Royal Bangkok Symphony Orchestra Overall Review

ในที่สุดมาถึงเดือนตุลาคมกันแล้วและตามสัญญาครับที่ผมจะรีวิววงออร์เคสตราแต่ละวงอย่างละเอียดรวมไปถึงแปลเป็นภาษาอังกฤษอีกด้วย ตามหัวข้อที่ผมได้กำหนดไว้ข้างต้นสามารถติดตามหัวข้อที่กำหนด รวมไปถึงลิงก์ของวงต่างๆที่จะวิจารณ์ต่อไปในอนาคตที่นี้

สำหรับวงแรกนี้นับเป็นวงออร์เคสตราที่คุ้นหูคนไทยมากที่สุด อาจจะเพราะก่อตั้งมาอย่างยาวนานและมีผลงานในเชิงประจักษ์เรื่อยมาทั้งในข่าวและงานสังคมต่างๆ อีกทั้งสำหรับผมแล้วนี้เป็นวงออร์เคสตราวงแรกที่ผมเข้าไปชมอีกด้วย แต่ว่าวงนี้กลับมาปัญหาทางการเมืองหลายอย่างในแง่ประสิทธิภาพที่ต้องปรับปรุงแก้ไขไม่น้อย ในตอนแรกของซีรี่ย์ Thailand's Symphony Orchestra Overall Review Series นี้ผมขอนำเสนอตอน Royal Bangkok Symphony Orchestra Overall Review

ประวัติโดยสังเขป  แต่เดิมวงนี้มีรากฐานมาจากวง Pro Musica ซึ่งเป็นวงแบบ String Quartet มาตั้งแต่ในสมัยก่อนใน พ.ศ.2501 ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 จึงมีการรวบรวมพลพรรคนักดนตรีที่มีใจรักออร์เคสตรามาร่วมกันก่อตั้งแปรสภาพของวง Pro Musica เดิมให้เป็นชมรม Bangkok Symphony Orchestra โดยขอให้อยู่ภายในพระราชูปถัมภ์ (ปัจจุบันนี้ Pro Musica ได้รับการก่อตั้งใหม่และยังแสดงเป็นระยะๆอยู่ในปัจจุบัน) โดยวงใช้การขับเคลื่อนโดยการบริจาคจากองค์กรต่างที่สมัยนั้นการฟังดนตรีคลาสสิกเป็นเรื่องไกลตัวคนไทยมาก ๆ โดยจากจุดนี้เองที่นักเรียนทุนหลายคนที่จบการศึกษาจากต่างประเทศค่อย ๆ รวมกันตัวกันกลายเป็นแกนหลักของวงอย่างเข้มแข็งในรูปแบบกึ่งอาชีพ จากเดิมที่ในช่วงแรกนักดนตรีส่วนใหญ่เป็นคนไทยและวีระพันธ์ วอกลางเป็นผู้อำนวยการด้านดนตรีคนแรกของวง (Music Director) ต่อมาวงก็เติบโตอย่างต่อเนื่องมีหัวหน้าวงที่เก่งมีผู้อำนวยการด้านดนตรีเป็นคนต่างชาติเรื่อยมา จนในช่วงหลังการออกจากวงของ Hikotaro Yazaki ช่วงปี 2551 องค์กรเอกชนลดการสนับสนุนลงทำให้วงเข้ามาสู่จุดต่ำต่อเนื่องเรื่อยมา แต่วงก็ยังพอที่จะพอมีงานแสดงอยู่บ้างเพราะสมาชิกหลักของวงที่เคยผ่านจุดที่แข็งแกร่งที่สุดยังสามารถแสดงต่อเนื่องได้จากชื่อเสียงที่เคยมีในอดีต แต่ในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมาหลังจากที่คุณศิริพงษ์ ทิพย์ธัญถอนตัวจากการเป็นหัวหน้าวง BSO ทิศทางและคุณภาพของวงแทบจะดิ่งลงเหวเลยทีเดียว ตั้งแต่โปรแกรมการแสดงที่ไม่สม่ำเสมอ เปลี่ยนวาทยากรตามโอกาสไม่มีวาทยากรที่แน่นอนจะชี้นำวง ไปจนถึงคุณภาพการเล่นที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เลย