจะซับซ้อนกว่าที่หลายคนจะเข้าใจมากนัก แต่ถ้าแค่จะตอบว่าแค่ความชอบในเสียงดนตรีมันคงจะไม่พอเพียงและการจะบอกว่าเป็นความเคยชินก็ไม่คำตอบที่เหมาะสม เพราะดนตรีเป็นภาษาสากลการที่คนในแต่ละยุคสมัยให้คุณค่าต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบันนี้เอง หากว่าดนตรีในสมัยนี้เปลี่ยนไป ผมคิดว่าทุกเหตุผลมันที่มาและที่ไปที่ชัดเจนเกินกว่าจะบอกว่าเป็นเพราะความชอบของกลุ่มบุคคลหนึ่งที่มีต่อดนตรีประเภทนี้ หากตราบเท่าที่คุณยังสนุกกับดนตรีเหล่านี้ได้รับความสุนทรียภาพทั้งจากการฟังทางช่องทางต่าง ๆ รวมถึงการเล่นด้วยตัวเองนั้น ผมว่าหน้าที่ของดนตรี (ที่รวมไปถึงดนตรีคลาสสิก) ได้ทำหน้าที่โดยสมบูรณ์แล้ว….

Comments

Popular posts from this blog

Thai Youth Orchestra Overall English Review

Thai Youth Orchestra Overall Review (TYO)

RBSO - A18: Bomsori Kim plays Beethoven Violin Concerto English Review