Somtow Sucharitkul's Organizing Orchestra Overall Review (SSOO)

    สำหรับวงต่อไปเป็นวงที่เหมือนเป็นเยาวชนมือสมัครเล่นที่มีผลงานการแสดงอย่างจริงจังและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลอยู่บ้าง หากสำหรับคนไทยแม้แต่คนที่อยู่วงการดนตรีคลาสสิกเองก็อาจจะไม่ได้ยินผลงานการแสดงของพวกเขาบ่อยนัก เพราะว่าพวกเขาไปแสดงที่ต่างประเทศอยู่เสมอและงานที่แสดงในคอนเสิร์ตหลายๆครั้งก็เข้าถึงได้ยาก อาจจะเพราะความเป็นศิลปินแบบสุดขั้วของเขาก็ได้นั้นคือสมเถา สุจริตกุล นั้นเอง ผมเองก็มีโอกาสไปชมคอนเสิร์ตของเขาหลายครั้งแต่ว่าไม่มีโอกาสได้เขียนเป็นบทวิจารณ์ให้อ่านเท่าไหร่นัก และเนื่องด้วยเหตุผลที่ว่าวงดนตรีตั้งแต่เชมเบอร์ไปจนถึงออร์เคสตรา (ที่เราจะเขียนถึงนี้) ที่ดูแลและจัดการโดยคุณสมเถามีเป็นจำนวนมาก อย่างเช่น Opera Siam, Bangkok Opera, Siam Sinfonietta, Asian Sinfonietta, SIAM PHILHARMONIC,SIAM ORPHEUS CHOIR เป็นต้น ซึ่งวงมีจำนวนมากมายขนานนี้แต่ก็ล้วนผูกอยู่กับคนคนเดียวนั้นคือคุณสมเถาทั้งสิ้น ดังนั้นเพื่อความเข้าใจในเนื้อหาไปทางเดียวกัน สำหรับบทความนี้เราจะกล่าวถึงกลุ่มวงทั้งหลายเหล่านี้ว่าเป็น "Somtow Sucharitkul's Organizing Orchestra" (SSOO) และสำหรับตอนที่สามของซีรีส์ Thailand's Symphony Orchestra Overall Review Series ผมขอนำเสนอตอน Somtow Sucharitkul's Organizing Orchestra Overall Review (SSOO)


ประวัติโดยสังเขป ด้วยคุณสมเถาความสนใจในศิลปะการแสดงดนตรีคลาสสิกมายาวนานตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษไปจนถึงการอาศัยในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะจากโอเปร่าและดนตรีแบบทดลองต่างๆ เมื่อมาที่ประเทศไทยจึงต้องการแสดงผลงานดนตรีโอเปร่าซึ่งหาชมได้ยากมาก (ต่างจากละครเวทีทั้วๆไปที่ใช้นักศึกษาหรือดาราแสดงและใช้การบันทึกเสียงมาก่อน) โดยวงแรกสุดที่คุณสมเถาก่อตั้งคือวง Bangkok Opera จึงก่อตั้งขึ้นในปี 2544 ภายใต้การอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น Opera Siam ในเวลาต่อมา) แม้ว่าในช่วงแรกๆของการก่อตั้งจะมีผลงานการแสดงจากโอเปร่าที่สำคัญๆ จากคีตกวีที่มีชื่อเสียงแต่ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นผลงานที่คุณสมเถาประพันธ์เองเสียส่วนใหญ่ (นอกเหนือจากการเขียนนิยายภาษาอังกฤษมาก่อน) เนื่องจากแม่ของเขาก็เป็นนักเขียนนวนิยายที่ต่อมาดัดแปลงเป็นละครทางทีวีไทยอยู่บ้าง จึงทำให้ผลงานลักษณะประพันธ์แสดงเองมีเป็นจำนวนมาก