เนื่องจากนักดนตรีก็มีการสลับสับเปลี่ยนเป็นประจำเหมือนเล่นหมุนเก้าอี้ดนตรี จนกระทั่งช่วงปี 2561 ที่วงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นชื่อที่ใช่ในปัจจุบัน ทางมูลนิธิจึงมีการปรับโครงสร้างองค์กรอย่างชัดเจนมีวาทยกรประจำวงเป็นตัวเป็นตนคือ Michel Tilkin มีหัวหน้าวงที่เป็นคนจีนที่มีคุณภาพคือ Bin Han และการสร้างนักดนตรีที่มีกลุ่มก้อนที่แน่ชัดไม่เป็นการขัดตาทัพเล่นกันอีกต่อไป ตลอดจนวาทยากรประจำวงที่เป็นที่ยอมรับในกลุ่มนักดนตรี ทำให้คุณภาพการแสดงค่อย ๆ ดีขึ้นกว่าเดิม ทำให้ในตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงที่กำลังเรียกได้ว่ากำลังลงตัวมากที่สุดครั้งหนึ่ง โดยนอกจากนี้ทางวงยังสร้างโรงเรียนสอนดนตรีที่มีนักดนตรีของวงที่สอนให้เพื่อต่อยอดวงการให้กับเด็ก ๆ อีกด้วย

รูปแบบการแสดงและสถานที่การแสดงหลัก ปกติแล้ววงนี้จะไม่มีตารางประจำฤดูกาลที่แน่ชัดโดยจะมีแสดงตลอดปีอย่างน้อยเดือนละครั้งยกเว้นช่วงเดือนเมษายนที่ตรงกับช่วงสงกรานต์ โดยปกติแล้วจะแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย อาจจะมีการไปแสดงที่อื่นบ้างแต่โดยส่วนใหญ่ที่แสดงกันที่นี้ การเดินทางจะง่ายที่สุดสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพอยู่แล้ว โดยสามารถนั่งรถไฟใต้ดินสายสีน้ำเงินและเดินไปอีกประมาณ 10 นาที  หรือจอดรถภายในศูนย์ได้เลยโดยมีอาคารจอดรถโดยเฉพาะ ปกติแล้วจะแสดงที่หอประชุมใหญ่ที่แสดงผลงานมาตรฐานที่มีขนาดใหญ่และศิลปินระดับนานาชาติมาแสดง อย่างไรก็ตามที่ผลงานการแสดงไม่ใหญ่นักรวมไปถึงศิลปินรับเชิญเป็นคนไทยก็จะไปแสดงที่หอประชุมเล็กแทน แนะนำในนั่งที่ชั้น 1 เพื่อความสะดวกมากกว่าถ้าไม่สามารถนั่งตรงกลางได้แนะนำให้นั่งโซนด้านหลัง และนอกจากนี้ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์จะมีการแสดงดนตรีกลางแจ้งที่เรียกว่าดนตรีในสวนที่จัดกันต่อเนื่องมาหลายปีปัจจุบันแสดงที่อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ มีลักษณะเป็นดนตรีแบบ Light Music พร้อมกับเพลงร่วมสมัยโดยนักร้องที่ฝึกในแบบคลาสสิคสามารถนั่งฟังที่บนพื้นได้อย่างอิสระ ในบางกรณีที่มีการแสดงบนเวทีขนานใหญ่ของบัลเลต์หรือโอเปร่าก็อาจจะมีวงนี้เล่นเป็นดนตรีประกอบการแสดงแต่ทั้งนี้วงอาจจะไม่ประกาศตัวออกมาชัดเจน

จุดเด่น
