Thailand Philharmonic Overall Review
หลังจากที่ผมจัดหนักจัดเต็มกับวง Royal Bangkok Symphony Orchestra ไปแล้วสำหรับวงต่อไปนี้น่าเป็นวงที่ดีที่สุดวงหนึ่งในอาเซียนเลยก็ว่าได้ นับเป็นวงอาชีพที่มีความสามารถอย่างแท้จริงของประเทศไทย เป็นหนึ่งในวงดนตรีที่ผมชอบมากที่สุดวงหนึ่งในไทย แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นวงที่ดีที่สุดวงหนึ่งแต่กลับมาปัญหากวนใจหลายเรื่องที่ผลต่อความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวของวงอย่างมาก จะเป็นอย่างไรนั้นติดตามต่อได้ในตอนที่สองของซีรีส์ Thailand's Symphony Orchestra Overall Review Series นี้ผมขอนำเสนอตอน Thailand Philharmonic Overall Review (TPO)
ประวัติโดยสังเขป วงนี้เป็นแนวคิดริเริ่มมาจากความคิดของดร.สุกรี เจริญสุขที่ต้องการสร้างวงออร์เคสตราวงนี้เพื่อเป็นจุดหมายของสร้างคณะดนตรีในมหาวิทยาลัยมหิดล (ที่เป็นที่ยอมรับว่าเป็นมหาวิทยาลัยทางการแพทย์) จากการชักชวนของพูนพิศ อมาตยกุลโดยเริ่มมาจากการสร้างวิทยาลัยดนตรีเพื่อสร้างศูนย์ศึกษาดนตรีคลาสสิกแบบครบวงจรกลายเป็นวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ต่อเมื่อสร้างวิทยาลัยดนตรีแล้วการต่อยอดจากตรงนั้นจึงสร้างวงออร์เคสตราเพื่อให้เป็นตัวอย่างกับนักดนตรีไทยและสร้างมาตรฐานของวงการดนตรีคลาสสิกไทยให้เป็นอาชีพเป็นที่จับต้องได้เป็นที่ยอมรับ โดยวงได้แสดงในงานแรกในปีพ.ศ. 2548 นักดนตรีที่รวมเป็นวงส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่มาจากหลายสถาบันอาจจะย้ายมาจากวงก่อนๆด้วย ในระยะการของการก่อตั้งวงที่มหิดลสิทธาคารยังอยู่ในขั้นวางแผนการก่อสร้างนั้น วงจะไปแสดงหลักๆที่หอแสดงหลักของวิทยาลัยดนตรีเองคือ MACM HALL ต่อมาเมื่อสร้างเสร็จในปีพ.ศ. 2557 จึงย้ายไปแสดงที่นั้นเรื่อยมา ในระยะแรกหัวหน้าวาทยากรประจำวง (Chief Conductor) คือ Gudni A. Emilsson ชาวไอซ์แลนด์นับสิบปีและมีหัวหน้าเป็นคนไทยที่เก่งกาจคือสิทธิชัย เพ็งเจริญ แต่หลังจากดร.สุกรีเกษียณอายุออกไปในปี 2562 จึงได้เปลี่ยนหัวหน้าวาทยากรประจำวงเป็น Alfonso Scarano ชาวอิตาลีและหัวหน้าเป็นคนกรีซคือ Omiros Yavroumis ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แต่ในช่วงโควิดที่ผ่านมาวงเจอกับปัญหานักดนตรีหายไปเนื่องจากหมดสัญญาก่อนหรือมีปัญหาทางการเมือง ทำให้ทางวงจำเป็นต้องหานักดนตรีชั่วคราวมาทดแทนเป็นจำนวนไม่น้อย ทำให้ Balance หรือสมดุลของการบรรเลงในวงหายไปอย่างมาก กว่าจะกลับมาได้ก็ใช่ระยะไม่น้อยกว่าคนเก่าๆทุกคนจะกลับมาได้กลายเป็นวงที่เข้มแข็งในปัจจุบันนี้
