เรื่องการซื้อตั๋วคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิคของผมและการแนะนำการชมการแสดงสำหรับชาวต่างชาติ

    จากคราวที่แล้วที่ผมได้พูดถึงข้อดีข้อเสียในการชมการแสดงสดกันแล้ว โดยหลังจากที่โรคระบาดโควิดเข้าสู้ในช่วงที่เรียกว่าขาลงจริงๆแล้ว เรามีวิธีการที่จะสามารถควบคุมโรคจนถึงในระดับที่ว่าสามารถจัดการได้แล้วน่าจะพูดได้ว่าประเทศไทยเป็นเป้าหมายที่ต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมากเป็นอันดับต้นๆของโลก เราเปิดประเทศมาได้สักระยะแล้วจากที่ผมเคยได้พูดถึงที่เปิดโอกาสให้นักดนตรีระดับโลกมาแสดงกันเป็นจำนวนมาก (แม้แต่หลายๆคนมาเที่ยวเมืองไทยแต่ไม่ได้แสดงคอนเสิร์ตจนเคยเป็นข่าวดังมาแล้ว) แต่อุปสรรคเรื่องความนิยมรวมไปถึงความจำกัดในเรื่องค่าจ้างศิลปินต่างๆอีกด้วยทำให้มีการแสดงจัดในประเทศไทยไม่มากนัก (เมื่อเทียบกับบางประเทศที่คุณอาจจะสามารถหาชมการแสดงได้ทุกวัน)

    ถึงผมคิดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติคงไม่ได้มาเที่ยวเมืองไทยเพียงเพราะเพื่อชมคอนเสิร์ตเพลงคลาสสิกกันหรอก (ที่ต่างจากในประเทศแถบยุโรปจะทำเป็นวงดนตรีแสดงเพื่อนักท่องเที่ยวชมเหมือนกับการแสดงมวยไทยก็ตาม) ผมยังหวังว่านักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาประเทศไทยเพื่อจุดประสงค์อื่น ๆ แล้วพบว่าสามารถชมคอนเสิร์ตเป็นช่วงเวลาว่างจากการท่องเที่ยวได้ หรืออาจจะมีคนไทยบางคนที่ต้องการเปิดประสบการณ์การชมคอนเสิร์ตที่พวกเขาต้องการแนวทางขั้นต้นก่อนที่กล้าซื้อตั๋วเข้าไปชม ผมเองก็อยากเชิญชวนมาฟังกันเหมือนที่นักดนตรีที่ฝึกซ้อมมายาวนานอยากให้ฟังถึงแม้ว่าเรื่องนี้จริงๆเป็นเรื่องที่ค่อนข้างคลุมเครือมากก็ตาม เพราะการชมคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิคเป็นรสนิยมเฉพาะตัวไม่ใช่ทุกคนจะสามารถเข้าใจและเข้าถึงศิลปะที่ละเอียดเช่นนี้ได้ และแนวทางเหล่านี้ก็สามารถนำไปปรับใช้กับแนวดนตรีนอกกระแสอื่นๆได้เช่นกันนั้นคือเรื่องการซื้อตั๋วคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิคของผมและการแนะนำการชมการแสดงสำหรับชาวต่างชาติ (มีการแปลเป็นภาษาอังกฤษในบทความนี้ด้วย)