  1. เป็นวงที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เพราะได้รับการสนับสนุนจากเอกชนเจ้าใหญ่ๆ รวมไปถึงเจ้านายในราชวงศ์มานาน ทำให้วงสามารถหารายได้ได้ง่ายกว่าวงอื่นๆในสายคลาสสิกด้วยกันรวมไปถึงเป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาในสังคม ที่บางครั้งคนไทยหลายคนใช้การไปฟังคอนเสิร์ตวงนี้เป็นงานสังคมประเภทหนึ่ง
  2. เวลาและสถานที่แสดงที่มีความเอื้อประโยชน์ในการเดินทางเพื่อการแสดงดนตรีมากที่สุด ด้วยความที่สถานที่แสดงหลักสามารถเดินทางได้ง่ายจากภายในกรุงเทพขับรถไปได้ง่าย มีการเดินทางทางสาธารณะที่สะดวกที่สุดในการเข้าถึง 
  3. หาซื้อตั๋วได้ไม่ยาก เนื่องจากร่วมมือกับ Thaiticketmajor มายาวนานทำให้สามารถซื้อตั๋วได้ก่อนการแสดงด้วยช่องทางที่หลากหลาย และเนื่องจากความนิยมในการฟังคอนเสิร์ตทำให้สามารถหาซื้อที่หน้างานได้ง่ายกว่าที่อื่นที่มีช่องทางจองอย่างจำกัด
  4. ผู้ชมมีคุณภาพจำนวนมากที่สุด และจากข้อที่ผ่านมาทำให้มีคนไทยรวมถึงต่างชาติมาฟังคอนเสิร์ตจากวงมากที่สุด (ในแง่ของการเก็บค่าเข้าชม) ทำให้ได้ผู้ชมที่ค่อนข้างมีระเบียบมากที่สุดเท่าที่คอนเสิร์ตในกรุงเทพฯจะมีได้
  5. สมาชิกของวงเป็นกลุ่มอยู่ในระดับกลางๆ  สมาชิกในวงหลายคนมีความหลายในที่มาในการแสดงมากมายมีที่มาจากสถาบันดนตรีที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ หรือรับราชการจากหน่วยงานที่แตกต่างกัน จุดเด่นของวงนี้หลักๆอยู่ที่เครื่องเป่าลมไม้ที่มีสมาชิกคงที่และมีประสบการณ์ที่สูง แต่ในส่วนของเครื่องสายแม้จะทำผลงานได้อย่างน่าพอใจแม้ผมจะคิดว่าไม่เข้มข้นในแบบยุโรปมากก็ตาม
  6. โทนเสียงที่แสดงได้ดีอยู่ในกลุ่มคลาสสิกโรแมนติก เนื่องจากแนวคิดหลักของวงรวมไปถึงสมาชิกวงโดยส่วนใหญ่มาจากประเทศแทบยุโรป ทำให้แนวเพลงที่วงนี้สามารถเล่นได้ดีจะอยู่ในกลุ่มช่วงผลงานระหว่างปลายยุคคลาสสิกไปถึงช่วงกลางยุคโรแมนติก สามารถเล่นผลงานยุคใกล้เคียงนั้นได้พอใช้ได้ แต่แสดงผลงานแบบบาโรกไม่ดีนักและผลงานสมัยใหม่เป็นผลงานของคีตกวีคนไทยที่ลักษณะงานไม่ได้วิเศษนัก
  7. แสดงผลงานเป็นที่รู้จักในวงกว้างอยู่แล้ว เนื่องจากคนที่ฟังส่วนใหญ่มีอายุกันเสียส่วนมาก งานแสดงส่วนใหญ่เป็นผลงานซึ่งเป็นที่รู้จักดีไม่มีผลงานในยุคสมัยใหม่มากนัก
จุดด้อย
  1. ความไม่เป็นมืออาชีพ ด้วยโครงสร้างของวงในอดีตที่เป็นการรวมตัวกันของสมาชิกกันเองที่มันไม่เป็นมืออาชีพ มักอาศัยการชักชวนของคนภายในวงให้เข้าไปเล่นมีลักษณะจ้างเป็นรายครั้งๆไป จึงมีตำแหน่งในวงที่ไม่ค่อยแน่นอน หลายผลงานต่างใช้นักดนตรีจำนวนต่างกัน และเพราะทุกคนล้วนมีงานประจำจริงๆที่ทำกันอยู่แล้วจึงมาได้บ้างไม่มาบ้าง จริงอยู่ที่ว่านักดนตรีไทยที่สำเร็จการศึกษามีเป็นจำนวนมากแต่การจะหานักดนตรีที่มีพร้อมในแง่ของการแสดงและฝีมือเป็นที่ยอมรับนั้นหาได้ยาก
  2. นักดนตรีมีหน้าที่การงานนอกวงมากเกินไป และเนื่องจากการแสดงของวงเป็นเหมือนงานเสริมจากข้อที่แล้ว ทำให้การแสดงกับวงนี้ไม่ใช่มืออาชีพหลักของนักดนตรีที่มีงานอื่นๆทำเป็นจำนวนมาก มันส่งผลต่อผลงานการแสดงของวงอย่างเห็นได้ชัดที่ควรจะสนใจหลักๆกับการแสดงของวงโดยตรง
  3. เครื่องลมทองเหลืองที่เป่าเพี้ยนบ่อยครั้ง เนื่องจากข้อที่ผ่านมาข้างต้นการที่นักดนตรีไม่สามารถแสดงความสามารถถึงขีดสุดได้ ดังจะเห็นได้ว่าเครื่องเป่าทองเหลืองมีความเสียเปรียบไม่น้อยเพราะต้องใช้พลังกาย ทักษะเทคนิครวมไปถึงความแม่นยำที่สูงโดยเฉพาะทรัมเป็ต ทรอมโบน และเฟรนช์ฮอร์นชอบหลุดชอบเพี้ยนบ่อยครั้ง จนเป็นที่สังเกตได้ระหว่างแสดงจนเป็นหงุดหงิดของผู้ฟัง
  4. หอประชุมมีเสียงอคูสติกที่ไม่ดี ปัญหากับอคูสติกห้องของหอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยที่ปิดด้านหลัง ทำให้เสียงของข้างหลังสะท้อนออกมาดังข้างหน้ามากเกินไป โดยเฉพาะจากเครื่องทองเหลืองที่นั่งชิดกับผนังด้านหลัง เมื่อดังเกินไปทำให้ไม่ได้ยินเสียงจากเครื่องดนตรีอื่นๆ ที่ด้านหน้ามากพอโดยเฉพาะจากศิลปินเดี่ยวที่เล่นเปียโน และหากอากาศในหอประชุมใหญ่ที่เย็นมากๆเข้า อคูสติกหลังของหอประชุมใหญ่ที่ด้านหลังจะก้องมากกว่าเดิมจึงฟ้องเสียงเพี้ยนได้ง่ายๆ โดยเฉพาะที่มาจากเครื่องเป่าต่างๆพอได้ยินได้แล้วจะไม่มีใครช่วยสอดกลบได้เลย
  5. การขายสูจิบัตร มูลนิธิของวงจะขายสูจิบัตรในราคา 20 บาทต่อเล่ม (และเป็น 30 บาทในปีหน้า) ในความเห็นส่วนตัวของผมนี่เป็นเรื่องที่ไร้สาระมากๆ ถึงแม้ในช่วงหลังคุณจะสามารถสแกนสูจิบัตรทาง QR CODE ได้ก็ตามแต่ก็ความการฟังไม่สามารถเปิดโทรศัพท์มือถือเพื่ออ่านรายละเอียดไปได้ระหว่างการแสดง
  6. ศิลปินและวาทยากรรับเชิญที่มักมองวงดนตรีไทยเป็นแค่ทางผ่าน ถึงแม้จะไม่ไร้ทิศทางเหมือนสมัยก่อนแต่หลายครั้งที่วงต้องการมีรายได้จึงขอนักดนตรีหรือศิลปินรับเชิญในระดับจากสถานทูตให้หานักดนตรีให้และอาจจะต้องช่วยค่าใช้จ่ายให้ แม้มันจะให้วงสามารถไปต่อได้แต่ว่ามีผลต่อชื่อเสียงของวงไม่น้อยเลย เพราะนักดนตรีเหล่านั้นก็อาจจะต้องการประสบการณ์ในการแสดงเพื่อไปต่อยอดในการแข่งขันดนตรีหรือเป็นหลักฐานในการไปแสดงในเวทีที่สูงขึ้น
โอกาส
  1. ชื่อเสียงและเงินทุนที่มากกว่า ด้วยศักยภาพของผู้สนับสนุนที่ส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานเอกชนที่มีขนาดใหญ่ จากสถานทูตที่มีศิลปินเดียวมาเล่นและมีคนในราชวงศ์ค่อยหนุนหลังอยู่ (ที่จริงๆแล้วไม่ได้ออกทุนสนับสนุนมากเท่าไหร่) ทำให้วงมีชื่อเสียงมากที่สุดในบรรดาวงดนตรีเพลงคลาสสิคทุกวง ทำให้วงนี้เป็นที่วงที่เป็นเหมือนจุดที่สูงสุดในสายตานักดนตรีไทยหลายคนที่ต้องการเล่นในระดับอาชีพ
