อะไรคือ Big Classical Music Boxset (BCMB)

    เมื่อไม่นานมานี้หลังจากที่ไม่ได้สนใจมานาน ผมก็กลับมาซื้อ CD เพลงอีกครั้งหนึ่ง สาเหตุส่วนหนึ่งที่ผมไม่ค่อยอยากซื้อเพราะว่าราคาในเว็บไซต์ที่ไม่แน่นอนทั้งที่ต่างแหล่งกันหรือเวลาที่เปลี่ยนไป เช่นเดียวกับอัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลต่างๆที่ผกผัน รวมไปถึงภาษีนำเข้าที่มีทั้งเก็บล่วงหน้าและย้อนหลังอีก แต่ในช่วงท้ายปีก็เริ่มมีการลดราคามากขึ้น โดยคราวนี้ผมไปหาซื้อจากหลายเว็บไซต์หลายประเทศ โดยเฉพาะผมซื้อซีดีชุดใหญ่จากเยอรมันที่ผมซื้อเป็นชุดแบบกล่องใหญ่ๆมาหลายกล่อง (ที่ผมเดาว่าคงมีไม่กี่คนในไทยจะมี CD เป็นกล่องในลักษณะที่ผมมีเก็บไว้จำนวนเยอะแน่ๆ ผมแทบจะต้องหาชั้นเก็บกล่องเหล่านี้โดยเฉพาะเลยทีเดียว) และหลังจากที่ผมเขียนเรื่องผลงานบันทึกเสียงก็หลายครั้งทั้งในแง่ของการซื้อซีดีของผม แหล่งที่ซื้อ รวมไปถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบสตรีมมิ่งมาแล้ว สำหรับเรื่องต่อไปนี้คงเป็นตอนที่ผมเองอยากเขียนมากที่สุดเรื่องหนึ่งเลย หลังจากที่อธิบายถึงเรื่องนี้อย่างคร่าวๆไปบ้างใน My Classical Music CD History Series ไปบ้างแล้ว แต่บางคนอาจจะให้ความสนใจว่าการซื้อที่กระแสใหม่ของนักสะสมแผ่นเพลงคลาสสิกในยุคปัจจุบันเป็นอย่างไรกันบ้าง และในตอนนี้ผมจะพูดถึงเรื่องของ อะไรคือ Big Classical Music Boxset (BCMB)