รูปแบบการแสดงและสถานที่การแสดงหลัก โดยทั่วไปวงจะแสดงเป็นฤดูกาลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนสิงหาคมยกเว้นเดือนเมษายน โดยไม่มีการแสดงกลางแจ้ง โดยในแต่ละเดือนจะแสดงคอนเสิร์ตเป็นชุด ชุดล่ะ 2 คอนเสิร์ตในเวลาที่แน่นอนคือ วันศุกร์เวลา 19.00 น. และวันเสาร์เวลา 16.00 น. ในแต่ละเดือนอาจจะมี 2-3 ชุดต่อเดือนขึ้นอยู่กับโอกาสต่างๆที่ทางวงจัดขึ้นมักไม่มีในช่วงต้นเดือนปลายเดือน โดยทั่วไปวงจะจัดคอนเสิร์ตทั้งหมดที่มหิดลสิทธาคารที่เป็นหอประชุมใหญ่หลักของมหาวิทยาลัยมหิดลที่ศาลายา การเดินทางหลักๆคือการขับรถไปจอดที่หน้าอาคาร ทั้งนี้คุณอาจจะจอดรถที่ข้างอาคารและนำบัตรจอดรถไปสแกนในคอนเสิร์ตเพื่อยกเว้นค่าจอดได้ การเดินทางอีกทางหนึ่งคือการนั่งรถบัส Salaya Link ที่จัดการโดยวิทยาลัยเองโดยนั่งมาจากสถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้ามาที่หอประชุมโดยตรงเที่ยวละ 30 บาท ในหอประชุมถึงแม้ว่าจะสามารถนั่งจุดไหนก็สามารถได้ยินดนตรีอย่างชัดเจนทั่วทั้งหอประชุมอยู่แล้ว แต่เพื่อความสะดวกไม่ควรนั่งชิดกับผนังที่บริเวณชั้นหนึ่งเพราะเสียงจะอัดเรามากเกินไป ถึงแม้ว่าราคาที่นั่งหลายโซนแพงก็ตาม แต่ผมแนะนำว่าหากไม่ไหวจริงแนะนำนั่งหลังสุดของชั้น 1 คุณจะสามารถเห็นบรรยากาศของการแสดงอย่างชัดเจนกว่า จะนั่งชั้น 2 หรือ 3 ก็ดีเหมือนกันแต่คุณจะต้องก้มหน้ามองวงลงมาซึ่งไม่สะดวกเท่าไหร่นัก ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถซื้อตั๋วผ่านทาง Thaiticketmajor ได้เช่นเดียวกับวง RBSO แต่ผมแนะนำให้ซื้อที่หน้างานหรือจองทางโทรศัพท์ของวงจะดีกว่า นอกจากจะไม่มีค่าธรรมเนียมแล้วยังมีเจ้าหน้าทีที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ดีกว่าอีกด้วย
จุดเด่น
- คุณภาพดนตรี ถ้าพูดในแง่ของเสียงดนตรีแล้ว วงนี้นับเป็นวงที่มีคุณภาพมากที่สุดในไทย เพราะวาทยากรที่รับได้รับการศึกษาในแบบสมัยก่อนที่มีความเข้มงวดสูงทำให้คุณภาพในการแสดงมีความเข้มข้นมากๆ แม้วาทยากรของไทยเองจะมาคุมวงบ้างที่ดูสบายกว่าแต่มรดกที่ได้คนก่อนๆยังสะท้อนต่อเนื่อง ทำให้เสียงของวงดูไม่แตกต่างเท่าไหร่นัก