  2. การจ้างนักดนตรีเดี่ยวที่ดี จากข้อที่แล้วจะให้เห็นว่าโอกาสที่วงนี้เป็นได้ยินในระดับสากลมีมากทำให้เมื่อต้องการจ้างนักดนตรีเป็นพิเศษมาแสดงจะได้คุณภาพที่ดีกว่าวงอื่นๆที่ไม่สามารถทำได้
  3. นักดนตรีหลักที่ส่วนใหญ่เป็นอาจารย์ที่จบจากสถาบันดนตรีที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ อย่างที่รับทราบเพราะการสนับสนุนจากหลายองค์กรทำให้นักดนตรีเป็นประจำอยู่ในวงล้วนเป็นสำเร็จการศึกษาจากสถาบันดนตรีชั้นนำในประเทศต่างจากวงอื่นๆทั้งหมด ทำให้เสียงของวงมีความเป็นสากลมากกว่าวงอื่นๆชัดเจน
  4. ความสามารถในการรับงานที่หลากหลาย เนื่องจากวงอยู่ในสภาพองค์กรอิสระทำให้วงสามารถรับงานแสดงข้างนอกได้อิสระ (ขึ้นอยู่กับสัญญานักดนตรีเองด้วย) จึงสามารถออกงานให้เห็นมากกว่าวงอื่นๆ
ปัญหา
  1. การจำกัดเวลาในการแสดง เนื่องจากนโยบายที่เริ่มมีในสมัยหลังๆที่จำกัดเวลาการแสดงทั้งหมดไม่เกิน 1 ชั่วโมง 45 นาที เมื่อรวมพักการแสดงอีก 15 นาทีเป็น 2 ชั่วโมง ทำให้ผลงานการแสดงดีๆ ที่ได้ความนิยมหลายๆงานจะไม่สามารถนำแสดงออกมาได้เนื่องจากใช้เวลาการแสดงมากเกินไป ก็ต้องนำงานที่ไม่ค่อยได้ยินมากนักมารวมๆกันแสดงทำให้คนไม่สนใจฟังกันมากนัก
  2. การสร้างแบรนด์ให้ดูมีระดับทำให้เข้าถึงยาก ถึงแม้ว่าวงนี้จะช่วยให้ยกระดับวงการดนตรีคลาสสิกมากก็ตาม อย่างไรก็ดีก็วงนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับวงการดนตรีคลาสสิกในบ้านเราไม่น้อยเลย เพราะการได้รับได้โปรโมตของคนชั้นสูงรวมไปถึงเจ้านายเอง ยิ่งทำให้ดนตรีนี้ถูกเข้าใจผิดอยู่เสมอมาว่าเป็นของคนที่มีรายได้สูง (เหมือนสวนทางกับค่าตั๋วที่ถูกมากเลยทีเดียว) ทำให้คนทั่วไปไม่รู้สึกอยากเข้าถึงการแสดงสดมากนัก แม้ว่าคนเหล่านั้นจะชอบฟังเพลงคลาสสิกก็ตาม
  3. การบริหารเป็นแบบมูลนิธิ ทุกวันนี้องค์กรที่รับผิดชอบวงอยู่ในนามของ "มูลนิธิ" ถึงแม้ว่ามันจะมีข้อดีในแง่การหารายได้จากชนชั้นสูงได้ง่ายเพราะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้และมีค่าบริหารที่ต่ำ อย่างไรก็ตามด้วยลักษณะขององค์กรแบบนี้มีความเชื่องช้าทำให้พัฒนาวงได้ยาก เป็นการทำงานในเชิงสมัครเล่นมากเกินไป ไม่มีเป้าหมายที่จะทำให้สัมฤทธิ์ผล
