Somtow Sucharitkul's Organizing Orchestra Overall Review (SSOO)
สำหรับวงต่อไปเป็นวงที่เหมือนเป็นเยาวชนมือสมัครเล่นที่มีผลงานการแสดงอย่างจริงจังและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลอยู่บ้าง หากสำหรับคนไทยแม้แต่คนที่อยู่วงการดนตรีคลาสสิกเองก็อาจจะไม่ได้ยินผลงานการแสดงของพวกเขาบ่อยนัก เพราะว่าพวกเขาไปแสดงที่ต่างประเทศอยู่เสมอและงานที่แสดงในคอนเสิร์ตหลายๆครั้งก็เข้าถึงได้ยาก อาจจะเพราะความเป็นศิลปินแบบสุดขั้วของเขาก็ได้นั้นคือสมเถา สุจริตกุล นั้นเอง ผมเองก็มีโอกาสไปชมคอนเสิร์ตของเขาหลายครั้งแต่ว่าไม่มีโอกาสได้เขียนเป็นบทวิจารณ์ให้อ่านเท่าไหร่นัก และเนื่องด้วยเหตุผลที่ว่าวงดนตรีตั้งแต่เชมเบอร์ไปจนถึงออร์เคสตรา (ที่เราจะเขียนถึงนี้) ที่ดูแลและจัดการโดยคุณสมเถามีเป็นจำนวนมาก อย่างเช่น Opera Siam, Bangkok Opera, Siam Sinfonietta, Asian Sinfonietta, SIAM PHILHARMONIC,SIAM ORPHEUS CHOIR เป็นต้น ซึ่งวงมีจำนวนมากมายขนานนี้แต่ก็ล้วนผูกอยู่กับคนคนเดียวนั้นคือคุณสมเถาทั้งสิ้น ดังนั้นเพื่อความเข้าใจในเนื้อหาไปทางเดียวกัน สำหรับบทความนี้เราจะกล่าวถึงกลุ่มวงทั้งหลายเหล่านี้ว่าเป็น "Somtow Sucharitkul's Organizing Orchestra" (SSOO) และสำหรับตอนที่สามของซีรีส์ Thailand's Symphony Orchestra Overall Review Series ผมขอนำเสนอตอน Somtow Sucharitkul's Organizing Orchestra Overall Review (SSOO)
- การหาทางนำเสนอแนวทางอะไรใหม่ๆ เนื่องด้วยผลงานที่นำเสนอในรูปแบบของออร์เคสตราทั่วไปมีผลงานที่จำกัดมาก อีกทั้งความเป็นศิลปินของคุณสมเถาที่ต้องการแสดงผลงานที่แตกต่างจากการเป็นวงดนตรีธรรมดาๆ ที่แสดงด้วยวงทั่วไปที่มีหน้าที่ต้องแสดงของมาตรฐาน เขามีประเด็นและนำไอเดียต่างๆมาการนำเสนอในแบบฉบับที่แปลกออกไปในการนำเพลงประกอบภาพยนตร์ การแสดงผลงานเชิงศาสนาที่หาฟังได้ยาก รวมไปถึงการแสดงภาพยนตร์ทุนต่ำอีกด้วย
- มีโอกาสไปแสดงที่ต่างประเทศเป็นประจำ เป็นสิ่งที่อาจจะไม่เห็นผลงานในบ้านเรา แต่การที่เดินทางไปแสดงเพื่อรวมเทศกาลดนตรีหรือไปแข่งขันที่ต่างประเทศได้สร้างชื่อเสียงกับประเทศไทย (แม้ไม่มากก็ตาม)
- แสดงผลงานที่หาฟังได้ยาก จากที่อธิบายมาแล้ว การแสดงบางผลงานต้องใช้ความสามารถมากถึงจะประสบความสำเร็จแล้วแต่เขาสามารถนำหลายๆผลงานออกแสดงสดและได้รับคำชมอย่างมาก โดยเฉพาะผลงานรอบปฐมทัศน์ของซิมโฟนี่ของ Mahler ทั้งหมด 9 บทที่โดยเฉพาะหมายเลข 8 ที่ได้ชื่อว่ายากมีความซับซ้อนและใช้นักดนตรีเป็นจำนวนมากให้เป็นผลสำเร็จได้