- สร้างโอกาสในการฟังผลงานที่หาฟังได้ยากและหลากหลาย เนื่องจากวงในไทยมีน้อยและศักยภาพของนักดนตรีไทยก็ไม่สูงมากพอทำให้มีโอกาสที่จะแสดงผลงานที่เป็นที่ยอมรับในยุโรป หลายผลงานที่มาจากคีตกวีที่มีชื่อเสียงมีไม่มากนัก แต่เพราะคุณภาพของวงนี้ที่พัฒนาต่อเนื่องที่เข็มข้นทำให้การแสดงหลายอย่างที่ไม่น่าจะแสดงในประเทศไทยสามารถเกิดขึ้นได้จริงได้ บางผลงานอาจจะได้ยินเพียงในบันทึกเสียงก็สามารถนำมาแสดงสดที่ไทยได้อย่างยิ่งใหญ่ บางคอนเสิร์ตที่เป็นผลงานร่วมสมัยวงสามารถจัดหาความพร้อมทุกอย่างจนสามารถแสดงงานต่างๆที่หลายคนไม่คิดว่าจะเป็นจริงได้อย่างการเล่นประกอบภาพยนตร์หรือเพลงอนิเมหรือวิดีโอเกมแบบรับจ้างบรรเลงจากองค์เอกชนจนประสบความสำเร็จ
- การพูดคุยก่อนคอนเสิร์ต (Pre-Concert Talk) นับเป็นไอเดียที่ดีมากนำมาจากต่างประเทศ เนื่องจากหลายครั้งที่ผู้ฟังมาถึงสถานที่ก่อนแสดงเป็นเวลานานๆ และต้องการฟังประเด็นต่างๆจากนักวิชาการทางดนตรีนำเสนอให้เข้าใจถึงไอเดียการแสดงจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากตัววาทยากรเอง นักดนตรีเดี่ยวที่รับเชิญ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องของการแสดงทำให้การรอไม่น่าเบื่อเลย
- ผลงานที่ถนัดคือแนวโรแมนติกไปจนถึงสมัยใหม่ เป็นผลงานที่วงนี้บรรเลงส่วนใหญ่และอาจจะแสดงผลงานอื่นๆที่พลังการแสดงที่สูงมากๆได้อย่างหนักหน่วงและประทับใจ ถึงแม้ว่าในบางบทเพลงจะต้องพลังเครื่องเป่าพลังสูงๆจนบางทีไม่สามารถเป่าเวลาแสดงจริงได้ แต่จุดแข็งของวงจริงๆคือเครื่องสายโดยเฉพาะจากไวโอลินทั้งสองแนวที่เป็นฐานอย่างเข้มแข็งเป็นอย่างดี
จุดด้อย
- กฎระเบียบที่เคร่งครัด เนื่องจากหอแสดงหลักของวงตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยที่มีระเบียบที่ใช้กฎการแต่งกายที่เคร่งครัด ทำให้คนที่ไม่ทราบมาก่อนอาจจะไม่สามารถเข้าไปชมได้ อีกทั้งการใช้เครื่องมือสื่อสารต่างๆระหว่างการแสดงอาจจะถูกรบกวนด้วยการยิงแสงเลเซอร์ใส่มันจะรบกวนคนที่ใช้และคนที่สังเกตเห็นอีกด้วย สร้างความไม่สบายใจให้กับผู้ชมโดยรวม
- การแสดงเพลงที่ดัดแปลงจากดนตรีไทย เป็นนโยบายในอดีตของดร.สุกรีที่ต้องการให้ยกระดับเพลงโบราณของไทยให้เป็นที่รู้จัก จึงให้คีตกวีประจำวง (Composer in Residence) ที่เป็นคนไทยหลายคนเรียบเรียงเสียงประสานเพลงไทยโบราณหลาย ๆ เพลงมาเป็นบทโหมโรงในหลาย ๆ คอนเสิร์ต มักเป็นเพลงที่รู้จักน้อยมากบางเพลงอาจไม่เคยได้ยินมาก่อนจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ในปัจจุบันแนวคิดในการแสดงลักษณะนี้น้อยลงแล้วแต่ยอมรับกันว่านั้นเป็นการแสดงที่ยัดเยียดกันมากเกินไป ผู้ฟังหลายคนจึงไม่ชอบฟังกันมากเพราะเป็นดนตรีคนละสไตล์กัน แตกต่างจากแนวคิดดนตรีคลาสสิกตะวันตกที่ผู้ฟังส่วนใหญ่สนใจมาฟังกัน