    ต่อมา Siam Philharmonic Orchestra (จากชื่อเดิม MIFA Sinfonietta) ได้รับการก่อตั้งต่อมาไม่นานในปี 2545 เพื่อแสดงผลงานคลาสสิกที่ได้ความนิยมที่ขนาดมาตรฐานด้วยนักดนตรีที่อยู่ในกลุ่มของเขาถึงแม้จะไม่บอกว่าเป็นกลุ่มเยาวชนก็ตามแต่มีการจำกัดอายุของนักดนตรีไว้ที่ 12 - 25 ปี และจากนั้น Siam Sinfonietta ที่เป็นวงที่เล็กกว่าจึงก่อตั้งขึ้นตามมาในปี 2553 เนื่องจากความเชื่อของเขานักดนตรีชุดที่เขามีในขณะนั้น (ที่เกิดระหว่างปี 2535 - 2540) รวมไปถึงวาทยากรฝึกหัดอย่างทฤษฎี ณ พัทลุงเป็นกลุ่มสมาชิกที่เขาเชื่อว่าดีที่สุดที่เขาเคยเจอมาจึงพยายามรวมกันเป็นกลุ่มก้อนเพื่อแสดงอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันนักดนตรีเหล่านั้นสามารถไปแสดงในวงชั้นนำของไทยให้ได้

    นับจากนั้นเป็นต้นมาคุณสมเถาพยายามนำวง SSOO ทั้งหมดที่ก่อตั้งขึ้นรวมไปถึงผลงานที่เขาประพันธ์ไปออกแสดงทั้งที่ไทยไปถึงเวทีที่มีชื่อเสียงในยุโรปและอเมริกาด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลจากประเทศเหล่านั้น ได้รับรางวัลหรือคำชื่นชมจากหลายฝ่าย แม้วงที่ก่อตั้งเหมือนจะมีจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันนี้วงที่ยังแสดงอยู่ในวงการหลักๆจึงกลายเป็น Opera Siam และ Siam Sinfonietta ในส่วนของวงอื่นๆแม้จะไม่มีการล้มเลิกแต่ก็ไม่มีการแสดงนานแล้วอาจจะเพราะผู้เชี่ยวชาญแต่ละส่วนไม่สามารถมาทำให้ เป็นที่เชื่อกันว่าถ้ามีขึ้นมาใหม่ก็นำนักดนตรีที่มีจากสองที่กล่าวมามาร่วมกันในอีกชื่อหนึ่งอยู่ดี อีกทั้งช่วงหลังๆมานี่การแสดงจึงเน้นผลงานที่มีสมเถาแต่งหรือแสดงผลงานที่เป็นตัวของตัวเองที่มาจากข่าวสารมากขึ้นรวมไปถึงการสร้างภาพยนตร์ทุนต่ำอย่าง The Maestro: A Symphony of Terror อีกด้วย

รูปแบบการแสดงและสถานที่การแสดงหลัก แม้โดยปกติแล้วจะแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  แต่ลักษณะการจัดการคอนเสิร์ตไม่แน่นอนอยู่ในระดับสมัครเล่นที่เริ่มแรกจะพูดคุยรอรับไอเดียจากผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วประกาศวงกว้างในลักษณะ Call up เป็นรายๆครั้งเพื่อเตรียมตัวการแสดงในแต่ละคอนเสิร์ตเมื่อจบก็แยกวงไปรวมกันซ้อมตามโอกาสรอการจัดอีกครั้ง ดังนั้นการจัดตารางและแนวคิดการการแสดงแบบ Season ของ SSOO นี้ไม่มีความแน่นอนคอนเสิร์ตที่เป็นแบบมาตรฐานของทั้งฤดูกาลของวงอาจจะมีแค่ 2 ครั้งคือเปิดและปิดฤดูกาลก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามผมแนะนำให้คุณติดตามข่าวสารเรื่องคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นจากเว็บไซต์ของวงหรือบัญชี Facebook ส่วนตัวของเขาได้ที่เขาจะแจ้งล่วงหน้าเป็นระยะๆโดยทั่วไปจะแสดงผลงานที่เข้าถึงได้ยากที่หอประชุมเล็กเป็นหลัก (ในส่วนของการเดินทางทั่วไปและหอประชุมใหญ่ผมได้แนะนำไปใน Royal Bangkok Symphony Orchestra Overall Review แล้ว) ที่นั้นซึ่งจะมีพื้นที่อยู่สองส่วนคือเก้าอี้ที่ติดเวทีและอัฒจันทร์ที่อยู่ด้านหลังแม้ว่าด้านหน้าจะแพงกว่าก็ตามแต่การนั่งด้านหน้าถึงช่วงกลางของอัฒจันทร์จะให้ความสะดวกและได้เสียงที่ดีกว่า แต่หลายครั้งก็มีการไปแสดงในโรงแรมหรือที่จัดงานต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้วแต่ลักษณะของงานและความสนับสนุนของผู้จ้างงานแต่ละฝ่ายอีกด้วย แต่ทั้งนี้เนื่องจากค่าเข้าชมงานเหล่านี้มักรวมค่าอาหารและการจัดในโรงแรมที่มีอคูสติกที่ไม่ดีจึงทำให้ค่าเข้ามีราคาสูงและไม่เอื้อในการฟังการแสดงมากนัก แต่อาจจะเป็นที่ชิ้นชอบสำหรับงานสังคมและความเพลิดเพลินก็ตาม การเลือกที่นั่งจึงเป็นแล้วแต่ความสะดวกของผู้มาชม โดยการเดินทางส่วนใหญ่สามารถไปจอดรถในโรงแรมได้และส่วนใหญ่สามารถเดินทางในระบบรางในกรุงเทพได้อยู่แล้ว