- มีคุณภาพการแสดงที่แย่ที่สุดในบรรดาวงที่มีการแสดงประจำ เนื่องจากแกนของเป็นวงเยาวชนที่มีความแตกต่างทางฝีมือกันมากเกินไปและพยายามแสดงแบบวงออร์เคสตราที่ต่างจากวงอื่นที่ฝีมืออาจจะต่างกันไม่มากนักจึงเข้ากันได้ดี แต่วงนี้ฝีมือโดยส่วนใหญ่ของมีช่องว่างต่างกันมากทั้งด้วยความเก่งและประสบการณ์ทำให้เสียงตีกันมีเสียงรบกวนหรือเพี้ยนบ่อยครั้งเวลาแสดงที่ชาวงที่หนักหน่วง ถ้าแสดงในสถานที่ที่ไม่เอี้อกับการฟังผลการแสดงอาจจะแค่ยอมรับได้ แต่ถ้าไปแสดงให้เวทีมันอาจจะรู้สึกจับผิดกับการแสดงได้ง่าย ๆ จนผู้ฟังไม่สามารถทนฟังได้ต้องออกจากการแสดงไปก่อน
- ไม่ค่อยมีผลงานแสดงคอนแชร์โตกับวงออเคสตร้า อาจจะเพราะต้องมีการจ้างแยกและไม่สะดวกในการอำนวยวงของคุณสมเถาเอง ทำให้ไม่ค่อยมีงานแสดงเดี่ยวแบบคอนแชร์โตกับออร์เคสตรามากนัก ถ้าคุณไม่ได้ใส่ใจในเรื่องนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแต่ส่วนใหญ่แล้วถ้าเชิญคนที่มีชื่อเสียงจะทำให้คนอยากมาฟังมากขึ้นอยู่ดี
- การซื้อตั๋วที่ยากและราคาที่หลายครั้งไม่ค่อยสมเหตุสมผล เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนจากใครโดยตรงต่อเนื่อง ทำให้ค่าเข้าชมการแสดงมีราคาที่สูงแม้เทียบกับวงอาชีพก็ตามมันไม่ค่อยสอดคล้องกับผลงานที่ได้โดยรวม การไปแสดงในงานสังคมหรือมีการนั่งสังสรรค์กันจะทำให้ค่าเข้าสูงเข้าและสำหรับบางคนอาจจะแค่อยากฟังคอนเสิร์ตเท่านั้นยิ่งไม่สามารถเข้าถึงได้อีก อีกทั้งการที่ซื้อตั๋วไปใช้บริการของ Ticketmellon ที่หารายการแสดงยากกว่าและการไปซื้อโดยตรงมีความยุ่งยาก
- การเรี่ยไรในลักษณะเชิงรุก และจากที่ไม่มีใครสนับสนุนมากนักแต่เพราะการจัดคอนเสิร์ตมีค่าใช้จ่ายสูงมาก คุณสมเถาต้องใช้ความพยายามในการหารายได้เพื่อการแสดงสามารถเกิดขึ้นได้แต่นั้นรวมไปถึงการเรี่ยไรจากผู้ปกครองของนักดนตรีเองหรือผู้ชม (ที่ซื้อบัตรที่ไม่ถูกเข้ามาฟังอยู่แล้ว) ถึงแม้อาจจะเป็นการทำที่มีเจตนาที่ดีแต่ก็สร้างความรำคาญให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยเลย
- การใช้ประโยชน์จากเส้นสายและกระแสสังคมจนเป็นผลลบ เนื่องจากน้องสาวของปู่ของคุณสมเถาคือสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การทำความรู้จักกับหลายคนที่มาจากทางคุณพ่อและคุณแม่ของเขา รวมไปถึงในอดีตที่จากกระแสของบัณฑิต อึ้งรังษีที่เป็นคนไทยไปแสดงคอนเสิร์ตในระดับโลก (ที่ปัจจุบันนี้เขาไม่ได้ทำงานที่เกี่ยวกับคอนเสิร์ตอีกแล้ว