- มีผู้ฟังน้อย จากปัญหาการเดินทางไปการแสดงที่ไกลจากผู้คนที่ชอบฟังส่วนใหญ่จะไปถึงและการแสดงในฤดูกาลที่มีเยอะเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ฟังในไทย ผู้ฟังที่มาฟังโดยปกติจึงมีน้อยเมื่อเทียบกับหอประชุมที่กว้างใหญ่ (แต่อย่างน้อยก็มีผู้ฟังมากกว่านักดนตรีแน่นอน) ถึงแม้จะประกันว่าคุณจะมีที่นั่งฟังแน่นอน แต่ทำให้พลังจากการแสดงไม่ทรงพลังต่างจากวงอื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหานี้แบบเร่งด่วนทำให้ทางวงเชิญ(หรือเกณฑ์)นักเรียน นักศึกษาหรือทหารจากสถาบันต่าง ๆ มาร่วมฟัง รวมไปถึงให้สิทธิ์ชมฟรีกับนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลรวมไปถึงส่วนลดจากสถาบันอื่น ๆด้วย
- มักศิลปินรับเชิญที่มีชื่อเสียงน้อยกว่า เนื่องจากวงใช้งบประมาณอย่างมากให้พัฒนาและรักษาวงไว้ทำให้ศิลปินที่รับเชิญส่วนใหญ่ไม่เป็นที่รู้จักมากนักหากไม่ใช่คนไทย (ที่ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนหรือญาตินักดนตรีเอง) แม้ความสามารถในระดับระหว่างประเทศอาจจะแค่มีความสามารถแต่ยังไม่ดังมากพอ สิ่งนี้มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางฟังการแสดงไม่น้อย
โอกาส
- ได้รับการสนับสนุนที่มั่นคงที่สุด เนื่องจากได้รับได้สนับสนุนโดยวิทยาลัยดนตรีโดยตรง ทำให้โอกาสที่วงจะประสบปัญหาทางการเงินเกินยากกว่าวงอื่นๆ เพราะยังไงจะมีหน่วยงานที่ดูแลโดยตรงอยู่แล้ว
- สนับสนุนนักดนตรีไทยในการแสดงเดี่ยว เพราะเนื่องจากนโยบายสำคัญของวงอีกข้อหนึ่งคือการสนับสนุนนักดนตรีไทยที่ส่วนใหญ่จบจากวิทยาลัยเองให้มีผลงานแสดงเดี่ยวเป็นของตัวเอง เพื่อสะสมเป็นแฟ้มผลงาน (Portfolio) ไปต่อยอดในระดับสากลต่อไป แต่ทั้งนี้ผมก็อยากให้ขยายต่อไปให้ถึงนักดนตรีไทยที่จบจากสถาบันอื่นๆให้มีโอกาสแสดงได้เช่นกัน
- นักดนตรีมีหน้าที่แสดงอย่างเต็มที่ เว้นเสียแต่ว่านักดนตรีเหล่านั้นเลือกที่ทำงานอย่างอื่นด้วย (ที่มีไม่มากนัก) นักดนตรีหลักของวงสามารถที่จะแสดงดนตรีอย่างเดียวเพื่อหาเลี้ยงชีพได้ (แต่แกนหลักของวงล้วนสอนอยู่ในวิทยาลัยดนตรีอยู่แล้ว จึงเดินทางไม่ยากนัก) ทำให้คุณภาพการแสดงโดยรวมดีกว่าวงอื่นๆที่ส่วนใหญ่ทำงานอย่างอื่นควบคู่กัน
- การมีตารางการแสดงที่แน่นอน ผมคิดว่านี้เป็นจุดแข็งสำคัญของวงเพราะการจัดตารางที่แน่นอน ทำให้มีหลักประกันในระดับหนึ่งว่าในระหว่างฤดูกาลแสดงคุณจะสามารถไปฟังการแสดงได้ในเวลาแน่นอน ไม่มีการเว้นวรรค
ปัญหา