จุดเด่น
  1. การหาทางนำเสนอแนวทางอะไรใหม่ๆ เนื่องด้วยผลงานที่นำเสนอในรูปแบบของออร์เคสตราทั่วไปมีผลงานที่จำกัดมาก อีกทั้งความเป็นศิลปินของคุณสมเถาที่ต้องการแสดงผลงานที่แตกต่างจากการเป็นวงดนตรีธรรมดาๆ ที่แสดงด้วยวงทั่วไปที่มีหน้าที่ต้องแสดงของมาตรฐาน เขามีประเด็นและนำไอเดียต่างๆมาการนำเสนอในแบบฉบับที่แปลกออกไปในการนำเพลงประกอบภาพยนตร์ การแสดงผลงานเชิงศาสนาที่หาฟังได้ยาก รวมไปถึงการแสดงภาพยนตร์ทุนต่ำอีกด้วย
  2. มีโอกาสไปแสดงที่ต่างประเทศเป็นประจำ เป็นสิ่งที่อาจจะไม่เห็นผลงานในบ้านเรา แต่การที่เดินทางไปแสดงเพื่อรวมเทศกาลดนตรีหรือไปแข่งขันที่ต่างประเทศได้สร้างชื่อเสียงกับประเทศไทย (แม้ไม่มากก็ตาม)
  3. แสดงผลงานที่หาฟังได้ยาก จากที่อธิบายมาแล้ว การแสดงบางผลงานต้องใช้ความสามารถมากถึงจะประสบความสำเร็จแล้วแต่เขาสามารถนำหลายๆผลงานออกแสดงสดและได้รับคำชมอย่างมาก โดยเฉพาะผลงานรอบปฐมทัศน์ของซิมโฟนี่ของ Mahler ทั้งหมด 9 บทที่โดยเฉพาะหมายเลข 8 ที่ได้ชื่อว่ายากมีความซับซ้อนและใช้นักดนตรีเป็นจำนวนมากให้เป็นผลสำเร็จได้
จุดด้อย
  1. มีคุณภาพการแสดงที่แย่ที่สุดในบรรดาวงที่มีการแสดงประจำ  เนื่องจากแกนของเป็นวงเยาวชนที่มีความแตกต่างทางฝีมือกันมากเกินไปและพยายามแสดงแบบวงออร์เคสตราที่ต่างจากวงอื่นที่ฝีมืออาจจะต่างกันไม่มากนักจึงเข้ากันได้ดี แต่วงนี้ฝีมือโดยส่วนใหญ่ของมีช่องว่างต่างกันมากทั้งด้วยความเก่งและประสบการณ์ทำให้เสียงตีกันมีเสียงรบกวนหรือเพี้ยนบ่อยครั้งเวลาแสดงที่ชาวงที่หนักหน่วง ถ้าแสดงในสถานที่ที่ไม่เอี้อกับการฟังผลการแสดงอาจจะแค่ยอมรับได้ แต่ถ้าไปแสดงให้เวทีมันอาจจะรู้สึกจับผิดกับการแสดงได้ง่าย ๆ จนผู้ฟังไม่สามารถทนฟังได้ต้องออกจากการแสดงไปก่อน
  2. ไม่ค่อยมีผลงานแสดงคอนแชร์โตกับวงออเคสตร้า อาจจะเพราะต้องมีการจ้างแยกและไม่สะดวกในการอำนวยวงของคุณสมเถาเอง ทำให้ไม่ค่อยมีงานแสดงเดี่ยวแบบคอนแชร์โตกับออร์เคสตรามากนัก ถ้าคุณไม่ได้ใส่ใจในเรื่องนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแต่ส่วนใหญ่แล้วถ้าเชิญคนที่มีชื่อเสียงจะทำให้คนอยากมาฟังมากขึ้นอยู่ดี
  3. การซื้อตั๋วที่ยากและราคาที่หลายครั้งไม่ค่อยสมเหตุสมผล  เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนจากใครโดยตรงต่อเนื่อง ทำให้ค่าเข้าชมการแสดงมีราคาที่สูงแม้เทียบกับวงอาชีพก็ตามมันไม่ค่อยสอดคล้องกับผลงานที่ได้โดยรวม การไปแสดงในงานสังคมหรือมีการนั่งสังสรรค์กันจะทำให้ค่าเข้าสูงเข้าและสำหรับบางคนอาจจะแค่อยากฟังคอนเสิร์ตเท่านั้นยิ่งไม่สามารถเข้าถึงได้อีก อีกทั้งการที่ซื้อตั๋วไปใช้บริการของ Ticketmellon ที่หารายการแสดงยากกว่าและการไปซื้อโดยตรงมีความยุ่งยาก