กลายเป็นนักพูดเสียมากกว่า) คุณสมเถาจึงพยายามใช้เส้นสายเหล่านี้เพื่อเข้าถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมต่างๆจำนวนไม่น้อย รวมไปถึงการสร้างกระแสต่างๆให้เป็นที่ได้ยินโดยเนืองๆ และใช้โอกาสนั้นเพื่อการโปรโมตทางดนตรีหรือหารายได้ให้ SSOO ไปด้วย แต่เนื่องจากเขาก็ไม่ได้เป็นคนที่มีความน่าดึงดูดเลย ทำให้การทำหลายอย่างแม้แต่ความเจตนาที่ดีกลายเป็นผลเสียเป็นประจำ ส่งผลถึงความสนใจในวงการดนตรีคลาสสิกไทยไม่น้อย
- การมีเส้นสายในระดับนานาชาติ เนื่องจากทำงานและอาศัยอยู่ในยุโรปมายาวนาน ทำให้เขารู้จักแวดวงของกลุ่มนักดนตรีคลาสสิคระดับรากหญ้าในยุโรปที่ไม่มีชื่อเสียงจึงสามารถผลักดันให้นักดนตรีไทยสามารถไปแสดงที่ต่างประเทศได้เป็นประจำต่อเนื่องจะนำประโยชน์ให้กับนักดนตรีในระยะยาว
- ความเป็นตัวของตัวเอง เนื่องจากวงขับเคลื่อนโดยคุณสมเถาและผู้ที่เกี่ยวข้องไม่มากนัก ทำให้การจัดการวงสะดวกรวดเร็วกว่าวงอื่นๆ และการที่ต้องการนำเสนอประเด็นที่เขาสนใจถ้ามันถูกใจกลุ่มเป้าหมายมันจะดึงผู้ชมเข้ามาฟังเป็นจำนวนมาก (และมีไปในทางกลับกันด้วย) และเนื่องจากนิสัยของคุณสมเถาที่สบายๆ รักความสนุกสนาน รวมไปถึงมีความตลกขบขันแต่ตรงไปตรงมาทำให้ผลงานมีความเข้าถึงเยาวชนได้แม้ผลงานจำนวนไม่น้อยมีความหนักหน่วงมากก็ตาม
- นักดนตรีมีโอกาสเข้าถึงตัวคุณสมเถาและวงออร์เคสตราได้ง่ายกว่า เนื่องจากนิสัยของคุณสมเถาจากข้อที่แล้วรวมถึงการคัดเลือกสมาชิกของวงที่ไม่หนักหน่วงเท่าและเปิดโอกาสให้นักดนตรีที่มีทักษะที่ต่างกันเข้าถึงการแสดงแบบออร์เคสตราได้แม้จะน้อยกว่าในที่อื่น ๆ ก็ตาม อีกทั้งด้วยสมาชิกในวงยินดีที่รับฟังคุณสมเถาและมีความสามัคคีมากกว่าวหลายวง ปัญหาการเมืองในวงจึงมีน้อยถึงแม้ว่าผลงานที่แสดงมีความเป็นเอกลักษณ์สูงมากก็ตาม
- สุขภาพของคุณสมเถาที่ถดถอย เพราะคุณสมเถามีอายุมากยังมีหน้าที่ต้องจัดการภายในวงและมีปัญหาในการยืนนานๆ ทำให้เวลาเขานำวงที่ผ่านๆมาเมื่อไม่นานนี้จำเป็นต้องนั่งกำกับในการแสดงจริง (ที่แทบไม่มีใครทำกัน) นั้นทำให้เขาเสียบุคลิกและนั้นสร้างความกังวลให้กับอนาคตของวงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- ความอยู่รอดของวงที่ไม่แน่นอน เนื่องจาก SSOO ไม่มีผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนหลักเลย ถึงแม้จะมีการระดมทุนในเชิงรุกและการสนับสนุนของผู้ปกครองของนักดนตรีแต่ค่าใช้จ่ายกับการจัดกิจกรรมที่ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะจ่ายค่าเช่าสถานที่แสดงในกรุงเทพหรือค่าเครื่องบินให้กับนักดนตรีและอุปกรณ์ไปที่ต่างๆ นั้นย่อมส่งผลต่อการไปแสดงในต่างประเทศและการจัดคอนเสิร์ตในกรุงเทพอย่างมาก