- การใช้งบประมาณให้กับวงมากเกินไป ถึงแม้ว่าวงนี้จะได้รับการสนับสนุนผ่านทางรัฐบาลผ่านทางเงินสนับสนุนของมหาวิทยาลัยเอง แต่เป็นที่ยอมรับว่าการมีอยู่ของวงมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่าวงอื่นอย่างชัดเจน พูดง่ายๆนับตั้งแต่มหิดลสิทธาคารสร้างเสร็จเป็นต้นมา การของบประมาณแผ่นดินของมหาวิทยาลัยมีมากเป็นอันดับหนึ่งในระดับอุดมศึกษาที่มากกว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ตามมาถึง 35% มายาวนานหลายปี แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนใหญ่จะใช้เพื่อพัฒนาระบบสาธารณะสุขก็ตาม แต่การที่จัดคอนเสิร์ตวงออร์เคสตราแต่ละครั้งก็ใช้เงินมหาศาลโดยที่ผู้ชมมีน้อยนิดย่อมเห็นผลสัมฤทธิ์ที่ไม่ดีเลยกับการใช้งบประมาณอันมากมายขนาดนี้
- การเดินทางที่ไกล เนื่องจากหอแสดงหลักอยู่ที่ศาลายา ในจังหวัดนครปฐมที่ไกลจากศูนย์กลางของกรุงเทพฯไปมาก ทำให้คนที่สนใจจะไปฟังคอนเสิร์ตที่มาจากกรุงเทพฝั่งตะวันออกอาจจะเสียเวลาในการเดินทางมากกว่าฝั่งตะวันตก อาจจะต้องเผื่อเวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง ในกรณีวันศุกร์อาจจะไปไม่ทันได้ในวันเสาร์อาจจะต้องเตรียมตัวตั้งแต่เที่ยงเลยทีเดียว ทำให้คนที่สนใจฟังต้องเป็นกลุ่มคนที่ต้องการฟังดนตรีจริงๆเท่านั้นที่มาฟัง (แต่อีกนัยหนึ่งมันก็ช่วยกรองคนที่มีคุณภาพที่มาฟังกันอย่างมาก แม้จะกรองเยอะหน่อยก็ตาม)
- วงแสดงเฉพาะผลงานขนาดใหญ่มากเกินไป นี้เป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในความคิดเห็นของผม เนื่องจากวงพยายามเล่นผลงานแนวโรแมนติกไปถึงสมัยใหม่ที่ใช้นักดนตรีแบบเต็มวงจากข้อที่แล้วๆมา แต่ผมอยากชี้ให้เห็นว่ามีผลงานในยุคคลาสสิกไปถึงโรแมนติกตอนต้นที่ใช้นักดนตรีไม่มากนักที่เป็นที่นิยมมีไม่น้อย แต่วงไม่ค่อยแสดงมากนัก และเพราะว่าด้วยการแสดงที่เข้มข้นและใช้นักดนตรีมากขนานนี้และการที่แสดงที่ต้องใช้กำลังมากขนานนี้สิ้นเปลืองอย่างมากหากจะต้องแสดงผลงานแบบนี้กับทุกคอนเสิร์ตตลอดทั้งฤดูกาลแสดง แม้ว่าจะเป็นการช่วยเหลือนักดนตรีทางอ้อมให้มีรายได้อย่างต่อเนื่อง แต่อีกนัยหนึ่งก็เป็นใช้งบประมาณมากเกินไปอยู่ดี
- มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะวงนี้ได้รับการสนับสนุนและมีการบริหารวงผ่านทางหน่วยงานของรัฐบาล จึงทำให้วงกลายเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนความคิดของวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยมหิดล ตลอดจนรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยมีองค์กรมีแนวคิดที่ต้องสนับสนุนนโยบายของผู้สนับสนุนหลักคือรัฐบาลในการแสดงต่างๆที่หลายครั้งขัดกับความคิดของนักดนตรีบางคนที่มีหัวก้าวหน้ามาก ทำให้เกิดการแทรกแซงทางการเมืองในหมู่นักดนตรีในวงบ่อยครั้งโดยเฉพาะนักดนตรีไทยที่มีความขัดแย้งกับนโยบายต่างๆเหล่านั้น ถูกกดดันให้ออกจากวงไปเสียโอกาสแสดงฝีมือ แล้วนั้นทำให้เสียบุคลากรทางดนตรีดีๆไปอย่างช่วยไม่ได้เลย