  4. การเรี่ยไรในลักษณะเชิงรุก และจากที่ไม่มีใครสนับสนุนมากนักแต่เพราะการจัดคอนเสิร์ตมีค่าใช้จ่ายสูงมาก คุณสมเถาต้องใช้ความพยายามในการหารายได้เพื่อการแสดงสามารถเกิดขึ้นได้แต่นั้นรวมไปถึงการเรี่ยไรจากผู้ปกครองของนักดนตรีเองหรือผู้ชม (ที่ซื้อบัตรที่ไม่ถูกเข้ามาฟังอยู่แล้ว) ถึงแม้อาจจะเป็นการทำที่มีเจตนาที่ดีแต่ก็สร้างความรำคาญให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยเลย
  5. การใช้ประโยชน์จากเส้นสายและกระแสสังคมจนเป็นผลลบ เนื่องจากน้องสาวของปู่ของคุณสมเถาคือสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การทำความรู้จักกับหลายคนที่มาจากทางคุณพ่อและคุณแม่ของเขา รวมไปถึงในอดีตที่จากกระแสของบัณฑิต อึ้งรังษีที่เป็นคนไทยไปแสดงคอนเสิร์ตในระดับโลก (ที่ปัจจุบันนี้เขาไม่ได้ทำงานที่เกี่ยวกับคอนเสิร์ตอีกแล้ว กลายเป็นนักพูดเสียมากกว่า) คุณสมเถาจึงพยายามใช้เส้นสายเหล่านี้เพื่อเข้าถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมต่างๆจำนวนไม่น้อย รวมไปถึงการสร้างกระแสต่างๆให้เป็นที่ได้ยินโดยเนืองๆ และใช้โอกาสนั้นเพื่อการโปรโมตทางดนตรีหรือหารายได้ให้ SSOO ไปด้วย แต่เนื่องจากเขาก็ไม่ได้เป็นคนที่มีความน่าดึงดูดเลย ทำให้การทำหลายอย่างแม้แต่ความเจตนาที่ดีกลายเป็นผลเสียเป็นประจำ ส่งผลถึงความสนใจในวงการดนตรีคลาสสิกไทยไม่น้อย
โอกาส
  1. การมีเส้นสายในระดับนานาชาติ เนื่องจากทำงานและอาศัยอยู่ในยุโรปมายาวนาน ทำให้เขารู้จักแวดวงของกลุ่มนักดนตรีคลาสสิคระดับรากหญ้าในยุโรปที่ไม่มีชื่อเสียงจึงสามารถผลักดันให้นักดนตรีไทยสามารถไปแสดงที่ต่างประเทศได้เป็นประจำต่อเนื่องจะนำประโยชน์ให้กับนักดนตรีในระยะยาว
  2. ความเป็นตัวของตัวเอง เนื่องจากวงขับเคลื่อนโดยคุณสมเถาและผู้ที่เกี่ยวข้องไม่มากนัก ทำให้การจัดการวงสะดวกรวดเร็วกว่าวงอื่นๆ และการที่ต้องการนำเสนอประเด็นที่เขาสนใจถ้ามันถูกใจกลุ่มเป้าหมายมันจะดึงผู้ชมเข้ามาฟังเป็นจำนวนมาก (และมีไปในทางกลับกันด้วย) และเนื่องจากนิสัยของคุณสมเถาที่สบายๆ รักความสนุกสนาน รวมไปถึงมีความตลกขบขันแต่ตรงไปตรงมาทำให้ผลงานมีความเข้าถึงเยาวชนได้แม้ผลงานจำนวนไม่น้อยมีความหนักหน่วงมากก็ตาม
  3. นักดนตรีมีโอกาสเข้าถึงตัวคุณสมเถาและวงออร์เคสตราได้ง่ายกว่า  เนื่องจากนิสัยของคุณสมเถาจากข้อที่แล้วรวมถึงการคัดเลือกสมาชิกของวงที่ไม่หนักหน่วงเท่าและเปิดโอกาสให้นักดนตรีที่มีทักษะที่ต่างกันเข้าถึงการแสดงแบบออร์เคสตราได้แม้จะน้อยกว่าในที่อื่น ๆ ก็ตาม อีกทั้งด้วยสมาชิกในวงยินดีที่รับฟังคุณสมเถาและมีความสามัคคีมากกว่าวหลายวง ปัญหาการเมืองในวงจึงมีน้อยถึงแม้ว่าผลงานที่แสดงมีความเป็นเอกลักษณ์สูงมากก็ตาม
ปัญหา