    โดยปกติแล้วกิจกรรมการจัดการแสดงในประเทศไทยมีไม่เยอะนัก คุณอาจจะสามารถติดตามการแสดงได้ทั้งหมดได้ไม่ยากเลย ในเริ่มแรกเราจะหากิจกรรมการแสดงที่มีอยู่หลายวีธีผมจะแนะนำมีอยู่ แนวทางมีดังนี้
  1. ในเว็บไซต์รวบรวมกิจกรรมงานศิลปะต่างๆ ผมแนะนำ BkkMACalDetails https://sites.google.com/site/bkkmacaldetails/home ที่พวกเขาจะนำเสนอกำหนดการแสดงศิลป์ทุกแขนงในภาษาอังกฤษเป็นหมวดหมู่
  2. ในเพจเฟซบุ๊กของนักดนตรี เนื่องจากสำหรับนักดนตรีไทยแล้วไม่ค่อยนิยมสร้างเว็บไซต์หรือบล็อกเพื่อโปรโมตการแสดงของตัวเองมากนัก นอกจากจะมีโอกาสในการแสดงในต่างประเทศอย่างจริงจัง พวกเขาจึงมีการใช้เพจเฟซบุ๊กของตัวเองรวมไปถึงบัญชีในสื่อออนไลน์อื่น ๆ ในการโพสโปรโมตกิจกรรมของตัวเอง โดยไปแปะไว้ในเพจเฟซบุ๊กของตัวเองหรือว่ากลุ่มเฟซบุ๊กที่เกี่ยวข้องของดนตรีคลาสสิกที่มีมากมาย เช่นในกลุ่มที่สำคัญ ๆ อย่าง ชมรมคนรักฟัง ดนตรีคลาสสิค  https://www.facebook.com/groups/classicalmusicloversclub
  3. ในเว็บไซต์ของสถานที่จัดการแสดงรวมไปถึงวงดนตรีต่างๆ รวมไปถึงใน Facebook page ด้วยเนื่องจากวงดนตรีในประเทศไทยมีจำนวนไม่มากนัก ผมจึงยกตัวอย่างดังนี้
    1. Royal Bangkok Symphony Orchestra RBSO – Royal Bangkok Symphony Orchestra https://www.rbsothailand.com/
    2. Thailand Philharmonic Thailand Philharmonic Orchestra https://www.thailandphil.com/
    3. Opera Siam Opera Siam https://www.operasiam.com/
    4. ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย https://www.tccbooking.net/
    5. ศาลาสุทธสิริโสภา Sala Sudasiri Sobha https://www.salasudasirisobha.com/
    6. สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา Princess Galyani Vadhana Institue of Music http://www.pgvim.ac.th/th/
  4. ในเว็บไซต์ขายตั๋ว แม้จะมีอยู่หลายที่ก็ตามแต่โดยปกติมีอยู่ไม่กี่แห่งที่มีวงดนตรีเพลงคลาสสิกเป็นส่วนหนึงของโปรแกรมที่ขายอย่างเช่น ThaiTicketMajor.com Ticketmelon เป็นต้น โดยทั้งหมดนั้นต้องสมัครสมาชิกในการซื้อก่อน ยกเว้น Thaiticketmajor ที่มีบูทขายตั๋วเป็นของตัวเอง อย่างไรก็ตามในบางงานที่นักดนตรีเป็นคนจัดการเรื่องนี้เองทั้งหมด ทั้งนี้อาจจะสอบถามเพิ่มเติมได้จากรายละเอียดของประกาศการแสดงนั้น ๆ
  5. ที่สถานที่จัดการแสดงนั้นๆ โดยปกติแล้วในบางสถานที่จะมีพื้นที่จัดการแสดงอย่างต่อเนื่อง บางครั้งอาจจะแปะใบปลิวเพื่อโปรโมตการแสดงของตัวเองด้วยที่เหล่านั้นมักเป็นโรงเรียนสอนดนตรีเสียส่วนใหญ่ เช่น สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, Siam Ratchada Auditorium, Neilson Hays Library, Bangkok Music and Dance Academy, Ben's Theater Jomtien ที่พัทยาเป็นต้น
    