ข้อเสนอแนะ
- สร้างวงย่อยให้เป็นวงในสังกัดอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันนี้มีหลายวงรอบข้างที่มีสมาชิกมาจากวงนี้ เช่น Mahidol Symphony Orchestra, Mahidol Wind Orchestra รวมไปถึงวงสมัครเล่นจากวิทยาลัยอย่าง Mahidol Woodwind Quintet เป็นต้น แต่ว่าวงเหล่านี้ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของวง Thailand Philharmonic โดยตรง ดังนั้นทางมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยดนตรีเองควรยกระดับหรือสนับสนุนให้วงเหล่านั้นให้เป็นส่วนหนึ่งของวง TPO ไปเลย อาจจะสร้างวงขึ้นมาใหม่กลายเป็น Thailand Philharmonic Strings Players ก็ได้รวมไปถึงการสร้างตารางอย่างคราวๆว่าควรจะแสดงเมื่อไหร่และผลงานอะไรในที่แสดงที่เหมาะสม รวมไปถึงการสร้างวงสมัครเล่นของนักศึกษาที่ไม่ได้เรียนดนตรีโดยตรง วงนักเรียน วงเยาวชน วงของมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการและรวมเป็นส่วนหนึ่งในการโปรโมตของวิทยาลัยเองเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของวง TPO เองและสร้างความหลากหลายในการแสดงมากขึ้นด้วย
- การมีสถานที่การแสดงคู่ขนานกัน อย่างที่ได้อธิบายไว้ในประวัติในอดีตว่าก่อนจะมีมหิดลสิทธาคาร วงจะแสดงคอนเสิร์ตใน MACM HALL ทั้งหมด แต่หลายผลงานเป็นที่รู้จักก็ไม่ได้ใช้นักดนตรีมากมายขนาดนั้น การแสดงในนั้นจะได้ประสบการณ์การแสดงที่ดีกว่าและประหยัดงบประมาณการแสดงในระยะยาว หากว่าจำนวนที่นั้งมีไม่เหมาะสม ทางวิทยาลัยอาจจะสามารถรีโนเวท MACM HALL เพื่อขยายที่นั่งหรือสร้างอคูสติกที่ดีเพื่อให้ได้ผลงานการแสดงที่ดีกว่าได้อาจจะใช้งบประมาณอีกไม่น้อยแต่สามารถประหยัดได้ในระยะยาว ยกตัวอย่างเช่นวง Singapore Symphony Orchestra ที่โดยปกติจะแสดงในหอ Victoria Theatre ที่มีขนาดเล็กแสดงผลงานทั่วไปแต่ในผลงานที่มีผู้ฟังมากจะไปแสดงที่ Esplanade ที่เป็นหอประชุมขนาดใหญ่
- การทัวร์คอนเสิร์ตในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เพราะว่าวงนี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจในระดับนานาชาติหรือภายในประเทศมากนัก สิ่งที่จะทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นคือการทัวร์คอนเสิร์ตของวงไปในพื้นที่ที่มีศักยภาพมากขึ้น อย่างการไปต่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรมดนตรีคลาสสิกที่ใกล้เคียงกันอย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง รวมไปถึงฟิลิปปินส์ก็นับเป็นสิ่งที่ดี แต่ในส่วนการทัวร์ภายในประเทศนั้นควรไปในจังหวัดที่มีคนต่างชาติหรือมีเศรษฐกิจที่สนับสนุนการจัดคอนเสิร์ตได้ เช่นที่ เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี เป็นต้น อาจจะไปในจังหวัดที่เป็นที่ท่องเที่ยวเพื่อโปรโมตเหมือนบางวงได้เช่นกันแต่ทำเพื่อแสดงศักยภาพของวงโดยตรงน่าจะเหมาะสมกว่า
- สร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนนักดนตรีเดียวแสดงภายในภูมิภาค เนื่องจากนักดนตรีที่จบจากวิทยาลัยมาเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงวงมีสมาชิกที่มีความสามารถมากมาย ทางวิทยาลัยควรจะสร้างข้อตกลงความร่วมมือแลกเปลี่ยนศิลปินเดียวระหว่างวงออร์เคสตราภายในอาเซียนด้วยกันเพื่อที่สมาชิกของวงสามารถแสดงเดี่ยวกับวงดนตรีระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาศักยภาพของวง รวมไปถึงวงจะมีโอกาสได้เห็นทิศทางของวงดนตรีในชาติอื่นๆอีกด้วย
- สนับสนุนนักดนตรีไทยให้ไปเรียนต่อในระดับโลก ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หน้าที่ของวงโดยตรง แต่เนื่องจากวงเป็นผลผลิต (Output) จากวิทยาลัยดนตรี การสร้างโอกาสและพัฒนานักดนตรีคลาสสิกไทยให้ไปเรียนต่อในสถาบันที่มีชื่อเสียงในระดับโลกรวมไปถึงเปิดโอกาสให้เข้าถึงการแข่งขันดนตรีคลาสสิกที่มีชื่อเสียงย่อมพัฒนาวงเองรวมไปถึงนักดนตรีและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้เช่นกัน
- การถ่ายทอดสดการแสดงของวงที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เนื่องจากในอดีตการเข้าถึงคอนเสิร์ตเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ยาก จึงไปตกลงกับทาง CAT Channel ในการถ่ายทอดสดในทุกคอนเสิร์ตมาหลายปี (ในปัจจุบันไม่มีช่องนี้แล้ว) แต่เนื่องจากในปัจจุบันเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้าถึงได้โดยส่วนใหญ่แล้ว ทางวิทยาลัยควรจะสร้างระบบการถ่ายทอดสดการแสดงเหล่านั้นให้ผู้ชมทั่วโลกสามารถรับชมได้ อาจจะผ่านทางเว็บไซต์ของวงเองหรือเว็บไซต์เครือข่ายสังคมต่างๆ ที่อาจจะรวมไปถึงเทปบันทึกการแสดงคอนเสิร์ตออกอากาศแบบออนดีมานด์อีกด้วยที่หลายวงทำกัน ยกตัวอย่างเช่น Detroit Symphony ที่มีผู้สนับสนุนการถ่ายทอดสดโดยตรงทำให้ถ่ายทอดการแสดงของนักดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับในทุกช่องทางในอินเทอร์เน็ต แม้จะผู้ชมมีไม่มากนักแต่ก็เป็นการสร้างการรับรู้ให้กับวงการดนตรีคลาสสิกระดับโลกมากกว่า