  1. สุขภาพของคุณสมเถาที่ถดถอย เพราะคุณสมเถามีอายุมากยังมีหน้าที่ต้องจัดการภายในวงและมีปัญหาในการยืนนานๆ ทำให้เวลาเขานำวงที่ผ่านๆมาเมื่อไม่นานนี้จำเป็นต้องนั่งกำกับในการแสดงจริง (ที่แทบไม่มีใครทำกัน) นั้นทำให้เขาเสียบุคลิกและนั้นสร้างความกังวลให้กับอนาคตของวงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  2. ความอยู่รอดของวงที่ไม่แน่นอน เนื่องจาก SSOO ไม่มีผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนหลักเลย ถึงแม้จะมีการระดมทุนในเชิงรุกและการสนับสนุนของผู้ปกครองของนักดนตรีแต่ค่าใช้จ่ายกับการจัดกิจกรรมที่ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะจ่ายค่าเช่าสถานที่แสดงในกรุงเทพหรือค่าเครื่องบินให้กับนักดนตรีและอุปกรณ์ไปที่ต่างๆ นั้นย่อมส่งผลต่อการไปแสดงในต่างประเทศและการจัดคอนเสิร์ตในกรุงเทพอย่างมาก
  3. การรับรู้เกี่ยวกับคอนเสิร์ตของพวกเขามีจำกัด อันที่จริงการรับรู้เกี่ยวกับดนตรีคลาสสิกในไทยก็มีน้อยอยู่แล้ว แต่การประกาศผลงานที่พวกเขาไปแสดงก็ยิ่งน้อยการนั้นอีกหลายเท่า นอกจากการประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับคอนเสิร์ตที่แสดงในไทยมีจำกัดอยู่แล้ว ทำให้คนทั่วไปไม่ค่อยได้รับรู้เรื่องโอกาสดีๆที่เขาทำเท่าไรนัก
ข้อเสนอแนะ
  1. การจัดการแสดงให้แสดงในที่หลากหลายได้มากกว่านี้ รวมไปถึงกลางแจ้งหรือในโรงเรียนนานาชาติ ในอดีตคุณสมเถาเคยจัดคอนเสิร์ตนอกเวทีการแสดงมาแล้วไม่น้อย แต่เป็นลักษณะของเชิงกระแสมากกว่าเช่นที่ไปวัดพระแก้วที่โอกาสที่รัชกาลที่ 9 สวรรคต หรือในโอกาสชาตกาล 250 ปีของ Beethoven (ที่ลดขนาดการแสดงลง) ถ้าเขาสามารถจัดงานในลักษณะอีเวนต์เพื่อโปรโมตวงการดนตรีได้ก็ควรจะทำให้มากขึ้นตามโอกาส อย่างการไปจัดในสถานที่กลางแจ้งต่างๆ เช่นในสวนสาธารณะ (อย่างดนตรีในสวน) ในโรงแรม(ที่ทำบ้างอยู่แล้ว) แม้แต่ในลานหน้าห้างสรรพสินค้า หรือการจัดคอนเสิร์ตในหอประชุมโรงเรียนนานาชาติก็ถือว่าดี ไม่ว่าทั้งในกรุงเทพหรือต่างจังหวัด มันจะสามารถสร้างโอกาสให้นักดนตรีได้แสดงและเพื่อสามารถกระจายโอกาสทางการแสดงให้ไปได้ไกลขึ้น
  2. แบ่งหน้าที่ให้แต่ละวงที่ตั้งขึ้นโดยเฉพาะและเปลี่ยนแปลงได้ เพราะวงที่คุณสมเถามีเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเพราะกำหนดเฉพาะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องที่กำหนดรายคนไว้มีขอบเขตหน้าที่ชัดเจน แต่เมื่อคนเหล่านั้นหายไปวงก็มีชื่อแค่ในนามเท่านั้น เพื่อให้วงสามารถทำงานต่อได้แม้จะอยู่ในระดับสมัครเล่นก็กำหนดขอบเขตหน้าที่ของวงเลยว่าใช้จัดคอนเสิร์ตแบบไหน อายุเท่าไร เชี่ยวชาญการแสดงแบบใด โดยจะยกให้คุณสมเถาเองเป็นผู้อำนวยการคนเดียวให้ยกหน้าที่จัดการวงให้คนที่มีความสามารถมาจัดการแต่ลงนั้นโดยเฉพาะแต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (หรือทำเองก็ได้ถ้าหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ถ้าจำเป็น) เมื่อคนเก่าไม่กลับมาก็หาคนใหม่มาแทน วงที่ไม่มีบทบาทก็จะมีงานเข้ามามากขึ้น
