หลังจากที่งานคอนเสิร์ต BBC Proms ได้จบไปแล้วโปรแกรมของเราคือ Bangkok's International Festival of Dance & Music (ICP) เริ่มได้สักระยะแล้ว แม้ว่าผมเองเริ่มฟังเพลงคลาสสิกที่มาจากสายของการฟังบันทึกเสียงจากต่างประเทศมากกว่าจะใกล้ชิดหรือเคยเป็นนักดนตรีมาก่อน ผมได้รับแนวคิดและเทคนิคที่ต่างจากการฟังนักดนตรีไทยมากมาย แม้การฟังเพลงทางสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น CD ทาง YouTube หรือทางสตรีมมิ่งต่าง ๆ ที่เราจะนับเป็นการบันทึกเสียงทั้งหมดเป็นสิ่งที่ง่ายและสะดวกกว่าและเอาเข้าจริง ๆ มีคุณภาพมากกว่าของไทยมาก (ทั้ง ๆ ที่การบันทึกเสียงมีข้อเสียเหมือนกัน) แต่มีหลายอย่างที่การแสดงสดสามารถให้ได้มากกว่า และหลาย ๆ ครั้งในหลายโอกาสเวลาที่ผมเห็นการโปรโมตเพื่อการแสดงดนตรีของตัวเองจากตามสื่อต่าง ๆ ในยุคนี้ที่สามารถโปรโมตได้ง่ายเดิมแม้บางครั้งเหมือนเอาหน้าเอาตาก็ตาม ถึงแม้ว่าผมชอบการฟังบันทึกเสียงมากกว่าก็ตามอีกทั้งแนวคิดที่ผมเขียนนี้สามารถนำมาคิดได้กับทุกแนวดนตรีแต่คิดเสียว่าสำหรับคราวนี้ผมเขียนเพื่อเป็นการเชียร์นักดนตรีคลาสสิกไทยก็แล้วกันในความแตกต่างและสมบัติของการชมการแสดงสดและการฟังบันทึกเสียงของเพลงคลาสสิก
แรกสุดในข้อดีของการฟังสื่อทุกประเภทนอกจากเพราะมันสะดวกมากกว่าแล้ว และเอาจริง ๆ คือเมื่อเทียบกับการแสดงในไทยโดยส่วนใหญ่แล้วคุณภาพในการแสดงดีกว่าด้วย เพราะโดยปกตินักดนตรีที่สามารถมีผลงานเป็นของตัวเองในค่ายที่เชี่ยวชาญในดนตรีคลาสสิกจะต้องมีคุณภาพในระดับที่ยอมรับมาแล้วในระดับหนึ่งมาก่อน ต่อมาเนื่องจากการพัฒนาทางเทคโนโลยีทำให้คุณสามารถฟังผลงานต่าง ๆ ได้ละเอียดมากขึ้น ดีขึ้น และหลากหลายกว่าในสมัยก่อนที่ CD มีราคาแพง ในปัจจุบันที่การฟังได้หลากหลายในราคาที่ไม่แพงแล้ว นอกจากนี้ในสื่อจำต้องได้อย่าง CD ที่คุณสามารถนำผลงานนั้นมาเป็นมาตรฐานในการเปรียบเทียบผลงานเดียวกับการการบันทึกเสียงอื่น ๆ ได้ว่าดีหรือไม่ได้ง่ายกว่า เพราะมีหลักฐานการการฟังชัดเจนสามารถวิเคราะห์วิจารณ์ให้เห็นง่ายกว่าแล้ว มันยังมีคุณค่าในเชิงสะสมด้วย ซึ่งการชมแสดงสดสิ่งที่เก็บไว้ได้อย่างเดียวคือบัตร (ที่หลายครั้งมันไม่คงทน) ในข้อต่อมา คุณสามารถจับผิดด้วยการฟังได้ง่ายกว่าการชมการแสดง เพราะว่าในการแสดงสดให้ชมนั้นเพราะด้วยโสตประสาทของมนุษย์เราจะเชื่อสิ่งที่เห็นมากกว่าสิ่งที่ได้ยิน ถ้าเราไม่นึ่งมากพออาจจะมองไม่เห็นข้อที่แตกต่างได้ (เรื่องนี้มีการพิสูจน์กันแล้วการชมการแสดงจะจับผิดน้อยกว่าการฟังจริงจัง) ทำให้เราสามารถหาฟังผลงานที่มีคุณภาพรวมถึงการเปรียบเทียบการแสดงได้ชัดเจน อีกข้อหนึ่งที่น่าการลงทุนคุ้มกว่าเพราะค่าตั๋วและค่าเดินทางรวมไปถึงเวลาอีกก็มันเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลย แต่ถ้าคุณลงทุนกับอุปกรณ์การฟังแล้ว (ถ้าคุณไม่เบื่อง่ายเกินไปจนเปลี่ยนบ่อยๆล่ะก็) คุณจะสามารถฟังในแบบที่คุณถูกใจไปตลอด อย่างถ้าคุณชอบลักษณะดนตรีเสียงแบบกลางแหลมดีหรือจะมีพลังมากแค่ไหนคุณก็จะสามารถฟังในสไตล์นั้นกับทุก ๆ ผลงานที่คุณฟังและสามารถฟังได้หลากหลายในแบบถูกลิขสิทธิ์ราคาที่ประหยัดได้ และผลงานของพวกเขาจะอยู่คงทนทานกว่า เพราะเมื่อเวลาผ่านไปไม่ว่านักดนตรีหรือผู้ทำการบันทึกเสียงนั้นต่าง ๆ นั้นจะเปลี่ยนไป ทั้งอายุ วัย ความสามารถ หรือประสบการณ์ทำให้การแสดงให้เสียงที่ได้ยินไม่เหมือนเดิม (แม้จะเล่นต่อเนื่องกันวันต่อวันก็ตาม) เราจะสามารถเก็บช่วงเวลาการแสดงนั้นที่อาจจะเป็นช่วงที่ดีที่สุดเอาฟังไปตลอดเพื่อความบันเทิงหรือว่าเรียนรู้ในการแสดงในภายหลังได้
แต่การฟังบันทึกเสียงก็มีข้อเสียคือเนื่องจากเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วมันจึงไม่เป็นธรรมชาติมากนัก มันมีตัวแปรมากมายทำให้การรับรู้ต่างกันเพื่อที่ทำการบันทึกเสียง การตัดต่อ และนำมาเปิดให้ฟังมีตัวแปรมากมายนำมาสู่คุณภาพเสียงที่ไม่เหมือนกัน เพราะยังไงมันการฟังเหล่านี้เป็นแค่สื่อที่เก็บข้อมูลไว้นำมาขยายผลผ่านอุปกรณ์หลายประเภทที่ต่างกันออกมาเป็นเสียงดนตรีที่มีการดัดแปลงมาแล้วได้หลากหลาย ผ่านทางหลายปัจจัยที่บางทีการฟังบันทึกเสียงที่เหมือนกัน ข้อวิจารณ์บางอย่างบางคนอาจจะได้ยินได้ชัดบางคนอาจจะไม่ได้ยินหรือไม่คิดว่ามันเป็นปัญหานำไปสู่การตีความที่ต่างกันอีก ข้อต่อมาเพราะส่วนใหญ่คุณอาจจะฟังประกอบไปกับการทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ เช่น การทำงานหรือขับรถ แน่นอนว่าส่วนใหญ่คุณไม่สามารถมีสมาธิกับการฟังเหล่านั้นมากพอทำให้เข้าถึงอารมณ์ที่ต้องการสื่อได้ยากถึงแม้ว่าพวกเขาจะสามารถสร้างผลงานเป็นที่ยอมรับก็ตาม อีกทั้งในปัจจุบันนี้มีผลงานบันทึกเสียงในงานชั้นเดียวกันออกมาเป็นจำนวนมากมีทั้งดีและไม่ดีปนกัน มีทั้งที่มาจากนักดนตรีที่ต่างคนต่างวงกันหรือวงเดียวกันบันทึกไว้หลายครั้งทำให้เวลาติดตามหรือการฟังเหล่านั้น ทำให้การค้นหาการแสดงที่ถูกใจหรือเป็นที่ยอมรับได้ยาก ไม่ว่าโดยผู้เชี่ยวชาญ (ที่เป็นนักวิจารณ์) หรือโดยส่วนใหญ่ และเช่นเดียวกับการฟังเพลงแนวอื่น ๆ เพราะการฟังจากผลงานเหล่านี้ไม่เหมือนกับของจริง มันถูกปรับแต่งด้วยความเชื่อของคนที่ทำบันทึกเสียงเหล่านั้น มันจึงได้สร้างอุดมคติของดนตรีที่สมบูรณ์แบบให้กับคนฟังที่มีรสนิยมการฟังที่ต่างกัน ทำให้เวลาแสดงจริงของนักดนตรีกลุ่มนั้นเองหรือคนอื่นจะเกิดข้อโต้แย้งในรสนิยมการฟังและตีความจากอารมณ์ได้ซับซ้อนมากกว่าเดิม เช่นเดียวกับแนวดนตรีอื่น ๆ ที่เมื่อฟังผลงานนั้นอย่างละเอียดที่นานพอยังสามารถ"เบื่อ" กับการแสดงนั้น ๆ ได้ด้วย โดยสำหรับสื่อที่จับต้องได้นั้นเนื่องจากเพื่อให้มีการซื้อผลงานเดิม ๆ ต่อไป ค่ายเพลงต่าง ๆ จึงต้องมีการลงทุนสร้างเทคนิคใหม่ ๆ ในงานบันทึกเสียงใหม่หรือพัฒนางานเดิม ๆ ให้ดีขึ้น บางทีอาจจะทำให้ได้ยินเสียงที่ต่างออกไปทั้งในผลงานใหม่หรือผลงานเดิม คนที่เป็นติดตามจะเป็นนักสะสมผลงานเหล่านี้ไปเรื่อย ๆ จนเยอะมากเกินไป และอีกทั้งถ้าคุณไม่ต้องการงานเหล่านี้ไม่ว่าสาเหตุใด การจะขายผลงานหรือสิ่งเหล่านี้ออกไปมันยากมาก เพราะกลุ่มคนที่สนใจดนตรีมีจำกัดจนต้องกลายเป็นสมบัติที่ถูกลืมไปในกาลเวลาในที่สุด
ต่อไปในส่วนของการชมการแสดงสด ข้อที่ดีมากนอกจากคุณจะสามารถเข้าถึงเสียงดนตรีที่แท้จริงแล้วคือการที่คุณสามารถมีสมาธิในการฟังดนตรีมากกว่าการฟังบันทึกเสียง เพราะการที่คุณไม่สามารถส่งเสียง ต้องนั่งเงียบ ๆ ปิดอุปกรณ์รอบตัวหมดและมีสูจิบัตรอ่าน (ถ้ามีเป็นเล่ม) คุณจะสามารถฟังตามการแนะนำอย่างต่อเนื่องมีสมาธิอย่างตั้งใจ ไม่ได้ฟังผลงานนั้นไปผ่าน ๆ คุณจะสามารถรู้สึกถึงอารมณ์อย่างชัดเจน ในข้อต่อมาคุณจะสามารถเข้าใจถึงเสียงในการแสดงดนตรีเข้มข้นกว่าและเข้าใจได้ตรงใจตรงกัน เพราะนอกเหนือจากตำแหน่งการนั่งที่ทำให้เสียงต่างกันแต่ก็ไม่มากแล้ว คุณจะสามารถเข้าถึงดนตรีที่นักดนตรีต้องการจะสื่อภายใต้ปัจจัยเดียวกันหมดที่รูปแบบที่พวกเขาเห็นและได้ยิน (ในขณะนั้น) ว่าดีที่สุดแล้ว อีกทั้งคุณจะมองเห็นกระบวนการบรรเลงที่ชัดเจนมากกว่าเพราะถ้าคุณมีความเข้าใจในที่มาและเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นมาก่อนแล้ว เมื่อถึงช่วงที่พวกเขาแสดงจะเห็นถึงลีลาการแสดงที่ชัดเจนมาก ๆ ในแต่ละเพลง แต่ละโน้ตที่พวกเขาเล่นและทุ่มเทได้ขัดเจนจนทำให้รู้สึกได้ นอกจากนี้เพราะการรวมตัวกันของผู้ชม (ถ้ามากพอ) มันจะเกิดพลังรับส่งจากผู้ชมและนักดนตรีสื่อสารกันได้อย่างชัดเจน