- การแสดงผลงานร่วมสมัยมากขึ้น ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้วงได้แสดงผลงานลักษณะร่วมสมัยมากขึ้นทั้งเพลงเกมส์ การ์ตูน รวมถึงผลงานสำหรับเด็ก แต่การสร้างคอนเสิร์ตผลงานร่วมสมัยเช่นการแสดงประกอบภาพยนตร์ (ที่เกี่ยวกับดนตรีคลาสสิกอย่าง Fantasia 2000 หรือไม่เกี่ยวข้องอย่าง Harry Potter) หรือการแสดงควบคู่วงสตริงที่มีชื่อเสียงต่างๆ จะช่วยให้เข้าถึงผู้ชมมากขึ้นและมีรายได้มากขึ้นตามไปด้วย
- การทำผลงานบันทึกเสียงจากค่ายเพลงระดับกลางๆ ถึงแม้ว่าทางวงจะทำผลงานบันทึกเสียงไว้จำนวนหนึ่งอยู่แล้วที่ส่วนใหญ่เป็นเพลงไทยเดิม แต่ถ้าการทำผลงานบันทึกเสียงผลงานที่หาฟังได้ยากที่ไม่ใช่ผลงานที่นิยมฟังกัน โดยรับจ้างจากค่ายไม่ดังมากนักโดยนำศิลปินเดียวจากในเอเชียหรือในยุโรปในรูปแบบจ้างครั้งเดียวจบไม่มี Royalty ต่อเนื่องจะทำให้ชื่อเสียงของวงในฐานะวงดนตรีจะมีมากขึ้นด้วย
ผลงานที่ผมอยากได้ยิน เนื่องจากวงมีทรัพยากรที่มากมายทำให้มีหลายผลงานที่ผมอย่างได้ยินที่ต้องใช้พลังวงอย่างมากมีดังนี้ Mahler Symphony No.8, Saint-Saëns Symphony No. 3, Requiem ของหลายๆคีตกวี หรืออาจจะเล่นโอเปร่าเต็มรูปแบบสักครั้งน่าจะดี และในครั้งหนึ่งที่วงมีไอเดียที่จะแสดง Symphony ของ Beethoven ทั้งหมดต่อเนื่องในปี 2020 ก่อนจะยกเลิกทั้งฤดูกาลไปทั้งหมด ผมอยากให้นำไอเดียนี้กลับมาอีกครั้งในปีถัดไปเนื่องในโอกาส 200 ปีแห่งการแสดงรอบปฐมทัศน์ Symphony No. 9 ของเขา (ในเดือนพฤษภาคม 2024)
สุดท้ายนี้ถ้าผมต้องเลือกว่าถ้าฟังดนตรีสดเพียงวงเดียวในประเทศไทยรวมไปถึงถ้าต้องแนะนำวงดนตรีคลาสสิกให้คนต่างชาติแล้วละก็ ผมคิดว่าการไปฟังวงนี้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ด้วยความพยายามในการสร้างวงที่สูงมากโดยการสนับสนุนที่แน่นอนจากหลายฝ่าย ความหลากหลายในผลงานการแสดงที่เข้าถึงได้ ถึงแม้ว่าวงนี้อาจจะก่อตั้งได้ไม่นานนักแต่สำหรับผู้ที่ชอบฟังดนตรีคลาสสิกในบ้านเรา วงนี้เป็นทางเลือกสำคัญที่จะสามารถเข้าถึงดนตรีในระดับโลกได้และผมเชื่อว่าวงนี้เป็นหมุดหมายสำคัญที่จะแสดงศักยภาพวงการดนตรีคลาสสิกไทยในระดับโลกต่อไป
ในตอนหน้าผมอาจจะไม่นำเสนอเป็นวงเสียที่เดียวแต่เป็นหลายวงดนตรีที่ผูกกับคนๆเดียวนั้นคือสมเถา สุจริตกุลและนักดนตรีเยาวชนของเขาจะเป็นอย่างไรโปรดติดตามในสัปดาห์หน้าครับ
สำหรับช่วงคะแนนรวมเต็มสิบดังนี้
- String: 8.5 - 9.0
- Woodwinds: 8.5 - 9.5
- Brass: 7.5 - 8.5
- Percussion: 8.0 - 9.0
- Conductors: 8.5 - 9.0
- Overall Average: 8.2 - 9.0
Comments
Post a Comment