  3. คุณสมเถาต้องลดบทบาทลงจากการแสดงบนเวทีอย่างจริงจัง ถึงแม้ว่าคุณทฤษฎี ณ พัทลุงเริ่มมีบทบาทอย่างชัดเจนกับ SSOO มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ว่าคุณสมเถายังมีอำนาจในการดูแลวงอย่างมาก แต่เนื่องจากสุขภาพของเขาเพื่อให้เขาสามารถทำงานได้ในระยะยาวเรื่อย ๆ ควรยกระดับในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแสดงทางดนตรีให้ทฤษฎีดูแลเป็นหลักคนเดียวไปเลย อย่างเช่น ผลงานการแสดง การจัดการนักดนตรี หรือการพัฒนาวาทยากรรุ่นใหม่มากขึ้น และให้คุณสมเถาควรจะเน้นที่การจัดการอื่น ๆ แทนอย่าง การหาสถานที่ การเดินทางและการระดมทุน หรือเป็นพิธีกรที่เขาน่าจะถนัดด้วย แล้วเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นที่ปรึกษาหลักให้คุณทฤษฎีในเรื่องแนวทางในการแสดงจะดีกว่า
  4. การขอความช่วยเหลือจากศิษย์เก่า เนื่องจากนักดนตรีที่แสดงดนตรีอยู่ในวงที่มีชื่อเสียงหลายคนอาจจะเคยอยู่ในวงเครือ SSOO มาก่อนที่มีความสามารถในระดับที่ยอมรับได้ เพื่อให้ส่งต่อแนวคิดหรือความคิดทางดนตรีให้มากขึ้น ควรจะเชิญหรือชวนพวกเขาเหล่านั้นมาให้มากขึ้นไม่ว่าจะร่วมเล่นรับเชิญหรือเป็นนักดนตรีเดี่ยวจะทำให้การแสดงสามารถผ่านไปได้โดยไม่กระท่อนกระแท่นมากนัก
  5. สร้างระบบสนับสนุนการแสดงออนไลน์ ในปัจจุบันนี้เรามีบริการระดมทุนทางออนไลน์อย่างมากมายเช่น Patreon, GoFundMe หรือแม้แต่ Kickstarter ในการสนับสนุนผลงานของเขาในระยะยาวหรือเพื่อสร้างอุปรากรเป็นรายครั้งต่อฤดูกาลก็ได้ แม้มันอาจจะได้เงินไม่เยอะมากนัก แต่นั้นก็สามารถวัดเป็นเรตติ้งของเขาในออนไลน์ได้เป็นอย่างดี การตั้งเป็นมูลนิธิอาจจะมีข้อดีแต่อาจจะไม่เหมาะกับเขามากนัก
  6. นำผลงานการแสดงสดไปเผยแพร่ทางออนไลน์อื่นๆ การนำผลงานการแสดงมีความสะดวกในการเผยแพร่ผลงานตัวเองได้ง่ายกว่าการขาย CD DVD เยอะ แต่ข้อเสียคือมีโอกาสถูกร้องเรียนทางลิขสิทธิ์ได้สูง (ถ้าไม่ลอกเลี่ยนเสียงมาก็คงแสดงได้ดีมากจนถูกเอาไปเปรียบเทียบ) วิธีการแก้ปัญหาที่น่าสนใจของผมคือการสร้างเว็บไซต์ของตัวเองเพื่อบันทึกการแสดง (ที่ทำบ้างแล้ว) หรือการยกระดับบัญชีทางการของวง (ให้เป็น Official) และการนำการบันทึกเสียงการแสดงสดที่ผ่านมาเหล่านั้นไปอยู่บริการสตรีมเพลงต่างๆเช่น Spotify, Tidal, Deezer หรือ YouTube Music แม้รายได้มันจะได้ไม่เยอะก็ตามแต่ช่วยลดปัญหาด้านลิขสิทธิ์ได้มาก (จากที่วงต่างๆที่จัดการแสดงใน YouTube หลายครั้งก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดถ้างานเหล่านั้นเป็น Public Domain)
ผลงานที่ผมอยากได้ยิน เนื่องจากความที่เขาชื่นชอบในผลงานของมาร์เลอร์และงานสไตล์ปลายโรแมนติดของเยอรมัน ทำให้ผมอยากได้ยินงานสไตล์นี้ที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก อย่างเช่น Robert Schumann: Symphony No.1, Han Rott: Symphony No.1, Richard Strauss: Also sprach Zarathustra หรือ An Alpine Symphony อีกผลงานที่ผมคาดหวังให้เกิดถึงมันอาจจะยากสักหน่อยคือการแสดง Der Ring des Nibelungen ทั้งชุดใน 1 ปี ถ้าหากขายการแสดงเป็นชุดถ้ามีการระดมทุนออนไลน์มันอาจจะมีสิทธ์เกิดขึ้นได้