- การรับรู้เกี่ยวกับคอนเสิร์ตของพวกเขามีจำกัด อันที่จริงการรับรู้เกี่ยวกับดนตรีคลาสสิกในไทยก็มีน้อยอยู่แล้ว แต่การประกาศผลงานที่พวกเขาไปแสดงก็ยิ่งน้อยการนั้นอีกหลายเท่า นอกจากการประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับคอนเสิร์ตที่แสดงในไทยมีจำกัดอยู่แล้ว ทำให้คนทั่วไปไม่ค่อยได้รับรู้เรื่องโอกาสดีๆที่เขาทำเท่าไรนัก
- การจัดการแสดงให้แสดงในที่หลากหลายได้มากกว่านี้ รวมไปถึงกลางแจ้งหรือในโรงเรียนนานาชาติ ในอดีตคุณสมเถาเคยจัดคอนเสิร์ตนอกเวทีการแสดงมาแล้วไม่น้อย แต่เป็นลักษณะของเชิงกระแสมากกว่าเช่นที่ไปวัดพระแก้วที่โอกาสที่รัชกาลที่ 9 สวรรคต หรือในโอกาสชาตกาล 250 ปีของ Beethoven (ที่ลดขนาดการแสดงลง) ถ้าเขาสามารถจัดงานในลักษณะอีเวนต์เพื่อโปรโมตวงการดนตรีได้ก็ควรจะทำให้มากขึ้นตามโอกาส อย่างการไปจัดในสถานที่กลางแจ้งต่างๆ เช่นในสวนสาธารณะ (อย่างดนตรีในสวน) ในโรงแรม(ที่ทำบ้างอยู่แล้ว) แม้แต่ในลานหน้าห้างสรรพสินค้า หรือการจัดคอนเสิร์ตในหอประชุมโรงเรียนนานาชาติก็ถือว่าดี ไม่ว่าทั้งในกรุงเทพหรือต่างจังหวัด มันจะสามารถสร้างโอกาสให้นักดนตรีได้แสดงและเพื่อสามารถกระจายโอกาสทางการแสดงให้ไปได้ไกลขึ้น
- แบ่งหน้าที่ให้แต่ละวงที่ตั้งขึ้นโดยเฉพาะและเปลี่ยนแปลงได้ เพราะวงที่คุณสมเถามีเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเพราะกำหนดเฉพาะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องที่กำหนดรายคนไว้มีขอบเขตหน้าที่ชัดเจน แต่เมื่อคนเหล่านั้นหายไปวงก็มีชื่อแค่ในนามเท่านั้น เพื่อให้วงสามารถทำงานต่อได้แม้จะอยู่ในระดับสมัครเล่นก็กำหนดขอบเขตหน้าที่ของวงเลยว่าใช้จัดคอนเสิร์ตแบบไหน อายุเท่าไร เชี่ยวชาญการแสดงแบบใด โดยจะยกให้คุณสมเถาเองเป็นผู้อำนวยการคนเดียวให้ยกหน้าที่จัดการวงให้คนที่มีความสามารถมาจัดการแต่ลงนั้นโดยเฉพาะแต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (หรือทำเองก็ได้ถ้าหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ถ้าจำเป็น) เมื่อคนเก่าไม่กลับมาก็หาคนใหม่มาแทน วงที่ไม่มีบทบาทก็จะมีงานเข้ามามากขึ้น