    สำหรับการจองซื้อตั๋วนั้นถึงแม้ว่าโอกาสที่ที่นั่งจะเต็มมีน้อยมาก ๆ แต่การจองล่วงหน้าจะทำให้คุณได้นั่งที่แน่นอน ยกเว้นเสียแต่ว่าเป็นฟรีคอนเสิร์ตที่จะต้องสั่งจองในระบบเว็บไซต์ก่อนหรือที่นั้งมีจำนวนที่น้อยจริง ๆ ถึงจะเต็ม ในบางงานผู้จัดอาจจะมีการโทรหาเราก่อนเพื่อยืนยันการเข้าร่วมด้วย โดยส่วนใหญ่คุณจะสามารถซื้อที่หน้างานก็ได้หรือว่าแอบทำเนียนเข้าไปดูในช่วงครึ่งหลังก็ได้ (แต่ไม่แนะนำ) นอกจากนี้หากผ่านช่วงเวลาการแสดงสักพักคุณอาจจะย้ายที่นั่งไปยังโซนที่แพงกว่าได้ ในบางงานอาจจะเลือกที่นั่งได้อิสระ(ที่มักจะเกิดกับรายการฟรี อย่างไรก็ตามคนไทยมีนิสัยกันที่นั่งกันอาจจะต้องมาเร็วกว่าเดิมหากทราบ)  ค่าเข้าชมส่วนใหญ่แล้วราคาไม่แพงนักเมื่อเทียบกับการแสดงจากวงที่มีชื่อเสียงในเอเชียด้วยกันหรือเทียบกับนักร้องระดับโลกที่เดินสายเปิดการแสดงในประเทศไทย

    การนัดหมายมักจะอยู่ในช่วงหลังหกโมงเย็นไปเป็นส่วนใหญ่บางทีอาจจะเลยไปถึงสองทุ่มอาจจะมีในวันธรรมดาหรือวันหยุด มักมีระยะเวลาของการแสดงอยู่สองถึงสามชั่วโมงตามผลงานการแสดง ในส่วนของการเดินทางไปชมการแสดงเราจะพบว่าเกือบทุกสถานที่ในกรุงเทพที่จัดการแสดงนั้นสามารถเดินทางออกมาจากสถานีรถไฟฟ้าไม่ไกลนัก อาจจะมีรถรับส่งจากสถานีเข้ามาด้วย แต่การหาที่จอดนั้นไม่ง่ายเท่าไรนักเพราะส่วนใหญ่คนไทยจะขับรถมาเพื่อชมการแสดงเป็นจำนวนมากดังนั้นควรจะมาล่วงหน้าอย่างน้อย 15 นาทีก่อนการแสดง อีกทั้งถ้าเป็นที่จอดของสถานที่จัดการแสดงโดยตรงมักจะจอดฟรีได้ระยะเวลาหนึ่งแต่มีพื้นที่จำกัดและหากไม่ใช้สถานที่จัดโดยตรงอย่างนั้นอาจจะต้องเสียค่าจอดรถในราคาที่สูง

    จากประสบการณ์การชมการแสดงโดยรวมแล้ว คนไทยที่ชมการแสดงอย่างจริงๆจังๆจะมีไม่มากนัก ปกติมีอยู่ราวๆ 50% ของพื้นที่ เนื่องจากการชมการแสดงศิลปะทางตะวันตกไม่ใช่ความบันเทิงที่คนไทยสนใจมากนัก โดยส่วนใหญ่ผู้ฟังอาจจะเป็นเพื่อนหรือญาติของนักดนตรีเอง อาจจะมีคนต่างชาติที่อาศัยในกรุงเทพฯเป็นจำนวนไม่น้อยมาฟังขึ้นอยู่สัญชาติของศิลปินเดี่ยวคนนั้นหรือคีตกวี ในส่วนของการต้อนรับด้วยนิสัยของคนไทยเป็นคนมีน้ำใจและอัธยาศัยดีดังนั้นพวกเขาจะพาไปที่นั่งรวมไปถึงพร้อมจะให้ความช่วยเหลืออยู่เสมออีกด้วย ถ้ามีปัญหาสอบถามติดต่อกับเจ้าหน้าที่โดยตรงในแต่ละสถานที่ นอกจากนี้คุณยังสามารถติดต่อและพูดคุยกับคนแปลกหน้าได้อีกด้วยถ้าไม่รบกวนมากเกินไป
สำหรับรูปแบบการแสดงที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปจะใช้เวลาแสดงระหว่าง 1.30 - 2.30 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผลงาน ระยะเวลาแสดงของแต่ล่ะงาน รวมไปถึงกำลังนักดนตรีนั้น ๆ อีกด้วย ทั้งนี้การแสดงหลายครั้งหลายโอกาสจะมีการกำหนดรูปแบบผลงานการแสดงไปในแนวทางเดียวกันที่เราเรียกว่าธีม ลักษณะการแสดงโดยทั้วไปจะมีดังนี้