สุดท้ายนี้ถึงแม้จะวงที่คาดหวังกับคุณภาพได้น้อยที่สุดก็ตาม แต่เป็นที่ยอมรับว่าคุณสมเถาเป็นบุคคลสำคัญที่ผลักดันเยาวชนไทยในวงการดนตรีคลาสสิกให้ไปสู้ระดับสากลมากขึ้น แม้สุดท้ายนักดนตรี(ที่หลายคนไม่ได้ไปทางดนตรีเท่าไหร่)อาจจะออกจากวงการแสดงไป แต่พวกเขาก็สร้างวงการในดนตรีคลาสสิกให้เป็นที่จดจำและสร้างฐานผู้ฟังดนตรีคลาสสิกในอนาคตต่อไปได้

สำหรับช่วงคะแนนรวมเต็มสิบดังนี้
  • Strings: 5.0 - 7.0
  • Woodwinds: 6.5 - 7.0
  • Brass: 5.5 - 6.5
  • Percussions: 7.0 - 8.0
  • Conductors: 7.0 - 8.0
  • Overall Average:  6.2 - 7.0

Comments

Popular posts from this blog

Thai Youth Orchestra Overall English Review

Thai Youth Orchestra Overall Review (TYO)

RBSO - A18: Bomsori Kim plays Beethoven Violin Concerto English Review