เกิดความรู้สึกที่เอ่อล้นทางอารมณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ และทั้งนี้รายได้ของเราจะสนับสนุนนักดนตรีโดยตรง เพราะโดยปกติแล้วต้นทุนในขั้นต้นจะได้รับการสนับสนุนจากหลาย ๆ ด้านมาอยู่แล้ว ค่าเข้าชมส่วนใหญ่จึงกลายเป็นกำไรให้กับนักดนตรีง่ายกว่าการขายบันทึกเสียงที่ต้องผ่านหลายชั้นถึงตัวนักดนตรีเองจะไม่มากนักเมื่อเทียบกับจำนวนที่เข้าถึง
แต่การชมการแสดงสดก็มีข้อเสียคือคุณไม่สามารถควบคุมการแสดงที่เกิดขึ้นได้เลย โดยคุณจะต้องอดทนฟังการแสดงนั้นจนจบ (เป็นธรรมเนียม) โดยที่คุณก็ไม่สามารถคาดเดากับคุณภาพการแสดงนั้นได้เช่นกัน (ถึงแม้นักดนตรีจะเชื่อว่าพวกเขาทำอย่างเต็มที่ที่สุดแล้วก็ตาม) อาจจะเพราะมันมีความน่าเบื่อไม่น้อยกับบางผลงานที่ไม่ชอบ (ผมเลยแก้ปัญหาให้ผมมีความตั้งใจฟังมากขึ้นด้วยการพยายามเขียนวิจารณ์คอนเสิร์ตไปด้วยเลยทำให้น่าฟังขึ้นเยอะ) นอกจากนี้มันมียังค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ยังมีทั้งเวลาและการเดินทางอีก ถึงแม้ว่าค่าตั๋วคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกในไทยจะไม่แพงนัก (เมื่อเทียบกับดนตรีที่เป็นที่นิยมร่วมสมัยที่แพงกว่าเห็นได้ชัด) และเอาเข้าจริง ๆ เมื่อค่าตั๋วของเราไปเทียบกับราคาในชาติเอเชียด้วยกันแล้วก็เป็นราคามาตรฐานอยู่แล้วก็ตาม แต่ว่าค่าครองชีพที่ต่ำของเราทำให้น้อยคนเลือกที่จะฟังคอนเสิร์ตเพลงคลาสสิกที่แสดงประจำอย่างต่อเนื่อง (ไปให้กับบางเรื่องที่คนฟังเพลงคลาสสิกเห็นว่าสำคัญกว่ามานั่งชม)
สุดท้ายนี้การหาฟังการแสดงสด ๆ ในแบบผลงานคลาสสิคมาตรฐานในประเทศไทยเป็นเรื่องที่หาฟังได้ยากและไม่สามารถเลือกได้ด้วย และผมคิดว่าด้วยวัฒนธรรมคนไทยแล้วการไปฟังการแสดงดนตรีสดก็ไม่ใช้วัฒนธรรมของคนไทยอยู่แล้ว แต่ผมเชื่อว่าการแสดงดนตรียังเป็นสิ่งที่มีความหมายโดยเฉพาะกับนักดนตรีไทย อย่างน้อยก็สามารถสนับสนุนวงการดนตรีให้ไปต่อได้ไม่ใช่เพียงแค่เล่นกันเองฟังกันเอง ในขั้นต้นถ้าคุณสามารถทำได้คุณอาจจะเลือกการแสดงที่คุณรู้จักดีอยู่แล้วหรืออย่างน้อยก็ฟังการแสดงผลงานนั้นจากนักดนตรีที่เก่งคุณอาจจะเข้าสู่การฟังดนตรีที่รู้สึกว่าเป็นดนตรีจริง ๆ และรู้ว่าการบันทึกเสียงผลงานดี ๆ เป็นอย่างไร ในครั้งหน้าจะเป็นแนะนำการซื้อตั๋วคอนเสิร์ตสำหรับชาวต่างชาติที่มาดูคอนเสิร์ตในไทย รวมถึงการแนะนำและอารัมภบทเข้าสู่การวิจารณ์ดนตรีในเดือนหน้ารวมไปถึงข้อเสนอแนะต่าง ๆ ด้วยโปรดรอติดตามชม
Comments
Post a Comment