- คุณสมเถาต้องลดบทบาทลงจากการแสดงบนเวทีอย่างจริงจัง ถึงแม้ว่าคุณทฤษฎี ณ พัทลุงเริ่มมีบทบาทอย่างชัดเจนกับ SSOO มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ว่าคุณสมเถายังมีอำนาจในการดูแลวงอย่างมาก แต่เนื่องจากสุขภาพของเขาเพื่อให้เขาสามารถทำงานได้ในระยะยาวเรื่อย ๆ ควรยกระดับในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแสดงทางดนตรีให้ทฤษฎีดูแลเป็นหลักคนเดียวไปเลย อย่างเช่น ผลงานการแสดง การจัดการนักดนตรี หรือการพัฒนาวาทยากรรุ่นใหม่มากขึ้น และให้คุณสมเถาควรจะเน้นที่การจัดการอื่น ๆ แทนอย่าง การหาสถานที่ การเดินทางและการระดมทุน หรือเป็นพิธีกรที่เขาน่าจะถนัดด้วย แล้วเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นที่ปรึกษาหลักให้คุณทฤษฎีในเรื่องแนวทางในการแสดงจะดีกว่า
- การขอความช่วยเหลือจากศิษย์เก่า เนื่องจากนักดนตรีที่แสดงดนตรีอยู่ในวงที่มีชื่อเสียงหลายคนอาจจะเคยอยู่ในวงเครือ SSOO มาก่อนที่มีความสามารถในระดับที่ยอมรับได้ เพื่อให้ส่งต่อแนวคิดหรือความคิดทางดนตรีให้มากขึ้น ควรจะเชิญหรือชวนพวกเขาเหล่านั้นมาให้มากขึ้นไม่ว่าจะร่วมเล่นรับเชิญหรือเป็นนักดนตรีเดี่ยวจะทำให้การแสดงสามารถผ่านไปได้โดยไม่กระท่อนกระแท่นมากนัก
- สร้างระบบสนับสนุนการแสดงออนไลน์ ในปัจจุบันนี้เรามีบริการระดมทุนทางออนไลน์อย่างมากมายเช่น Patreon, GoFundMe หรือแม้แต่ Kickstarter ในการสนับสนุนผลงานของเขาในระยะยาวหรือเพื่อสร้างอุปรากรเป็นรายครั้งต่อฤดูกาลก็ได้ แม้มันอาจจะได้เงินไม่เยอะมากนัก แต่นั้นก็สามารถวัดเป็นเรตติ้งของเขาในออนไลน์ได้เป็นอย่างดี การตั้งเป็นมูลนิธิอาจจะมีข้อดีแต่อาจจะไม่เหมาะกับเขามากนัก
- นำผลงานการแสดงสดไปเผยแพร่ทางออนไลน์อื่นๆ การนำผลงานการแสดงมีความสะดวกในการเผยแพร่ผลงานตัวเองได้ง่ายกว่าการขาย CD DVD เยอะ แต่ข้อเสียคือมีโอกาสถูกร้องเรียนทางลิขสิทธิ์ได้สูง (ถ้าไม่ลอกเลี่ยนเสียงมาก็คงแสดงได้ดีมากจนถูกเอาไปเปรียบเทียบ) วิธีการแก้ปัญหาที่น่าสนใจของผมคือการสร้างเว็บไซต์ของตัวเองเพื่อบันทึกการแสดง (ที่ทำบ้างแล้ว) หรือการยกระดับบัญชีทางการของวง (ให้เป็น Official) และการนำการบันทึกเสียงการแสดงสดที่ผ่านมาเหล่านั้นไปอยู่บริการสตรีมเพลงต่างๆเช่น Spotify, Tidal, Deezer หรือ YouTube Music แม้รายได้มันจะได้ไม่เยอะก็ตามแต่ช่วยลดปัญหาด้านลิขสิทธิ์ได้มาก (จากที่วงต่างๆที่จัดการแสดงใน YouTube หลายครั้งก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดถ้างานเหล่านั้นเป็น Public Domain)
- Strings: 5.0 - 7.0
- Woodwinds: 6.5 - 7.0
- Brass: 5.5 - 6.5
- Percussions: 7.0 - 8.0
- Conductors: 7.0 - 8.0
- Overall Average: 6.2 - 7.0
Comments
Post a Comment