Big Classical Music Boxset (ที่ผมจะเรียกโดยย่อว่า BCMB) เป็นแนวทางการทำตลาดของค่ายเพลงคลาสสิก (และใช้กับแนวเพลงอื่นๆด้วย) ในยุคปัจจุบันที่จะรวบรวมผลงานบันทึกเสียงในอดีตมารวมกันเป็นชุด แต่ทั้งนี้จะไม่ใช่การนำเพลงสำคัญๆมารวมในอัลบั้มเดียวกันแบบรวมมิตรเพลงฮิตที่ผ่านมา โดยจะมีขอบเขตให้การกำหนดชุดต่างๆเหล่านั้นแต่โดยปกติจะมีอยู่ 3 กลุ่มอาจจะมีการทับซ้อนอยู่บ้างประกอบด้วย
  1. รวมผลงานที่สมบูรณ์หรือที่เฉพาะสำคัญของศิลปิน ที่จะมีศิลปินเดี่ยว(หรือคู่ที่มีการบันทึกแนวเพลงบางประเภทหรือทั้งหมด) วาทยากร วงเชมเบอร์ หรือออร์เคสตรา ทั้งนี้อาจจะมีทั้งที่รวมผลงานทั้งหมดที่ออกในค่ายนั้นๆหรือรวมกับค่ายอื่นๆก็ได้แล้วแต่การตกลงกันของค่ายเพลงกับศิลปินคนนั้น
  2. รวมผลงานที่สมบูรณ์หรือที่เฉพาะสำคัญที่คีตกวีประพันธ์ ค่ายเพลงจะนำผลงานทั้งหมดหรือที่สำคัญๆของคีตกวีคนนั้นมาเรียงลำดับไม่ว่าจะเป็นแนวดนตรีหรือช่วงการประพันธ์ตามแค็ตตาล็อก โดยนำผลงานเก่าๆที่มองว่าดีที่สุดของค่ายมาใส่ไว้ อาจจะมีประวัติของคีตกวีไว้ในนั้นด้วย
  3. รวมผลงานที่น่าสนใจของแนวเพลงหรือค่าย อาจจะคล้ายแผ่นเพลงรวมมิตรสำหรับแนวนี้ แต่ทางค่ายอาจจะมองผลงานที่น่าสนใจตามประเภทของดนตรี เครื่องดนตรีโดยเฉพาะ หรือจากค่ายทั้งหมดหลายอัลบั้มที่ขายดีมารวมกันมากกว่า
ปกติรูปแบบการนำเสนอส่วนใหญ่จะทำเป็นแผ่น CD DVD หรือ Blu-Ray บรรจุในซองกระดาษใส่ซ้อนกันเป็นกล่อง (อาจจะใส่เป็นเล่มก็ได้) ในแต่ละกล่องมีหลายวิธีในการเปิดที่แตกต่างกัน และในบางชุดหลายครั้งซองที่ใส่จะพิมพ์หน้าปกเป็นลายอัลบั้มของผลงานนั้นสมัยที่ออกมาเป็นครั้งแรกอีกด้วย โดยจะมาพร้อมกับหนังสือประกอบเนื้อหาของชุดเหล่านั้นที่อาจจะเล่มเล็กบางๆหรือมาเป็นเล่มหนาปกแข็งก็ขึ้นอยู่กับความสำคัญและประเด็นหรือจำนวนของผลงานที่มีในในแต่ละนั้นอยู่ด้วย ถึงแม้จะไม่มีกำหนดจำนวนที่แน่นอนว่าจำนวนเท่าไรแต่ส่วนใหญ่มักทำเป็นกล่องเมื่อผลงานมากกว่า 5 แผ่นขึ้นไปจนถึง 250 แผ่นต่อชุด แต่ทั้งนี้จะนำมาผลิตขายจำนวนจำกัด อยู่ระหว่าง 2000 ถึง 10000 ชุด แต่ส่วนใหญ่จะประมาณ 5000 ชุดในราคาที่สูงระดับหนึ่งแต่เมื่อหารกับจำนวนของแผ่นจะพบว่าถูกกว่าการซื้อเป็นรายแบบแผ่นเหล่านั้นมาก เมื่อจำหน่ายหมดไปแล้วค่ายเพลงมักไม่ผลิตซ้ำอีกทำให้ราคามือสองพุ่งสูงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปแล้ว (แต่ทั้งนี้ถ้าไม่นิยมมากพอบางกล่องอาจจะยังมีอยู่แม้เวลาผ่านไปหลายปีแล้วก็เป็นได้)
สาเหตุในการทำตลาดของ BCMB ลักษณะนี้มีหลายสาเหตุด้วยกันประกอบไปด้วย
  1. การหดตัวของยอดขาย CD นี้อาจจะเป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุดการในการทำ BCMB ขึ้นมา เพราะในปัจจุบันคนเริ่มจะเปลี่ยนวิธีการฟังเพลงไปการฟังดนตรีโดยมีสื่อกลางอย่างเทปคาสเซ็ท CD หรือแม้แต่แผ่นไวนิลเริ่มลดความสำคัญกลายเป็นการไปฟังแบบดิจิตอลทั้งที่ซื้อมาหรือสตรีมมิ่งรวมไปถึงการฟังแบบเถื่อนอีกด้วย สื่อต่างๆเหล่านี้ที่จับต้องได้กลายเป็นผลงานเฉพาะกลุ่มหรือเพื่อการสะสมมากกว่า เพื่อที่การผลิต CD ที่มีการหดตัวเร็วที่สุดอันเป็นรายได้สำคัญของค่ายเพลงต่าง ๆ ยังสามารถผลิตต่อไปได้จึงออกแนวคิดเหล่านี้เพื่อต่ออายุสื่อที่หดตัวเหล่านี้ต่อไป