  4. ความไม่แน่นอนในจำนวนกลุ่มนักดนตรี เนื่องจากโครงสร้างองค์กรและการหาสมาชิกในวงไม่มีการเปิดกว้างมากนัก โดยใช้การฝากกันแบบปากต่อปากระหว่างสมาชิกกันเองถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีปัญหามากนัก(เนื่องจากสมาชิกในวงเป็นอาจารย์ของคนที่ฝากมาใหม่นั่นเองหรือหาสมาชิกได้ยาก) แต่นั้นไม่สามารถดึงนักดนตรีไทยที่ดีที่สุดเข้ามาในวงได้ และบางคนอาจจะเข้ามาเพื่อแก้ขัดเท่านั้น เล่นไม่นานก็ออกไป ทำให้นักดนตรีที่เก่งจริงๆมีเพียงแค่หัวหน้าและรองหัวหน้ากลุ่มเท่านั้น สมาชิกจึงมาสลับสับเปลี่ยนได้ง่ายโดยกลุ่มเครื่องสายทำให้เอกภาพในการแสดงจากกลุ่มนี้ไม่ดีเท่าที่ควร
ข้อเสนอแนะ
  1. เปลี่ยนรูปแบบและระเบียบการจัดการองค์กรใหม่ ในปัจจุบันเรามีรูปแบบการจัดการองค์กรดนตรีคลาสสิคมากขึ้นโดยเฉพาะในยุโรป RBSO ควรนำแนวทางเหล่านั้นมาใช้เพื่อทำให้การบริหารโปร่งใสและวงสามารถหารายได้จากทางอื่นมากกว่าจากการรับบริจาคจากคนมีฐานะ อาจจะรวมไปถึงการมีสปอนเซอร์ให้เห็นเด่นชัดมากกว่าในสูจิบัตรและการอ่านออกหน้าเวที เช่น การแสดงป้ายในเวที หรือการเอารถจอดหน้าหอแสดง เป็นต้น
  2. มุ่งหน้าสู้ความเป็นมืออาชีพมากขึ้น  นับจากที่มีการเปลี่ยนแปลงองค์กรใหม่เป็นต้นมา อย่างไรก็ดีลักษณะการจัดการวงที่ยังเอียงไปในทางกิ่งอาชีพนั้นยังคงอยู่ องค์กรควรเปลี่ยนไปให้เป็นลักษณะวงอาชีพเต็มตัวไปเลย และกำหนดทิศทางและหน้าที่ของสมาชิกให้ชัดเจน อาจจะสมาชิกหายไปไม่น้อยแต่จะให้คุณภาพดีขึ้นไปอีกจากความเป็นทีมที่สูงขึ้น
  3. การเชิญศิลปินในระดับโลกมากขึ้น เท่าที่ผมทราบหลังๆมานี่วงชอบจ้างนักดนตรีที่มีผลงานบันทึกเสียงอยู่แล้ว รวมไปถึงนักดนตรีที่นักดนตรีเดียวที่ไปแข่งขันในระดับโลกมากขึ้น ถ้าผมจำไม่ผิดเราเชิญนักเปียโนที่ได้รับรางวัล International Chopin Piano Competition มาหลายคน (เช่น Vladimir Ashkenazy, Krystian Zimerman, Yundi Li) เราสามารถเชิญได้อีกหลายคนจากกลุ่มนี้ได้ อย่างเช่น Seong-Jin Cho, Yulianna Avdeeva, Ingolf Wunder, Daniil Trifonov, Rafał Blechacz, Dang Thai Son ได้ด้วยซึ่งมันจะช่วยในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อีกระดับหนึ่ง  ถึงแม้คิดว่ามีค่าใช้จ่ายการจ้างที่สูงก็ตาม
  4. การแสดงผลงานที่ได้รับความนิยมมากกว่านี้ จากเท่าที่เห็นในช่วงหลังจะพบว่ามักจะแสดงผลงานที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก แม้มันอาจจะช่วยให้นักดนตรีเล่นผลงานที่หลากหลาย แต่จากโปรแกรมการแสดงที่จัดน้อยมาก (เมื่อเทียบกับหลายๆวงในอาเซียน) มันน่าจะดีกว่าที่แสดงผลงานเป็นที่ยอมรับได้มากกว่านี้โดยแสดงผลงานยอดนิยมในช่วง 300 ผลงานแรกเป็นหลักก็น่าจะมากพอที่คนจะสนใจวงนี้มากขึ้นบ้างแล้ว