  1. งานโหมโรง เป็นงานสั้น ๆ ฟังได้ง่าย ปกติจะอยู่ระหว่าง 10 - 20 นาทีอาจจะเป็นผลงานท่อนเดียวที่แสดงยาวต่อเนื่องหรือเป็นชุดๆต่อเนื่องกันก็ได้ เหตุผลหนึ่งคือนำเสนองานที่ไม่หนักมากนักและประวิงเวลาให้คนที่มาช้ามาทันผลงานสำคัญๆที่จะแสดงต่อไป
  2. งานแสดงเดี่ยวคอนเชร์โต้ เป็นงานที่คนส่วนใหญ่อยากมาฟังกันมากที่สุดโดยจะเชิญนักดนตรีเดียว (หรือมากกว่านั้นก็ได้ขึ้นอยู่กับผลงาน) มาแสดงมักเป็นคนที่ให้ความสำคัญมากที่สุด โดยจะเป็นแสดงประชั้นกันระหว่างนักดนตรีคนนั้นกับวง ปกติจะแบ่งการแสดงออกเป็นสามช่วงหรือท่อน โดยรวมเวลาแสดงมักจะไม่เกิน 40 นาที เมื่อมีการแสดงจบลง โดยจะเป็นการปรบมือให้ศิลปินต่อเนื่องเพื่อให้มีงานแสดงส่วนตัวนอกจากโปรแกรมนั้น ๆ เรียกว่า Encore อาจจะมีหรือไม่ก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสม
  3. งานซิมโฟนี่ จะแสดงหลังจากพักครึ่งเวลาไปแล้วเป็นผลงานที่มีขนานยาวปกติจะแบ่งการแสดงออกเป็นสี่ช่วงหรือท่อน ระยะเวลาแสดงอาจจะใช้เวลาระหว่าง 50-60 นาที มักเป็นผลงานหลักของวงนั้นๆ