  2. การนำผลงานมาขายใหม่อีกครั้ง เนื่องจากในสมัยปัจจุบันที่ค่ายเพลงที่มีชื่อเสียงมีแนวทางการทำตลาดเพลงในสมัยใหม่ที่เปลี่ยนไป คือเน้นการผลิตผลงานจากการร่วมทุนระหว่างนักดนตรีและค่าย และทางค่ายก็ไม่ได้ลงทุนโปรโมตผลงานอย่างมากมายเหมือนสมัยก่อน (ยกเว้นตามเว็บไซต์หรือร้านขายเพลงคลาสสิคโดยเฉพาะ) การที่ค่ายใหญ่ต่างๆเหล่านี้จะสามารถทำรายได้เพิ่มเติมอีกคือการนำผลงานที่ค่ายเป็นเจ้าของสิทธิ์ที่มีชื่อเสียงในอดีตกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งซึ่งคุ้มทุนมากกว่า แต่การที่จะวางจำหน่ายผลงานเดิมอยู่เรื่อยๆอาจจะไม่ใช้วิธีการทำตลาดที่น่าสนใจมากพอ การรวมผลงานแบบ BCMB จึงทำให้ขายได้มากขึ้นถึงแม้ว่านั้นจะให้นักสะสมหลายคนมีผลงานซ้ำกันก็ตาม
  3. การนำเพลงที่ไม่เผยแพร่มานานแล้ว มาจำหน่ายใหม่และในแบบดิจิตอลหรือสตรีมมิ่ง เช่นเดียวกับข้างต้นแต่ต่างที่ว่าสำหรับนักดนตรีบางคนที่เคยออกผลงานบางชิ้นไม่ได้ออกจำหน่ายอีกเลยนับตั้งแต่ออกครั้งแรกที่อาจจะเป็นการบันทึกผลงานนั้นแค่ครั้งเดียวหรือหลายครั้งแต่สนใจแค่ผลงานในช่วงหลังๆเท่านั้น จึงทำให้ยากต่อการรับฟังหรือศึกษาแนวทางของนักดนตรีเหล่านั้นในสมัยเริ่มแรก การทำ BCMB กับนักดนตรีบางคนจะสามารถนำผลงานเหล่านั้นออกมาฟังทั้งให้รูปแบบของ BCMB หรือเผยแพร่ในวงกว้างในรูปแบบของแบบขายทางดิจิตอลหรือสตรีมมิ่งเป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง (ที่ถึงแม้ว่าจะไม่มากนักก็ตาม)
  4. การโปรโมตผลงานที่ไม่มีชื่อเสียงให้กลับมาขายได้ เนื่องจากนักดนตรีหรือคีตกวีบางคนที่มีผลงานที่มีชื่อเสียงกับไม่กี่ผลงานที่ขายได้ แม้แต่ว่านักดนตรีหรือคีตกวีบันทึกเสียงหรือประพันธ์ผลงานไว้เป็นจำนวนมากก็ตาม การทำ BCMB จะดึงยอดขายของผลงานของนักดนตรีหรือคีตกวีส่วนใหญ่ให้ขายได้ด้วย
  5. ต้องการโปรโมตศิลปินที่หายไปนานแล้ว นักดนตรีบางคนออกผลงานสุดท้ายให้กับค่ายหรือชีวิตเมื่อนานมากแล้ว อาจจะยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันหรือเสียชีวิตไปแล้ว การทำ BCMB จะนำกลุ่มนักดนตรีเหล่านั้นกลับมาเป็นสนใจอีกครั้ง (แม้จะไม่มากก็ตามโดยจะสัมพันธ์กับข้อ 3)
  6. การดึงเงินก้อนจากกลุ่มคนซื้อที่มีจำนวนไม่มากนัก เนื่องจากตลาดของดนตรีคลาสสิกจะอยู่กับกลุ่มฟังไม่มากเมื่อเทียบกับดนตรีแนวอื่นๆ การทำ BCMB ถึงแม้จะไม่ถูกนักแต่เมื่อเทียบกับความคุ้มค่าต่อจำนวนแผ่นและมีคุณค่าในเชิงการสะสมแล้ว ทำให้เป้าหมายตลาดของค่ายเพลงเหล่าสามารถซื้อผลงานของพวกเขาต่อไปได้เรื่อยๆ (จนกว่าจะผลงานที่มีอยู่จะหมด)
  7. การหมดอายุลิขสิทธิ์ ตามกฎหมายลิขสิทธิ์กำหนดอายุของความเป็นเจ้าของสิทธ์ในการบันทึกเสียงต่างๆนับตั้งแต่ออกเผยแพร่เป็นครั้งแรกเป็นเวลา 50 ปี (อาจจะน้อยหรือนานกว่าขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ) ก่อนที่ผลงานเหล่านี้จะกลายเป็นสาธารณสมบัติที่ค่ายเพลงต่างๆ สามารถนำมาจำหน่ายได้เสรี ค่ายเพลงที่เป็นเจ้าของจึงต้องการทำตลาดกับผลงานเหล่านี้อีกครั้งก่อนจะหลุดจากกฏหมายลิขสิทธิ์ไป เนื่องจากในช่วงเวลาที่กำลังจะหมดลิขสิทธิ์ช่วงนี้เป็นผลงานที่ออกจำหน่ายเป็นช่วงที่เทคโนโลยีการบันทึกเสียงมีคุณภาพมากและผู้คนยังฟังผลงานเหล่านี้อยู่บ้างถึงทุกวันนี้
จากเหตุผลที่มีจำนวนมากขนานนี้การทำ BCMB จึงมีกลยุทธ์การทำตลาดเพลงคลาสสิกที่มีประสิทธ์ภาพมากที่สุดแบบหนึ่ง ในตอนหน้าผมจะพูดถึงความคิดเห็นของผมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้กันครับ

Comments

Popular posts from this blog

Thai Youth Orchestra Overall English Review

Thai Youth Orchestra Overall Review (TYO)

RBSO - A18: Bomsori Kim plays Beethoven Violin Concerto English Review