  5. การมีตารางการแสดงที่แน่นอนและการจัดการประกาศผ่านสื่ออย่างเป็นทางการ  ถ้าต้องการทำให้วงมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมากขึ้น การจัดการแถลงข่าวกับสื่อมวลชนดนตรีโดยเฉพาะ รวมไปถึงการประกาศตารางการแสดงที่แน่นอนทำเป็นฤดูกาลแสดงที่แน่ชัดจัดเป็นลักษณะขายตั๋วรวมมัดแบบล่วงหน้า (Subscription Packages) มันจะมีส่วนช่วยให้เข้าถึงผู้ฟังมากกว่านี้ไม่ใช้เพียงประกาศการแสดงแบบจริง ๆ จัง ๆ ช่วงใกล้การแสดงแล้วทำให้ขายตั๋วได้ยาก
  6. ความพยายามไปแสดงในต่างประเทศมากขึ้น ด้วยความที่เจ้าหญิงไทยที่เป็นผู้สนับสนุนวงมีเส้นสายจากการไปฟังดนตรีคลาสสิกในยุโรปมากมาย มันน่าจะเป็นโอกาสอันดีที่จะผลักดันวง RBSO ไปแสดงที่ในประเทศแทบยุโรปบ้างแต่ไม่ควรจะเพียงแค่การขอให้ได้ไปแสดงโดยที่เราต้องลงทุนเองทั้งหมด ควรจะได้รับการสนับสนุนระหว่างกันบ้างเพื่อให้วงสามารถไปสร้างชื่อได้ในระยะยาว
ผลงานที่ผมอยากได้ยิน ผมอยากได้ยิน Beethoven - Symphony No.9 แบบสมบูรณ์ ถึงแม้จะฟังดูธรรมดามากแต่น่าแปลกที่ว่าวงนี้ไม่มีระบบการร้องประสานเสียงมานานมากแล้วการแสดงผลงานนี้จึงไม่ง่าย นอกจากนี้ผมยังคาดหวังที่ได้ยิน Mahler - Symphony No.5 อีกด้วยที่เป็นผลงานมาตรฐานเหมือนกันแต่วงกลับไม่ค่อยสนใจแสดงมากนักเพราะความเข้มข้นที่สูงเกินกว่าที่สมาชิกจะสามารถแสดงได้นั่นเอง จริงๆผมแนวเพลงที่พวกเขาถนัดอยู่ในช่วงปลายยุคคลาสสิกถึงช่วงต้นโรแมนติกจะเป็นแนวที่พวกเขาถนัดมากที่สุด

    สุดท้ายนี้ถึงแม้ว่า RBSO จะเป็นวงที่เก่าแก่มากที่สุดวงหนึ่งที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เพราะการจัดการวงที่ไม่เป็นมืออาชีพอีกทั้งจำนวนนักดนตรีที่มีความสามารถน้อย ผู้ชมที่มีจำนวนไม่มาก ผู้สนับสนุนที่ผูกกับเจ้าทำให้ดนตรีดูเข้าถึงยาก แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่เนื่องจากการมีอนาคตที่ดูสดใสที่สุดจากโอกาสต่างๆที่ได้รับ รวมไปถึงระยะเวลาที่วงนี้สั่งสมกันมาจะทำเป็นวงนี้กลายเป็นมาตรฐานการแสดงของวงไทยในระดับสากลต่อไป

ช่วงคะแนนรวมเต็มสิบ
  • String: 7.5-8.5
  • Woodwinds: 8.0-9.0
  • Brass: 6.0-7.5
  • Percussion: 7.0-9.0
  • Conductors: 8.0-9.0
  • Overall Average:  7.3-8.6

Comments

Popular posts from this blog

Thai Youth Orchestra Overall English Review

Thai Youth Orchestra Overall Review (TYO)

RBSO - A18: Bomsori Kim plays Beethoven Violin Concerto English Review