    แม้ว่าโดยปกติแล้วการชมคอนเสิร์ตในไทยอาจจะไม่แตกต่างจากคอนเสิร์ตเพลงคลาสสิกในที่อื่นๆ แต่สำหรับธรรมเนียมในการดูคอนเสิร์ตในไทยนั้นมีความแตกต่างจากการชมในที่อื่นๆของโลกโดยเฉพาะในยุโรปอยู่บ้าง เช่น
  1. การบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีก่อนการชมการแสดง เป็นธรรมเนียมของการแสดงในประเทศไทยรวมไปถึงภาพยนตร์ เมื่อเพลงเริ่มต้นคนไทยส่วนใหญ่จะยืนเพื่อแสดงความเคารพ แต่บางคนก็ไม่ได้ยืนซึ่งไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
  2. การเข้าชมที่มาสาย ในบางครั้งจะแอบเข้ามาช่วงต้นหรือท้ายการแสดง อาจจะต้องอึดอัดหรือรบกวนอยู่บ้าง ถึงแม้ว่าในบางการแสดงที่เริ่มค่อนข้างค่ำแล้วก็ตาม
  3. การบรรยายระหว่างการแสดง ในบางคอนเสิร์ตเนื่องจากวาทยากรจบในอเมริกาหลายคนจึงติดนิสัยการบรรยายให้กับผู้ชมก่อนการแสดง บางวงอาจทำเป็นพิธีการบางวงอาจทำตามโอกาสหรือตามความพอใจในการแสดง ทำให้เวลาการแสดงโดยรวมอาจไม่แน่นอน
  4. การปรบมือของผู้ชม เนื่องจากไม่ค่อยมีธรรมเนียมที่แน่ชัด เพราะโดยปกติคนไทยจะปรบมือทุกครั้งที่เพลงหรือท่อนในผลงานจบลง ที่บางเพลงผู้ชมมักปรบมือเมื่อมีนักร้องเริ่มเปล่งเสียงออกมาผู้ชมที่ไม่คุ้นชินการชมการแสดงหลายครั้งจึงอาจจะเผลออย่าได้ไม่สบายใจ ทั้งนี้ในปัจจุบันเริ่มที่จะเข้าที่เข้าทางบ้างแล้ว
  5. การให้ดอกไม้หลังจบการแสดง ในประเทศไทยจะมีพิธีการให้ดอกไม้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในช่วงท้ายของคอนเสิร์ตจากแขกคนสำคัญของคอนเสิร์ตนั้นๆ ให้กับนักดนตรีเดี่ยว วาทยากร และ Concertmaster ของวงในฐานะตัวแทนของวง อาจจะมีให้กับผู้นำวงประสานเสียงหากมีผลงานที่ต้องใช้นักร้อง หรือคีตกวีประพันธ์งานที่แสดงถ้ามาปรากฏตัวด้วย
  6. การพบกับสมาชิกในราชวงศ์ แม้จะพบได้ยากแต่เป็นส่วนที่น่ารำคาญที่สุด ในคอนเสิร์ตที่มีศิลปินระดับโลกมาแสดงบางครั้งผู้จัดอาจจะเชิญเจ้านายมาชมด้วย หากว่าทราบว่าต้องพบเข้าเฝ้าอาจจะถูกเรียกเข้าไปในสถานที่การแสดงก่อนเพื่อต้อนรับเจ้านายเข้างานเป็นคนสุดท้ายและอาจจะคำนับตามสมควรและบรรเลงเพลงประจำตัว รวมไปถึงเวลาเริ่มการแสดงที่ช้ากว่าเดิมเมื่อจบการแสดงพวกเขาจะออกเป็นคนแรกอีกด้วย กว่าผู้ชมที่เหลือจะสามารถออกไปได้นั้นต้องรอเวลาอีกประมาณ 15 นาที ถ้าไม่ต้องการรอตรงนี้ควรออกทันทีหลังการแสดงเสร็จเลยเพื่อไม่ให้เสียเวลา

    สำหรับแนวทางในการเลือกชมคอนเสิร์ตของผม ในเริ่มแรกสุดผมจะติดตามประชาสัมพันธ์การแสดงอยู่แล้วจะที่ต่างๆในออนไลน์ที่นักดนตรีส่วนใหญ่ใช่เป็นช่องทางหลัก อาจจะโชคดีสำหรับผมก็ได้ว่าในประเทศไทยมีการแสดงดนตรีไม่มากนัก โดยผมคิดว่ามันน่าสนใจเพียงพอหรือไม่ก่อนและคิดต่อว่าสามารถเดินทางได้สะดวกหรือไม่และการแสดงนั้นเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมในวิธีการที่เข้าถึงกลุ่มคนส่วนใหญ่ได้หรือไม่ หากว่าไม่ไกลมากนักและสามารถหาที่จอดได้เนื่องจากผมขับรถมาชมการแสดงผมก็จองเกือบทุกครั้ง แต่หากไกลจากกรุงเทพฯก็มีคิดอยู่บ้างเพราะเรื่องราคาไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าเวลาในการเดินทางเลย

Comments

Popular posts from this blog

Thai Youth Orchestra Overall English Review

Thai Youth Orchestra Overall Review (TYO)

RBSO - A18: Bomsori Kim plays Beethoven Violin Concerto English Review